เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

อนุทิน กำชับ ขรก.ให้เป็นกลาง เลือกตั้ง 69 จะได้ไม่มีข้ออ้างจากฝ่ายการเมือง

05 ม.ค. 2569 | 12:52น.

มท.1 ประชุมขับเคลื่อนภารกิจมหาดไทย ขอบคุณ จนท.ทำหน้าที่เสริม​แนวหลัง หวังไม่มีปะทะรอบ​ 3 ย้ำ​ ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง​เลือกตั้ง​ 69 เหตุจะได้ไม่มีข้อยกอ้างจากฝ่ายการเมือง ขอมั่นใจ กกต.มีแผนรองรับหากเกิดเหตุสะดุด​ ยันทำงาน 3 ปี แยกชัดไม่เคยขอให้ใครช่วย​

นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสําคัญของกระทรวงมหาดไทย​ โดยมี นายอรรษิษฐ์​ สัมพันธรัตน์​ ปลัดกระทรวงมหาดไทย​ และ​ผู้บริหารระดับสูง​ของกระทรวงเข้าร่วม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

นายอนุทินกล่าวมอบนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าที่ ว่า​ ก่อนอื่นขอสวัสดีปีใหม่กับทุกท่าน พร้อมขอให้ทุกท่านได้รับสิ่งที่เป็นสิริมงคล มีกำลังใจในการทำงานรับใช้ประเทศไทยและประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อบันดาลความมั่งมีศรีสุขในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข

ขณะเดียวกันขอขอบคุณข้าราชการมหาดไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอธิบดีและอาสาสมัครทั่วประเทศ ที่ปฏิบัติงานดูแลประชาชนมาโดยตลอดในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เพราะทุกคนดำเนินงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรกลับภูมิลำเนาของประชาชน จึงได้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ และทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนทุกคน

พร้อมยังฝากไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ให้นำคำขอบคุณไปยังข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ และท้องถิ่น รวมถึงพี่น้องชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ดูแลประชาชนจากความทุกข์ยากและลำบาก

ซึ่งระหว่างที่เกิดปัญหาชายแดนไทย​-กัมพูชา ฝ่ายปกครองและเครือข่าย ได้ทำหน้าที่ร่วมกันรักษาอธิปไตยของชาติไทย ทำหน้าที่พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เฝ้าระวังสถานการณ์ และดูแลความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิดในช่วงที่ประชาชนต้องอพยพมายังศูนย์พักพิง ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการบริหารจัดการทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจในสภาวการณ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่เรื่องของการดูแล ให้ข้าวของ อาหาร หรือเครื่องนุ่งห่ม​ แต่เป็นการเอาใจใส่ อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในช่วงที่ต้องการกำลังใจจำนวนมาก​

วันนี้ขอยืนยันว่า ทุกท่านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพราะตนได้ใช้โอกาสในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ลงพื้นที่ตามแนวชายแดน ไม่ใช่พบแต่ฝ่ายทหารที่ทำหน้าที่ แต่ยังไม่พบกับฝ่ายปกครอง และได้เห็นความมุ่งมั่น ขยันขันแข็ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชมเชย จึงขอชมผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดูแลบริหารสถานการณ์ได้เป็นอย่างดีในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา มีสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายทั้งดีและไม่ดี

ส่วนสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ขอให้ถอดบทเรียนเตรียมการกรณีที่เกิดขึ้นอีก เพราะเกิดขึ้นแน่ ๆ แต่จะมีความรุนแรงเป็นเท่าไหร่นั้น ก็แล้วแต่สภาพของพื้นที่และธรรมชาติ อย่างไรก็ตามการดำเนินการขอให้เตรียมดูแลประชาชนและรองรับสถานการณ์ พร้อมขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหลายทำเป็นแผนเผชิญเหตุ ที่สามารถนำมาปฏิบัติได้ทันที

ก่อนเล่าว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลา​ อำเภอหาดใหญ่ ถึงแม้ว่าเราจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก แต่คนที่ลงไปอยู่ในพื้นที่จะเห็นว่า ทุกฝ่ายทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมาย แต่อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถบอกได้ว่าความเต็มที่ของเรา ไม่ต้องไปยกระดับหรือปรับปรุงอะไรอีกแล้ว ตรงกันข้ามขอให้ถอดบทเรียนสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าถ้าเกิดสถานการณ์ขึ้นอีกจะทำอย่างไร เพราะตนเชื่อว่าอาจจะเกิดมากขึ้น แต่ขอให้เตรียมตัวให้ทุกอย่างเข้าที่ ภายใน 2-3 วันนี้ พร้อมทั้งบูรณาการ ความร่วมมือ เพื่อให้แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความพร้อมในการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ว่า ได้รับทราบว่ากระทรวงมหาดไทยได้เยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยและภัยต่าง ๆ ตั้งแต่จังหวัดทางภาคเหนือจนถึงภาคใต้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จึงต้องขอขอบคุณทุกท่านในความร่วมมือและทำงานอย่างประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี​ยังฝากถึงอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในการแจ้งเตือนภัยประชาชนโดยเฉพาะเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเตือนภัย ว่าเราได้ลงทุนไปแล้วเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี จึงขอให้เน้นการสื่อสารไปยังประชาชน เพราะหากประชาชนเดือดร้อน ความรับผิดชอบก็จะตกมาที่พวกเรา ในฐานะที่เป็นฝ่ายปกครอง จึงขอให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่

นายอนุทินยังกล่าวเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ว่าขอให้กำชับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องของการเผา เพื่อรักษาสถานการณ์และเตรียมความพร้อมแก้ไขปัญหาของฝุ่นละออง PM 2.5​ ที่จะมาแทนปัญหาน้ำท่วม

ขณะที่การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน กรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ดูแลประชาชนเป็นอย่างดี ทำหน้าที่หนุนกำลังแนวหลัง และเป็นแนวสนับสนุนได้เป็นอย่างดี แม้ว่าขณะนี้จะมีการยุติการโจมตีซึ่งกันและกันแล้ว แต่ขอฝากให้ตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาทในการดูแลประชาชน อย่างการจัดตั้งศูนย์พักพิง และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ​ 7  จังหวัดชายแดน ให้ดูแลความเรียบร้อยอยู่ตลอดเวลา

เราหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีกเป็นระลอกที่ 3 หลังจากที่มีการเจรจาและลงนามข้อตกลงร่วม หรือ Joint​ Statement เพราะฝ่ายไทยได้กำหนดข้อกำหนดต่าง ๆ มามากพอสมควร มั่นใจว่าทุกฝ่าย จะรักษาในข้อผูกมัดซึ่งกันและกันและคงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีก ส่วนการเจรจาพื้นที่เขตแดน ถือว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม​ไทย​-กัมพูชา​ JBC // คณะกรรมการชายแดนทั่วไป​ หรือ​ GBC // คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC

ขณะเดียวกันขอให้เร่งสำรวจความเสียหายของประชาชนโดยเฉพาะเคหะสถานที่ถูกโจมตี ซึ่งตรงนี้รัฐบาลจะต้องให้การดูแลและซ่อมแซม ช่วยเหลือประชาชนในกรณีที่ถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม พร้อมกำชับให้เร่งสำรวจให้ดีเพราะฝ่ายปฏิบัติมีงบประมาณที่จะดูแลช่วยเหลือเรื่องนี้อยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรี​ยังระบุอีกว่า ได้ข่าวมาว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ หลายจังหวัดมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น สะท้อนว่าให้ความเชื่อมั่นในประเทศไทย และสถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว ตนได้รับรายงานจากทุกภาคส่วนว่ามีความคึกคัก โดยเฉพาะพื้นที่ภูเก็ต จึงขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดที่เอาใจใส่และดูแลอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี​ยังกล่าวถึงมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลง แม้หลายคนจะรู้สึกว่าอัตราไม่ดีขึ้น แต่ตนได้เดินทางไปตรวจตามจุดต่าง ๆ เห็นว่าดีขึ้นยกเว้นถนนสายใน ที่มีปัญหาเดิม ๆ เช่น ไม่สวมหมวกนิรภัย​ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ​ จึงขอให้จัดหมวดอุบัติเหตุแยกอย่างชัดเจน ไม่ใช่รวมกันไปหมด ไม่เช่นนั้นจะไม่เกิดประโยชน์อะไร เดี๋ยวช่วงสงกรานต์ค่อยมากำหนดให้ชัดเจนกันอีกที​

นายกรัฐมนตรี​ยังกล่าวถึง​การเลือกตั้งในวันที่​ 8 กุมภาพันธ์​ หากเกิดอุบัติเหตุ​ ขอให้มั่นใจว่าถ้ามีสถานการณ์ความไม่สงบ หรือความไม่ปลอดภัย​ คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ หรือ​ กกต. จะมีแนวทางในการดำเนินการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นได้​

“ขอให้ทุกท่านดำรงตนเป็นกลางอย่างเต็มที่ ให้เขาสู้กันไปไม่ใช่ไปเลือกข้าง เพราะพรรคการเมืองทั้งหลายต้องการให้ข้าราชการทุกฝ่ายดำรงตนเป็นกลางอย่างเต็มที่ ไม่ช่วยใคร หรือบี้ใคร ทุกอย่างก็จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าทุกคนทำเช่นนี้ได้ระบบราชการก็จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คนที่เข้ามาก็จะไม่รู้สึกอึดอัดอะไรที่จะทำงานด้วยกันต่อไป”

พร้อมกับกล่าวอีกว่า หากขอให้ดำรงใจเป็นกลางคงไม่ได้ เพราะท่านก็คงไปเลือกพรรคที่รัก คนที่ชอบ แต่ในภารกิจหน้าที่การงานขอให้ดำรงความเป็นกลางให้ได้มากที่สุด​เท่าที่จะทำได้ จะได้ไม่มีการยกอ้างอะไรจากฝ่ายการเมือง เราทำงานกันมา 3 ปีแล้ว ทุกท่านคงเห็นว่าตนไม่เคยไปขอให้ช่วยอะไร เพราะตนแยกเรื่องการเมืองชัดเจน ไม่เคยคุยกับท่าน เพราะเป็นหน้าที่ของท่านไม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องการเมือง

นายอนุทินยังกล่าวการทำงานอีกว่าตนประชุมกระทรวงมหาดไทยเดือนละครั้ง เนื่องจากแฟ้มถูกย้ายไปอยู่ที่ทำเนียบจึงไม่ได้เข้ากระทรวง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทำงานเพราะตนทำหน้าที่ควบนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พยายามทำให้ประสิทธิภาพของงานเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง 2569