เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ผู้ค้าแท่งเงิน โบวินส์ ซิลเวอร์ ชี้โอกาสราคาโลหะเงินพุ่งแตะ 75 เหรียญ คนแห่ลงทุน

05 ม.ค. 2569 | 15:24น.

โบวินส์ ซิลเวอร์ ผู้ค้าแท่งเงิน ชี้ปี 2569 นี้โอกาสโลหะเงินพุ่งแน่ 75 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ปัจจัยจากความต้องการ นักลงทุนแห่งสนใจ ภาคอุตสาหกรรมตัวดึง ย้ำโลหะเงินแหล่งสินทรัพย์มั่นคง ล่าสุดคนเข้าลงทุนเพิ่ม

นางวิลาสินี ศานติจารี ประธานฝ่ายปฏิบัติงาน บริษัท โบวินส์ ซิลเวอร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจจำหน่ายเม็ดเงิน แท่งเงิน และอัญมณี ร้านขายปลีกเครื่องประดับ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โลหะเงินมีแนวโน้มราคาดีดตัวขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเวลานั้นราคาโลหะเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 28-29 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ แต่พอมาปัจจุบันราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 62 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งราคาขยับขึ้นมามากกว่า 2 เท่า และแนวโน้มในปี 2569 เชื่อว่าจะแตะอยู่ที่ 75 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยมีจากปัจจัยในเรื่องของความต้องการที่มากขึ้น ประกอบกับแหล่งโลหะเงินมีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

“โลหะเงินที่ขยับขึ้นมาในตอนนี้ เชื่อว่าหากราคาแตะเกิน 50 เหรียญสรัฐต่อออนซ์ จะไม่มีการขยับลงต่ำกว่านี้แล้ว มีแต่จะขยับขึ้น แต่อาจจะมีขึ้น-ลงบ้างบางช่วงเวลาคล้ายราคาทอง และทั้งปี 2569 มีโอกาสที่จะเห็นโลหะขึ้นขยับขึ้นสูงถึง 75 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ได้ ซึ่งปัจจัยสำคัญก็มาจากมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นจากนักลงทุน และภาคอุตสาหกรรม”

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้โลหะเงินสูงขึ้นก็มีหลายเหตุผล ซึ่ง 1 ในหลายปัจจัยนั้นก็มาจากเรื่องของความต้องการในภาคการผลิตของอุตสาหกรรม AI อิเล็กทรอนิกส์ โซลาร์เซลล์ เป็นต้น ซึ่งมีการเติบโตมากขึ้น ความต้องการโลหะเงินที่เป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรมก็สูงขึ้นตาม นอกจากนี้ ก็ยังมาจากอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับที่ยังมีความต้องการอยู่ จากการติดตามกับลูกค้า คู่ค้าที่สำคัญ แม้เรากำลังจะเผชิญปัญหาภาษีสหรัฐ เศรษฐกิจโลก แต่ความต้องการเครื่องประดับเงินก็ยังมีอยู่ จึงมีผลต้องการโลหะเงินมากขึ้นไม่ใช่แค่ในประเทศแต่รวมถึงตลาดโลกด้วย

นอกจากนี้ ก็ยังมาจากเรื่องของการลงทุน โลหะเงิน แท่งเงิน ก็ยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน คล้ายการลงทุนทองคำ ที่นักลงทุนนิยมเข้าไปซื้อ-ขาย เพื่อสร้างรายได้ และการถือครองก็มีแต่เพิ่มรายได้และกำไร คล้ายการซื้อ-ขายทองคำ ซึ่งปัจจุบันก็ทำให้นักลงทุนเข้ามาซื้อ เพื่อเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หรือการลงทุนเพื่อเกร็งกำไรให้กับตัวเอง และโลหะเงินก็คล้ายทองคำ หากมีปัจจัยกระตุ้นก็ทำให้ราคาดีดตัวขึ้น เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก็ทำให้ราคาโลหะเงินปรับตัวสูงขึ้น รวมไปถึงปัจจัยต่างอีกมาก เช่น ค่าเงินบาท สงครามการค้า ราคาน้ำมันดิบ เศรษฐกิจโลก เป็นต้น

นางวิลาสินีกล่าวอีกว่า เรื่องของความต้องการที่มากขึ้น แหล่งผลิตหรือเหมืองนั้นก็ไม่ได้สอดคล้องต่อความต้องการ เพราะหากดูเหมืองที่ผลิตโลหะเงินน้อยมาก รายใหญ่มีเพียงไม่กี่รายในตลาดโลก เช่น จีน เม็กซิโก ออสเตรเลีย เป็นต้น ที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ และบริษัทของเราเองก็นำเข้าหลักจากประเทศจีน และยิ่งมีความต้องการแข่งขันด้านราคาก็ยังสูงขึ้นตาม ส่วนเหมืองในประเทศไทยนั้น เรามี แต่ก็ถือว่าน้อยมากแทบไม่มีผลต่อการซื้อ-ขาย หรือราคาตลาด

สำหรับโบวินส์ ซิลเวอร์ ของเรานั้น นอกจากทำการซื้อ-ขายโลหะเงิน แท่งเงิน ซึ่งคิดเป็น 90% ของการทำตลาดในประเทศ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเครื่องประดับ และมีส่งออก 5% ให้กับเพื่อนบ้าน บางส่วนเปิดให้มีการลงทุนผ่านเว็บไซต์ของบริษัท โดยเราเป็นเจ้าแรกของไทย แต่ด้วยปัจจุบันความต้องการมีมากขึ้น ผู้บริโภคเห็นโอกาสในเรื่องของการลงทุน ทำให้มีผู้เล่นในตลาดเพิ่มขึ้น

และจากการเติบโตของตลาดและราคาโลหะเงิน ล่าสุดเราได้เปิดแอปพลิเคชั่น “ซิลเวอร์นาว (SILVER NOW)” ในการให้ลูกค้าเข้ามาซื้อ-ขาย ผ่านแอปพลิเคชั่นได้แล้ว โดยมีการเปิดตัวไปช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีมีเข้ามากว่า 10,000 ราย และก็คาดว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เราก็พร้อมจะยกระดับแอปพลิเคชั่นด้วยในปี 2569 เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า ที่ต้องการลงทุนสร้างรายได้และเกร็งกำไรกับแท่งเงิน ต้องบอกว่าจากการปรับตัวของโลหะขึ้นจึงเป็นผลทำให้ลูกค้ามาลงทุนซื้อ-ขายมากขึ้น จากการเติบโตยังเชื่อว่ารายได้ของบริษัทในปี 2568 นี้จะมีรายได้รวมประมาณ 10,000 ล้านบาท และปีหน้ามีโอกาสโต 13,000 ล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โลหะเงิน