เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘จ็อบส์’ ชี้ ‘MacBook จอสัมผัส’ เลวร้ายต่อผู้ใช้อย่างยิ่ง แต่ 16 ปีต่อมา Apple ดันมีแววเปิดตัว
Tech ‘จ็อบส์’ ชี้ ‘MacBook จอสัมผัส’ เลวร้ายต่อผู้ใช้อย่างยิ่ง แต่ 16 ปีต่อมา Apple ดันมีแววเปิดตัว
สำนักงาน กสทช. เมิน ประชุมบอร์ด กสทช. นัดพิเศษ มึน จับตาปมขัดแย้งใหม่ลาม
Tech สำนักงาน กสทช. เมิน ประชุมบอร์ด กสทช. นัดพิเศษ มึน จับตาปมขัดแย้งใหม่ลาม
อานันท์ ปันยารชุน ชี้สังคมไทย “ฟังไม่ค่อยเป็น มองความเห็นต่างเป็นปฏิปักษ์”
Biz Movement อานันท์ ปันยารชุน ชี้สังคมไทย “ฟังไม่ค่อยเป็น มองความเห็นต่างเป็นปฏิปักษ์”
ชลประทานจันทบุรีแจงปมน้ำท่วม  ยันไม่ได้เปิดประตู 100% ฝนหนักทำน้ำล้นสปิลเวย์
เศรษฐกิจภูมิภาค ชลประทานจันทบุรีแจงปมน้ำท่วม  ยันไม่ได้เปิดประตู 100% ฝนหนักทำน้ำล้นสปิลเวย์
ครม.ไฟเขียวตั้ง 8 อธิบดี 3 กระทรวง ‘ลูกปลอดประสพ’ ข้ามห้วยคุมกรมประมง
Politics ครม.ไฟเขียวตั้ง 8 อธิบดี 3 กระทรวง ‘ลูกปลอดประสพ’ ข้ามห้วยคุมกรมประมง
ครั้งแรกของโลก พบ ‘สัญญาณวิทยุ’ จากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ
News ครั้งแรกของโลก พบ ‘สัญญาณวิทยุ’ จากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ
ZEEKR แจงเร่งหาสาเหตุรถ EV ไฟไหม้ พบเป็นรถจาก ‘น้ำท่วม-รอซ่อม’
EV ZEEKR แจงเร่งหาสาเหตุรถ EV ไฟไหม้ พบเป็นรถจาก ‘น้ำท่วม-รอซ่อม’
ครม.เพิ่ม ‘สมุทรสงคราม’ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ
Politics ครม.เพิ่ม ‘สมุทรสงคราม’ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ
เริ่ม ‘ปฏิทินงบฯ 71’ ต.ค.ฟังความคิดเห็น ‘ฝ่ายค้าน กกร.-ประชาชน’
Politics เริ่ม ‘ปฏิทินงบฯ 71’ ต.ค.ฟังความคิดเห็น ‘ฝ่ายค้าน กกร.-ประชาชน’
Agoda ชูกรุงเทพฯ ฐาน Tech Talent ระดับโลก ปักหมุดสำนักงานภูมิภาค จ้างงานในไทย 4,500 คน
Economic Agoda ชูกรุงเทพฯ ฐาน Tech Talent ระดับโลก ปักหมุดสำนักงานภูมิภาค จ้างงานในไทย 4,500 คน
ดูทั้งหมด

บทเรียน “เลือกตั้งโมฆะ” เหตุและผลประวัติศาสตร์ซ้ำรอย สูญงบฯพันล้าน-คนจัดติดคุก

13 ก.พ. 2569 | 13:39น.
"ย้อนรอยประเทศไทย 2 เมษายน 2549 เลือกตั้งโมฆะโมเดล และ ‘2กุมภาฯ57’ เลือกตั้งโมฆะในประวัติศาสตร์ เหตุแห่งความเป็นโมฆะของการเลือกตั้งผู้แทนฯ และผลของการเลือกตั้งที่เป็นโมฆ

เปิดปูมหลังการเมืองไทย เมื่อชัยชนะในสนามเลือกตั้งพ่ายแพ้ต่อวิกฤตความขัดแย้งและการตีความทางกฎหมาย ย้อนดูโมเดล “เลือกตั้งโมฆะ” 2 เม.ย. 49 และ 2 ก.พ. 57 สองเหตุการณ์สำคัญที่หน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยจำไม่มีวันลืม

ปี 2549 : เมื่อ “คูหาไม่ลับ” และบทลงโทษประวัติศาสตร์ต่อ กกต.

วิกฤตการณ์การเมืองในช่วงปี 2549 เริ่มต้นจากการที่ ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 เพื่อแก้ปัญหาการชุมนุมยืดเยื้อของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 เมษายน 2549 ท่ามกลางการประกาศ “คว่ำบาตร” จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน

คำวินิจฉัยโมฆะและจุดเริ่มต้นตุลาการภิวัฒน์ : ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้การเลือกตั้งเป็น “โมฆะ” โดยมีเหตุผลสำคัญคือ การจัดคูหาเลือกตั้งในลักษณะที่บุคคลภายนอกสังเกตเห็นการลงคะแนนได้ หรือ “คูหาไม่เป็นความลับ” รวมถึงการกำหนดวันเลือกตั้งที่กระชั้นชิดเกินไปเพียง 35 วัน ซึ่งถือว่าไม่เที่ยงธรรม

บรรทัดฐานศาลฎีกา : คุก 2 ปี อดีต 3 กกต. ประเด็นสำคัญที่ตามมาคือการฟ้องร้องดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดดังกล่าว (พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ, นายปริญญา นาคฉัตรีย์ และนายวีระชัย แนวบุญเนียร) ซึ่งท้ายที่สุด ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายืนให้จำคุกอดีต กกต. คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี

คำวินิจฉัยระบุอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ ย่อมต้องรู้ดีถึงหน้าที่ในการรักษาความเป็นกลางและความซื่อสัตย์สุจริต การกระทำที่เอื้อประโยชน์หรือขาดความเที่ยงธรรมจึงต้องรับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ขององค์กรอิสระในไทย

ปี 2557 : เมื่อการเลือกตั้ง “ไม่เกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร”

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้งภายใต้รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่ามกลางการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่ใช้ยุทธการ “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” และขัดขวางการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 จนทำให้ 28 เขตเลือกตั้งไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนได้

มติ 6 ต่อ 3 ปิดฉากเลือกตั้ง 2 ก.พ. : วันที่ 21 มีนาคม 2557 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 : 3 วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ “ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ” เนื่องจากไม่ได้เป็นการเลือกตั้งวันเดียวทั่วราชอาณาจักรตามที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 108 วรรค 2) ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการขัดขวางของกลุ่มผู้ชุมนุมในหลายพื้นที่

ความเสียหาย 2,400 ล้าน ใครต้องจ่าย ?

ผลพวงจากการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะในปี 2557 นำมาซึ่งความสูญเสียทางงบประมาณมหาศาลกว่า 2,400 ล้านบาท นำไปสู่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก กกต. ในปี 2560 ต่อ 2 กลุ่มหลัก :

  1. แกนนำ กปปส. และพวก 234 คน : ในข้อหาขัดขวางการเลือกตั้งจนเกิดความเสียหายแก่รัฐ
  2. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร : ในความผิดฐานละเมิด ปล่อยให้มีการจัดการเลือกตั้งทั้งที่มีคำทักท้วงถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

กะเทาะเปลือกกฎหมาย “เลือกตั้งโมฆะ” เมื่อเจตจำนงประชาชนกลายเป็นศูนย์

ในเส้นทางประชาธิปไตย “การเลือกตั้ง” คืออาณัติสัญญาณที่สำคัญที่สุด แต่หากกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจนั้นแปดเปื้อนด้วยความไม่ชอบธรรม หรือเกิดความบกพร่องเชิงเทคนิคที่ร้ายแรง “ความเป็นโมฆะ” ย่อมทำหน้าที่เป็นกลไกชำระล้างระบบให้กลับไปนับหนึ่งใหม่ ประชาชาติธุรกิจเจาะลึก 5 ปมเหตุและผลกระทบทางกฎหมายที่ทำให้การเลือกตั้งสิ้นผลไป

ต้นน้ำที่บิดเบี้ยว : ความบกพร่องในการเตรียมการและจัดทำบัตร

ความสมบูรณ์ของการเลือกตั้งเริ่มต้นตั้งแต่การวางโครงสร้าง ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และ 86 หากองค์กรผู้จัดการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งโดยขัดต่อเกณฑ์จำนวนราษฎร หรือจัดทำบัตรเลือกตั้งที่สร้างความสับสนจนไม่อาจสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของผู้ลงคะแนนได้ เช่น รายชื่อผู้สมัครผิดพลาดหรือรหัสเขตไม่ตรงสเป็ก สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความสะเพร่า แต่คือการทำลาย “ความเที่ยงธรรม” ตั้งแต่ก้าวแรก

วิกฤตศรัทธาในหน่วยเลือกตั้ง : กระบวนการออกเสียงที่เป็นมลทิน

หัวใจสำคัญของการเลือกตั้งตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคสาม คือ “การลงคะแนนโดยลับ” หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าสภาพการณ์ในหน่วยเลือกตั้งไม่เอื้อให้เกิดความลับ หรือมีการขัดขวางไม่ให้ผู้มีสิทธิเข้าถึงคูหาอย่างเป็นธรรม กระบวนการดังกล่าวจะถือว่าขัดต่อหลักการพื้นฐานอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ ความบกพร่องในการตรวจสอบสิทธิ เช่น การปล่อยให้มี “การเวียนเทียนลงคะแนน” หรือบุคคลที่ไม่มีสิทธิเข้าสวมสิทธิ ย่อมส่งผลให้ผลการเลือกตั้งในหน่วยนั้น ๆ สิ้นสภาพไปโดยปริยาย

รอยร้าวในระบบนับคะแนน : เมื่อตัวเลขไม่สะท้อนความจริง

แม้การลงคะแนนจะผ่านพ้นไป แต่หากขั้นตอนการรับรองผลและการคำนวณคะแนนตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 132 เกิดความผิดพลาดในลักษณะ “บัตรเขย่ง” (จำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิ) หรือระบบประมวลผลกลางมีความบกพร่องจนทำให้การจัดสรร สส. บัญชีรายชื่อผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง กฎหมายให้อำนาจในการสั่งเลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ของคะแนนเสียงทุกใบ

เมื่อ “กรรมการ” พลาดพลั้ง : ความบกพร่องขององค์กรผู้จัด

ภายใต้บังคับแห่ง รัฐธรรมนูญ มาตรา 224 และ 225 กกต. มีหน้าที่ควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต หากมีการวินิจฉัยว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือ “ละเลย” ต่อการตรวจสอบการทุจริตที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผลการเลือกตั้งไม่สุจริต ความบกพร่องของตัวองค์กรเองอาจกลายเป็นชนวนเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลฎีกาสั่งเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมด ดังที่เคยเกิดขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย

วิบากกรรมหลังคำสั่ง “โมฆะ” ผลกระทบและค่าเสียหาย

เมื่อมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ผลลัพธ์คือการกลับคืนสู่สถานะเดิม เสมือนว่าการเลือกตั้งนั้นไม่เคยเกิดขึ้น :

  • สุญญากาศทางการเมือง : ต้องมีการตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วัน ตาม มาตรา 102
  • ความรับผิดทางละเมิด : งบประมาณแผ่นดินนับพันล้านบาทที่สูญเสียไป กลายเป็นภาระที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอาจต้องถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายตามกฎหมายแพ่งและอาญา หากพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง