Skip to content

ยุทธศาสตร์ก้าวใหม่ มศว อ่อนน้อม-เก่งเทคโนโลยี-รับใช้สังคม

01 ก.พ. 2569 | 10:10น.
ยุทธศาสตร์ก้าวใหม่ มศว อ่อนน้อม-เก่งเทคโนโลยี-รับใช้สังคม

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ที่มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในหลายด้าน อาทิ อัตราเกิดที่ลดลง รวมถึงโลกการศึกษาที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว จากการเข้ามามีบทบาทของ AI ทำให้ทุกมหาวิทยาลัยมีการแข่งขันที่เข้มข้นดุเดือดสูงมากขึ้น

รองศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า แม้ มศว จะเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ยาวนานและเข้มแข็งหยัดยืนสู่ปีที่ 77 แต่ก็ยังมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการเข้าสู่ยุค Gen Alpha ที่เติบโตมาพร้อมเทคโนโลยี AI

โดยได้เน้นย้ำถึงคำว่า “Adaptability” (ความสามารถในการปรับตัว) และ “Resilience” (ความยืดหยุ่น) ซึ่งเป็นสิ่งที่ World Economic Forum ยืนยันว่า ทุกองค์กรต้องมีเพื่อความอยู่รอด

ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์
ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์

พร้อมยืนยันจุดยืนของ มศว ว่ายังคงยึดมั่นในนโยบาย “มหาวิทยาลัยรับใช้สังคม” (Learning University for Society) และเป็น “มหาวิทยาลัยสีขาว” ที่ชัดเจนเรื่องการไม่รับสปอนเซอร์จากอบายมุข และเป็นพื้นที่ปลอดเหล้า-บุหรี่

ในปี 2569 มศว มีอายุ 77 ปี ยังคงเดินหน้ายกระดับเป็นมหาวิทยาลัยภายใต้ปรัชญา “Education is Growth การศึกษาคือความเจริญงอกงาม” ปัจจุบันมีบุคลากรรวมประมาณ 7,500 คน แบ่งเป็นสายวิชาการ 2,000 คน และสายสนับสนุนประมาณ 5,000 กว่าคน มีทั้งหมด 21 คณะ มีโรงพยาบาลใหญ่ 2 แห่ง รวมประมาณ 900 เตียง และโรงเรียนสาธิตทั้งหมด 5 แห่ง (ประสานมิตรประถม/มัธยม, ปทุมวัน, องครักษ์ และแม่แจ่ม)

รศ.ดร.ชลวิทย์ เผยถึงทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยภายใต้แนวคิด “7 SWU SPIRITS” ที่จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไปข้างหน้า ประกอบด้วย ข้อที่ 1 “Good Communication” สื่อสารอย่างสร้างสรรค์และเปิดใจ

ข้อที่ 2 “Set Goals” ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน โดยมหาวิทยาลัยจะมุ่งสู่ความเป็นสากล (Internationalization) ด้วยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ และการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว

ข้อที่ 3 “Connect the Dots” มีส่วนร่วมกับทุกคน ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่ง นำไปสู่การทำงานร่วมกับภาคีพันธกิจสัมพันธ์เพื่อสังคม สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเข้าสู่มาตรฐาน ESG โดยการบริการวิชาการสู่สังคมผ่านโครงการ 1 คณะ 1 ชุมชน เช่น อโศก โมเดล และ องครักษ์ โมเดล

ข้อที่ 4 “Positive Mindset” มีทัศนคติเชิงบวก บ่มเพาะนิสิตให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและมี Societal Mindset ให้ตระหนักถึงการทำตนให้มีคุณค่าแก่สังคม สร้างโอกาสให้ทุกคน

ข้อที่ 5 “Self-Confidence” มั่นใจในตนเอง โดยมหาวิทยาลัยจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบุคลากรและนิสิตเพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานและสังคม พัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์การนำไปใช้กับสังคมได้จริงและเห็นผล แก้ปัญหางานวิจัยบนกระดาษ พร้อมสนับสนุนงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขและเทคโนโลยีทางการศึกษา

ข้อที่ 6 “Humble Behaviors” ถ่อมตนและมีความอ่อนน้อม ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของ มศว โดยมหาวิทยาลัยจะปรับภูมิทัศน์กายภาพให้เป็น Universal Design สร้างพื้นที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านแพลตฟอร์ม Lifelong Learning และศูนย์กลางทางวิชาการเพื่อสังคม พร้อมพัฒนาระบบดิจิทัล จัดสรรพื้นที่ Coworking Space และพื้นที่ออกกำลังกาย เป็น Green University และ Health and Well-being Areas

และ ข้อที่ 7 “Trust” สร้างความไว้วางใจ ซึ่ง มศว จะเป็นสถาบันที่สังคมไว้วางใจได้เสมอ ไม่ว่าจะผ่านวิกฤตหรือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีใด ๆ

โดยมหาวิทยาลัยทำหน้าที่สร้าง “พลเมืองโลก” (Global Citizen) ที่มีคุณภาพ พร้อมให้ข้อมูลและตรวจสอบได้ในทุกประเด็นเพื่อรักษาความเป็น “มหาวิทยาลัยสีขาว” อย่างแท้จริง ส่งเสริมและสนับสนุนนิสิตได้รับทุนไปศึกษาต่อในปริญญาโท ปริญญาเอกที่ต่างประเทศ และให้กลับมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยในโครงการ One Faculty, One Teacher

รศ.ดร.ชลวิทย์กล่าวทิ้งท้ายว่า ในปีที่ 77 ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒนี้ มศว จะยังคงเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งและเข้มข้นในการผลิตวิชาชีพครูชั้นสูงทั้งด้านคุณภาพการศึกษาสู่สากลและสร้างคนที่มีความดีและความเก่งสู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม สู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่ง “ที่เป็นศรีสง่าแก่มหานคร”

มศว จะก้าวหน้าสู่ความเป็นเลิศในหลายด้านอย่างเท่าทันตามยุคสมัยอย่างไม่หยุดนิ่งและพัฒนาอย่างรุดหน้า มีผลเชิงประจักษ์สู่สังคมภายในและภายนอก