การลงทุนกองทุนประกันสังคมในโครงการ TU Dome ถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า หลังมีข้อมูลมูลค่าโครงการลดลงอย่างมาก สปส.ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ผลตอบแทน และกระบวนการตัดสินใจลงทุน
การลงทุนของกองทุนประกันสังคมในโครงการ TU Dome กลับมาเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง หลังมีข้อมูลว่ามูลค่าทางบัญชีของโครงการลดลงอย่างมากจากเงินลงทุนเดิม จนเกิดข้อสงสัยถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส และกระบวนการตัดสินใจของผู้บริหารกองทุน
โครงการทียูโดม เรสซิเดนท์เชียล คอมเพล็กซ์ ตั้งอยู่ริมถนนเชียงราก-ธรรมศาสตร์ ใกล้ทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารสูง 7 ชั้น จำนวน 3 อาคาร โดยชั้นบนเป็นพื้นที่พักอาศัย มีผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย ขณะที่พื้นที่ชั้นล่างของอาคารที่ติดถนน ถูกจัดสรรเป็นศูนย์อาหารและร้านค้า บริเวณด้านหน้าโครงการ มีการติดตั้งเต็นท์แบ่งเป็นล็อก ๆ สำหรับจำหน่ายสินค้าและอาหาร ซึ่งช่วยเพิ่มกิจกรรมในพื้นที่
สำหรับโครงการ TU Dome ซึ่งมีการลงทุนตั้งแต่ช่วงปี 2548-2549 เครือข่ายประกันสังคมก้าวหน้ายังตั้งคำถามไปถึง คณะกรรมการประกันสังคมในขณะนั้นซึ่งมาจากการแต่งตั้ง ทั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการลงทุน และฝ่ายเลขานุการ ว่า ใช้กระบวนการใดในการตัดสินใจนำเงินผู้ประกันตนไปลงทุนในโครงการที่มีปัญหาด้านการก่อสร้าง และมีสิทธิการเช่าถึงเพียงปี 2581
ชี้ลงทุนกระจุกตัว ขาดทุนจริง ควรตอบสังคมตรงไปตรงมา
กลุ่ม ประกันสังคมก้าวหน้า ระบุว่า กรณี TU Dome เป็นตัวอย่างของการลงทุนที่กระจุกตัวและขาดทุนอย่างไม่มีเหตุผล พร้อมเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคมเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการและคณะลงทุนชุดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยอมรับข้อเท็จจริง และชี้แจงต่อสังคมอย่างตรงไปตรงมาว่า จะวางกรอบบริหารความเสี่ยงและจัดสัดส่วนการลงทุนอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ซ้ำอีก
กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้ายังวิจารณ์การชี้แจงของสำนักงานว่าเป็นการ “ถามอย่าง ตอบอีกอย่าง” จนทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าสำนักงานขาดความรู้ด้านการลงทุน ทั้งที่ในความเป็นจริงมีพนักงานผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก แต่ต้องแบกรับภาระอธิบายแทนผู้บริหารที่ยึดติดกับวัฒนธรรมองค์กรแบบปิดลับ ทำผิดพลาดแต่ไม่รับผิดชอบ และพยายามซ่อนปัญหาไว้ภายใน
ย้อนถามบอร์ดแต่งตั้งปี 49 ใช้กระบวนการใดตัดสินใจลงทุนเงินผู้ประกันตน
ประกันสังคมก้าวหน้ายังตั้งคำถามไปถึง บอร์ดประกันสังคมที่มาจากการแต่งตั้งในช่วงปี 2549 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการลงทุนในโครงการ TU Dome โดยระบุว่า ในคณะกรรมการขณะนั้นมีทั้งอดีตเลขาธิการที่ถูกศาลตัดสินจำคุกในคดีทุจริตโครงการคอมพิวเตอร์ มีอดีต สว.ชื่อดัง รวมถึงนักการเมืองเป็นประธานอนุกรรมการลงทุน และฝ่ายเลขาธิการที่เป็นผู้ดำเนินการลงทุนในขั้นตอนสุดท้าย
โครงการดังกล่าวลงทุนในลักษณะกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หน่วยละ 10 บาท สำนักงานประกันสังคมถือสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 76 ทั้งที่สิทธิการเช่ามีถึงเพียงปี 2581 ปัจจุบันมูลค่าหน่วยลงทุนเหลือเพียงประมาณ 1 บาท รายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายเหลือไม่เกิน 25 ล้านบาทต่อปี แม้จะได้รับเงินปันผลสะสมมากกว่า 100 ล้านบาทแล้วก็ตาม
สำนักงานประกันสังคมย้ำ มองภาพรวมผลตอบแทน ไม่ใช่เฉพาะโครงการเดียว
ด้าน นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า การลงทุนย่อมมีทั้งกำไรและขาดทุน ขอให้ประชาชนมองภาพรวม โดยในปี 2568 กองทุนประกันสังคมมีอัตราผลตอบแทนรวมร้อยละ 6.1 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท
ขณะที่ น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ระบุว่า ตัวเลขมูลค่า TU Dome ที่เหลือราว 100 ล้านบาท เป็นเพียง “มูลค่ายุติธรรมในตลาดการลงทุน” ไม่ใช่มูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง และไม่สะท้อนผลตอบแทนรวมจากเงินปันผลที่ได้รับต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2549
สำนักงานฯ ยังยืนยันว่า ทุกการลงทุนต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งคณะกรรมการลงทุน คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการประกันสังคม เพื่อถ่วงดุลอำนาจ และปัจจุบันการลงทุนอสังหาริมทรัพย์รวมกว่า 30,000 ล้านบาท กองทุนได้รับเงินปันผลสะสมแล้วมากกว่า 18,000 ล้านบาท
เสนอทางออก ต้องคืนประกันสังคมให้ประชาชนมีส่วนร่วม
ประกันสังคมก้าวหน้าทิ้งท้ายว่า หากต้องการหลุดพ้นจากปัญหาเดิมซ้ำซาก จำเป็นต้อง ออกจากระบบราชการแบบปิด และนำประกันสังคมกลับมาเป็นของประชาชน ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกตัวแทนจากนโยบายการบริหาร เพื่อสร้างระบบประกันสังคมที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับผิดชอบต่อเงินของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง