ขุนพลมือเศรษฐกิจ 4 พรรค ไขข้องใจเหตุต้องชูนโยบาย “แจก – หวย” ใช้การเสี่ยงโชค ทำให้ฐานภาษีมั่นคง – สร้างการออมทางอ้อม ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ
ประชาชาติธุรกิจ จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ : ECONOMIC LEADERSHIP “เลือกผู้นำ เลือกอนาคตเศรษฐกิจ” เพื่อร่วมกันค้นหาทางรอดของประเทศ จาก 4 ขุนพลเศรษฐกิจของพรรคการเมือง คือ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) , นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ,นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึง นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
โดยช่วงแรกประชันวิสัยทัศน์ผ่าน 5 โจทย์สมรภูมิเศรษฐกิจ ประกอบด้วย 1.ปากท้องค่าครองชีพ 2.สงครามหนี้ 3.แรงานและSME 4.เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ 5.การค้าชายแดน และในช่วงท้ายมีคำถามเพิ่มเติม ว่าทำไมแต่ละพรรคต้องมีนโยบายที่เกี่ยวกับ “แจก” และ “หวย”
นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย มี 2 มาตรการที่เกี่ยวข้อง คือ 1.) รวยวันละ 9 ล้าน 9 คน และ 2.)หวยเกษียณ ผ่านการออม หลักการเพราะเราเข้าใจในเรื่องประเพณีและความชอบของคนไทยที่ชอบลุ้นโชคเสี่ยงดวง ฉะนั้นจึงมีโจทย์คิดว่าจะนำเรื่องเหล่านี้มาผูกเข้ากับแรงจูงใจ ว่าจะทำอย่างไรให้เป็นประโยชน์เศรษฐกิจ นี่จึงทำให้เกิดนโยบายดังกล่าวขึ้น เพื่อสร้างผลประโยชน์ จากการซื้อขายรายย่อยต่างๆที่มีมูลค่ามากๆ และทำให้คนเข้าสู่ระบบภาษีเพื่อเป็นการขยายฐานภาษี ซึ่งสำคัญมากกว่าการขึ้นอัตราภาษี
“ผมให้ความสำคัญกับการขยายฐานภาษี ทำให้ธุรกิจที่เคยอยู่ใต้ดินซื้อขายต่างๆที่เราไม่เคยรู้ เราจะรู้ และข้อมูลคือหัวใจสำคัญในการที่จะให้ประเทศไทยสามารถเดินไปได้”

นายวีระยุทธ กล่าวว่า พรรคประชาชนมีชื่อว่า นโยบายหวยใบเสร็จ มีตั้งแต่เลือกตั้งครั้งที่แล้วและรอบนี้ก็ยังมีเสนออยู่ พรรค ปชน.ตั้งเป้าไว้ 2 อย่าง
1.พรรคประชาชน ต้องการให้กำลังซื้อของคน ไหลเข้ามาสู่ร้านค้ารายย่อย และร้านค้ากลุ่ม SME เพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยไม่ต้องรอฟ้ารอฝนนโยบายกระตุ้นจากรัฐบาล เราอยากให้คนค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้สอย
2.อยากจะชักชวนกลุ่ม SME เข้าระบบมากขึ้น เพื่อให้นโยบายนี้ได้เข้าถึงอย่างตรงเป้าและตรงประเด็นมากขึ้น
“นี่เป็นประตูสู่การเข้าระบบ และการสร้างกำลังซื้อและหาตลาด”
นอกจากนี้จะเป็นตัวตั้งเป้าเพื่อเชื่อมโยงไปกับเรื่องการค้าชายแดน การเที่ยวเมืองรอง อีกเป็นต้น

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ภูมิใจไทย มีนโยบายแบบนี้แต่น่าจะคนละลักษณะ เพราะเราต้องการให้คนเข้าสู่ระบบภาษี ควบคู่ไปกับการอัปสกิล-รีสกิล เช่น คนละครึ่งพลัส ที่เชิญชวนให้คนเข้าสู่ระบบภาษี หรือ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อให้คนหันมาใช้ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) มากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ได้มาคือการได้สิทธิประโยชน์และไม่จำเป็นที่จะต้องไปลุ้นว่าจะเป็นผู้โชคดีหรือไม่
นโยบายที่เกี่ยวข้องการเสี่ยงโชค พรรคภูมิใจไทยจะไม่ค่อยมีแนวทาง ดังนั้นเราจึงคิดว่านำสิ่งที่มีอยู่แล้วที่ประชาชนใช้เป็นประจำ เช่น การซื้อลอตเตอรี่ว่าจะทำอย่างไรให้ลอตเตอรี่ที่ซื้อแล้วและไม่ถูกรางวัล สามารถกลับมาเป็นเงินออมและมาขึ้นเงินได้ตอนสิ้นปี แต่นโยบายดังกล่าวก็อาจจะยังมีการติดขัดอยู่เล็กน้อย

นางการดี กล่าวว่า ประชาธิปัตย์มีนโยบาย “หวยจังหวัด” ที่ไม่ได้เอาภาษีประชาชนซึ่งทำงานเหนื่อยยาก มาแจกกันเล่นๆ แต่จะเป็นนวัตกรรมทางความคิดนโยบายที่จะส่งเสริมเพื่อให้เกิดการออมในทางอ้อม
ส่วนนโยบายดังกล่าวเวิร์คยังไงนั้น ทุกๆงวดประเทศไทยมี 77 จังหวัด ถ้าหากใครถูกก็ได้หนึ่งล้านในแต่ละงวด แต่ขณะเดียวกันผู้ที่ไม่ถูกรางวัลก็จะหมุนกลับมาเป็นเงินออม 40 บาท ซึ่งเหล่านี้จะไม่ได้มาจากภาษีประชาชนที่เหนือยาก และจะต้องทำให้เกิดความโปร่งใสเพื่อให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในการนำไปซื้อเสียง
“หวยจังหวัด (ปชป.) จะเป็นนวัตกรรมทางความคิด เพื่อให้เกิดการออมของคนไทยในระยะยาว”

