“แกมโบล” เล็งตั้งฐานเวียดนามรับดีมานด์โต
บิ๊กสตาร์ ทุ่มงบฯ 200 ล้านบาท นำเข้าเครื่องจักรเพิ่มศักยภาพในการผลิต อนาคตเล็งขยายฐานการผลิตไปประเทศเวียดนาม พร้อมเดินหน้าเสริมแกร่งแบรนด์แกมโบล-คาเนีย ชูคุณภาพรุกตลาดต่อเนื่อง พร้อมจ่อเปิดตัวสินค้าใหม่ตลอดปี หวังโกยรายได้โต 15%
นายสุรชัย กิจกำจาย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรองเท้าแบรนด์ไทยมีมูลค่า 10,000 ล้านบาท ตลาดรวมเติบโตอยู่ในอัตราต่ำมาก เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคลดน้อยลง คาดว่ามาจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ผู้บริโภคทั่วประเทศเริ่มประสบปัญหาในการจับจ่าย ส่งผลมาจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และส่งผลให้ขาดรายได้
ผู้บริโภคจึงต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ในส่วนของการแข่งขันในตลาดรวม เริ่มแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะเรื่องของราคาและคุณสมบัติของตัวสินค้า ซึ่งหลายแบรนด์ต่างจัดโปรโมชั่นมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทต้องปรับตัว สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เน้นชูนวัตกรรมและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก หลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา
ทั้งนี้ ทิศทางการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทส่งออกสินค้าไปต่างประเทศกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ต่างประเทศถือว่าเป็นคู่ค้าที่แข็งแกร่ง และรสนิยมของผู้บริโภคมีความแตกต่างกัน บริษัทต้องปรับเปลี่ยนเทรนด์สินค้าอย่างสม่ำเสมอ และในอนาคตจะเริ่มหาคู่ค้าที่มีศักยภาพมาเป็นพาร์ตเนอร์กับบริษัทเพื่อสร้างแบรนด์ให้สำเร็จไปร่วมกันรวมทั้งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในปัจจุบันมีความหลากหลายทั้งแกมโบล (Gambol) และคาเนีย (Cania) โดยทั้งสองแบรนด์มีการนำวัตถุดิบหนังแท้เข้ามาใช้ในการผลิต เพื่อให้รองเท้ามีคุณภาพสูง นุ่ม สวมใส่สบาย ดีไซน์โดดเด่น และมีราคาที่เหมาะสม ซึ่งวางแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ 3-5 รุ่นต่อเดือน เพื่อรองรับการแข่งขันในธุรกิจรองเท้าเมืองไทยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งทุ่มงบฯ 200 ล้านบาทนำเข้าอุปกรณ์เครื่องจักรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตในประเทศ
ในขณะที่บริษัทมีฐานการผลิตสินค้าในประเทศ ซึ่งสามารถผลิตสินค้าได้ 100,000 คู่ต่อวัน และมีแนวโน้มขยายฐานการผลิตสินค้าเพิ่มที่ต่างประเทศ ซึ่งมองไว้ที่ประเทศเวียดนามและพม่า อยู่ในช่วงศึกษาข้อมูล คาดว่าอนาคตต้องขยายฐานการผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับผู้บริโภคในต่างประเทศ เพราะต่างประเทศมีกำลังซื้อ
นายสุรชัยกล่าวต่อว่า นอกจากแกมโบลแบรนด์เก่าแก่ที่อยู่คู่กันมา 14 ปี ในปีที่แล้วบริษัทแตกไลน์สินค้าใหม่ “แบรนด์คาเนีย” เนื่องจากต้องการแยกโพซิชันนิ่งของสินค้าเจาะกลุ่มผู้ใหญ่ให้ชัดเจนมากขึ้น จากเดิมที่บริษัทมีไลน์สินค้าหลักอย่างแกมโบลในการเจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่นอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ทับซ้อนขัดแย้งกันเองระหว่างแบรนด์ในเครือ
นอกจากนี้ ได้เตรียมแผนการตลาดและกลยุทธ์ส่งเสริมการขายในครึ่งปีหลัง เน้นการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างแคมเปญอย่างต่อเนื่อง และขยายช่องทางจำหน่ายให้ครอบคลุมปีที่ผ่านมาสัดส่วนรายได้ในประเทศ 70% ต่างประเทศ 30% เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาได้มีการปรับสินค้าโดยแบ่งกลุ่มการใช้งานที่ชัดเจน บวกกับการทำตลาดและการดีไซน์สินค้าอย่างทันสมัยและมีคุณภาพ ประกอบกับมีฐานลูกค้าที่ชื่นชอบในแบรนด์ คาดว่าปีนี้จะสามารถสร้างการเติบโตได้ 15%