เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประธาน FIFA ต้องบินกี่ไมล์? ทำไมระยะทางเกือบ เป็น 3 เท่าของเส้นรอบวงโลก
Sport ประธาน FIFA ต้องบินกี่ไมล์? ทำไมระยะทางเกือบ เป็น 3 เท่าของเส้นรอบวงโลก
‘สุริยะ’ ลุยประสาน กมธ.รักษางบปี’70 ย้ำโครงการจำเป็น
Economic ‘สุริยะ’ ลุยประสาน กมธ.รักษางบปี’70 ย้ำโครงการจำเป็น
ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
ไทยคม 4 ยังไปต่อได้อีก? จ่อต่ออายุ 1 ปี เสี่ยงสูญเสียการควบคุม
Tech ไทยคม 4 ยังไปต่อได้อีก? จ่อต่ออายุ 1 ปี เสี่ยงสูญเสียการควบคุม
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ไทยพาณิชย์’ หนุน Green Loan 2 คอนโดหรู 1.3 หมื่นล้าน
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ไทยพาณิชย์’ หนุน Green Loan 2 คอนโดหรู 1.3 หมื่นล้าน
จาก “กาแฟปั๊ม Café Amazon” สู่แลนด์มาร์ก 300 ล้าน
Biz Movement จาก “กาแฟปั๊ม Café Amazon” สู่แลนด์มาร์ก 300 ล้าน
‘อนุทิน-หลี่ เฉียง’ ถก 5 ประเด็นร่วมมือไทย-จีน เชื่อมโครงสร้างพื้นฐาน ศก.อนาคต
Politics ‘อนุทิน-หลี่ เฉียง’ ถก 5 ประเด็นร่วมมือไทย-จีน เชื่อมโครงสร้างพื้นฐาน ศก.อนาคต
ผลสำรวจฮาร์วาร์ดชี้ ผู้บริหารชาย-หญิง มองภาพวิถีการทำงาน “เหลื่อมล้ำคนละมิติ”
HR ผลสำรวจฮาร์วาร์ดชี้ ผู้บริหารชาย-หญิง มองภาพวิถีการทำงาน “เหลื่อมล้ำคนละมิติ”
มอร์แกน สแตนลีย์ เตือน ตลาดดีเซลยุโรปส่อตึงตัวหนัก คลังสำรองอาจต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี
World มอร์แกน สแตนลีย์ เตือน ตลาดดีเซลยุโรปส่อตึงตัวหนัก คลังสำรองอาจต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี
จ่อชง ครม.ทบทวนคลายเกณฑ์ ถือครองรถ-นักศึกษานอกระบบ ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จ่อชง ครม.ทบทวนคลายเกณฑ์ ถือครองรถ-นักศึกษานอกระบบ ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ดูทั้งหมด

สิทธิศักดิ์ วอนรัฐบาลใหม่เว้น VAT เครื่องประดับเงิน ดันอุตสาหกรรมโต

17 ม.ค. 2569 | 08:36น.
สิทธิศักดิ์ ลิ้มวัฒนายิ่งยง

นายกสมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงิน วอนรัฐบาลใหม่ ทบทวนเรื่องภาษี VAT ลดปัญหาด้านการนำไปลงทุน-ขายต่อ ดันอุตสาหกรรมให้โตมากขึ้น ขณะที่ภาพรวมปี’69 คาดการส่งออกขยายตัว 5%

นายสิทธิศักดิ์ ลิ้มวัฒนายิ่งยง นายกสมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มเครื่องประดับเงินของไทยในปี 2569 คาดการณ์ว่าการส่งออกจะขยายตัวที่ 5% จากปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากแนวโน้มการส่งออกไปตลาดสหรัฐและอินเดียยังขยายตัวต่อเนื่อง รวมไปถึงการส่งเสริมของภาครัฐที่เพิ่มโอกาสการส่งออก โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินของไทย จะเข้าไปทำตลาดและเรียนรู้พฤติกรรมของการบริโภคเครื่องประดับเงิน

“คำสั่งซื้อในช่วงเดือนมกราคม 2569 อาจจะเป็นช่วงที่มีคำสั่งซื้อที่ชะลอตัว เนื่องจากในช่วงปลายปี 2568 เป็นช่วงที่มีการสั่งซื้อสินค้าเป็นจำนวนมากและมีการส่งมอบเพื่อรองรับเทศกาล ซึ่งจากนี้ยังจำเป็นที่จะต้องติดตามสถานการณ์โลหะเงินอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคาดการณ์ราคาโลหะเงินได้ เนื่องจากมีหลายอุตสาหกรรมที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงภาคของการเงิน

โดยเฉพาะล่าสุด สหรัฐมีการลดดอกเบี้ย ทำให้มีการไหลเข้ามาของเงินทุน ไหลมาอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมโลหะมีค่า ซึ่งมีผลต่อราคาวัตถุดิบสูงขึ้น และยังประกอบกับแหล่งซัพพลายโลหะเงินน้อย แหล่งหลักมาจากจีน อเมริกาใต้ จึงทำให้มีผลต่อเครื่องประดับเงินราคาผันผวน”

ทั้งนี้ หากจะดูแนวโน้มคำสั่งซื้อเครื่องประดับเงินจะกลับมาชัดเจนอาจจะต้องดูในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพราะในช่วงต้นปีนั้นจะมีงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เริ่มตั้งแต่งานแสดงสินค้าที่อิตาลี ไทย และฮ่องกง ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดของโลกสามงานติดต่อกัน ดังนั้นจึงมีผลต่อความต้องการโลหะ ของผู้ประกอบการคู่ค้าที่จะมีคำสั่งซื้อสินค้าเข้า และเราจะทราบได้ทันทีว่าเทรนด์การซื้อเครื่องประดับเงินในปีนี้จะมีแนวโน้มและทิศทางเป็นอย่างไร

ยังต้องรักษาตลาดสหรัฐ

เมื่อดูสัดส่วนการทำตลาดส่งออกเครื่องประดับเงินไปในต่างประเทศ ในอดีตจะเห็นว่าตลาดสหรัฐเป็นตลาดสำคัญและส่งออกอันดับหนึ่ง ในการส่งออกสินค้าเครื่องประดับเงินไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 23-29% ของการส่งออกเครื่องประดับเงินไปต่างประเทศ หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณปีละ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ล่าสุดเป็นที่น่าสนใจเมื่อปี 2568 จะพบว่าการส่งออกเครื่องประดับเงินของไทยไปต่างประเทศ ส่งออกไปตลาดอินเดียเพิ่มขึ้น แซงทุกตลาดกลายเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีสัดส่วนใกล้เคียงกับตลาดสหรัฐ

“จากภาพการส่งออกในปีที่ผ่านมาจะเห็นว่า การส่งออกเครื่องประดับเงินของไทยมีการเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก โดยหากดูยอดส่งออกในภาพรวมในปี 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2568 นั้น คาดว่ามูลค่าการส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 2,200-2,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจจะเป็นมูลค่าที่มียอดส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก็ว่าได้”

ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนมาจากการส่งออกสินค้าเครื่องประดับไปตลาดอินเดีย ส่วนตลาดสำคัญอื่น ๆ เช่น ตลาดเยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย แม้ประเทศไทยจะไม่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่จากคุณภาพและศักยภาพของสินค้าไทยยังคงแข่งขันได้ อย่างไรก็ดี ตลาดสหรัฐก็ยังเป็นตลาดสำคัญของการส่งออกไทย

อินเดียซบไทยหนีภาษีทรัมป์

ทั้งนี้ เมื่อกลับมาดู สาเหตุสำคัญในการส่งออกเครื่องประดับเงินของไทยไปในตลาดอินเดียที่เพิ่มขึ้น เป็นเพราะอินเดียเจอปัจจัยภาษีสหรัฐ ซึ่งถูกเก็บเฉลี่ยที่ 50% รวมไปถึงประเทศจีนก็ถูกเก็บอัตราภาษีที่สูง โดยทั้งสองประเทศนี้ต้องยอมรับว่าเป็นตลาดผู้ส่งออกสำคัญและเป็นคู่แข่งในการส่งออกเครื่องประดับของไทย ด้วยเหตุการถูกเก็บอัตราภาษีที่สูง

ทำให้สองประเทศมีการเคลื่อนย้ายการลงทุนเข้ามาในภูมิภาครวมถึงประเทศไทย ซึ่งก็จะผลิตและส่งออกกลับไป อย่างตลาดอินเดีย และยังประกอบกับความน่าเชื่อถือและความมั่นใจในการผลิตสินค้าเครื่องประดับเงินของไทยเป็นที่ยอมรับกับผู้บริโภคทั่วโลก

“แต่เมื่อดูสัดส่วนของผู้ประกอบการเครื่องประดับเงินในประเทศไทย 70-80% ยังคงเป็นผู้ประกอบการคนไทย ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ส่วนที่เป็นผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ซึ่งมองว่าไม่เกิน 10% เช่น อินเดียและจีน ที่เริ่มสนใจเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น”

อีกทั้งยังมีสาเหตุจากพฤติกรรมการบริโภคของคนอินเดีย สนใจในเครื่องประดับเงินมากขึ้นจากในอดีต นอกจากเครื่องประดับทองเอง และด้วยราคาทองมีการปรับราคาสูงขึ้น ก็ส่งผลให้เครื่องประดับเงินเป็นที่สนใจต่อผู้บริโภคมากขึ้น อย่างไรก็ดี สุดท้ายไทยได้รับอัตราภาษีนำเข้าจากตลาดสหรัฐอยู่ที่ 19% ยังเป็นจุดแข็งที่ทำให้ไทยยังสามารถแข่งขันตลาดเครื่องประดับเงินในตลาดโลกได้โดยเฉพาะกับคู่แข่ง โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและตลาดยุโรป

ทิศทางโลหะเงินยังเป็นขาขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับทิศทางของโลหะเงินที่มีการปรับขึ้นตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าทำราคานิวไฮขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยอาจจะเป็นเพราะการตัดสินใจของผู้บริโภคในการซื้อสินค้าเครื่องประดับเงิน เพราะอาจจะกังวลว่าหากจะซื้อสินค้าตอนนี้อาจจะเป็นช่วงที่ราคาวัตถุดิบสูง และมองว่าตลาดเครื่องประดับเงินจะยังคงมีความผันผวน เพราะการเสนอราคาขายของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ จะอิงที่ต้นทุนของราคาวัตถุดิบเป็นหลัก

นอกจากนี้ ปัจจัยราคาวัตถุดิบที่ยังคงผันผวน หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในนัยสำคัญ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์โลหะเงินอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าราคาโลหะเงินคงจะไม่ลงไปอยู่ในระดับราคา 30 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์อีกแล้ว อีกทั้งยังมีปัจจัยในเรื่องของภาษีการค้า โดยเฉพาะภาษีสหรัฐซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิด

เพราะกังวลว่าสหรัฐจะมีมาตรการอื่นใดเข้ามาเกี่ยวข้องในเชิงภาษี หากมีการเปลี่ยนแปลงก็จะมีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเครื่องประดับเงินไทย โดยเป็นข้อกังวลของผู้ประกอบการและผู้ส่งออกในทุกอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ไม่ใช่เฉพาะผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินเพียงอย่างเดียว

วอนรัฐบาลใหม่เว้น VAT

อย่างไรก็ดี ทางสมาคมเองยังมีแนวคิดที่จะเปิดราคากลางให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงสถานการณ์ราคา และเรื่องของ VAT 7% หากจะซื้อสินค้าเครื่องประดับเงินยังมีในเรื่องของการเก็บภาษีนี้อยู่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลังหากจะมีการลงทุนและไปขายต่อเพราะจะมีการคำนวณเรื่องของภาษีนี้ด้วย หากเป็นไปได้ก็ยังคาดหวังให้หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการยกเลิกภาษีในส่วนนี้ หรือลดภาษีลงก็จะมีผลต่ออุตสาหกรรมนี้ให้มีการเติบโตมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เครื่องประดับ