นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร หวั่น ตั้งรัฐบาลช้าอาจส่งผลเศรษฐกิจสะดุด จัดทำ-ใช้งบฯ 70 ไม่ทัน ภาคธุรกิจเร่งเตรียมแผนตั้งรับ “ออริจิ้น” เสนอ 3 ไอเดียหนุนลงทุน-แก้หนี้ SME-ประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย
นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ให้ความเห็นถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าออกไป หลังปัญหาผลการเลือกตั้ง และการจับขั้วพรรคแกนนำรัฐบาลว่า หากไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว หรือการเลือกตั้งถูกตัดสินเป็นโมฆะ จะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจสะดุดตัวลงจากการจัดทำงบประมาณปี 2570 และใช้งบฯไปกับการใช้จ่ายภาครัฐและสนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ตามที่รัฐบาลใหม่ได้หาเสียงเอาไว้ไม่ทันรอบงบประมาณ ส่งผลกระทบต่อการบริโภคในประเทศโดยตรง
ซึ่งหากไม่มีแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ ก็จะส่งผลกระทบต่อการบริโภคในประเทศโดยตรง ทำให้ภาคเอกชนต้องเตรียมตัวตั้งรับ และการดำเนินธุรกิจจะล่าช้าลงเพื่อรอดูความชัดเจนในด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่ แม้ว่าจะมีรัฐบาลรักษาการก็ตาม ซึ่งในการดำเนินมาตรการหรือนโยบายของรัฐบาลต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เอื้อต่อการเลือกตั้งใหม่
ในทางกลับกัน นายอิสระ มองว่า 2 เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยอย่างภาคท่องเที่ยว และการส่งออกจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป็นดีมานด์ที่มาจากชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่
ด้าน นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นต่อผลการเลือกตั้งว่า เป็นการชนะขาดลอย ซึ่งรัฐบาลน่าจะมีเสถียรภาพ อยู่ได้ยาว และสามารถผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนำโดยพรรคเพื่อไทย หรือพรรคภูมิใจไทยดำเนินมาตรการต่อเนื่อง ทั้งการรวมหนี้ หรือการแก้หนี้เบื้องต้น แต่สำหรับรัฐบาลใหม่ก็อยากจะให้มีการโฟกัสรายย่อย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีเพื่อให้ประชาชนสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ และเศรษฐกิจในประเทศกลับมาเติบโตอย่างมีศักยภาพ
ส่วนภาคอสังหาฯ มี 3 ข้อเสนอ ได้แก่ 1.ขยายระยะเวลาเช่า 30 ปี เป็น 90 ปี เพื่อรองรับดีมานด์ชาวต่างชาติที่ต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อหลบหนีความขัดแย้งทางการเมืองโลก 2. Mortgage Insurance ประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อลดเปอร์เซ็นต์ของยอดการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection rate) และ 3. เพิ่มโปรโมชั่นสำหรับนักลงทุนชาวต่างชาติ จากเดิมที่มีวีซ่าลงทุนมูลค่า 3 ล้านบาทขึ้นไป ควรมีข้อเสนอเพิ่มเติมเพื่อการอยู่อาศัยระยะยาวมากขึ้น
“สำหรับภาคอสังหาฯ อยากได้เรื่องเช่าระยะยาว 90 ปี ทำอย่างไรให้ผู้ซื้อสบายใจ ตอนนี้บ้านจัดสรรเป็นปัญหาเยอะที่สุด เพราะว่ากู้ไม่ผ่านด้วย เพราะฉะนั้นเปิดให้มีการเช่าระยะยาวมากขึ้น การเติบโตของดีมานด์มันจะได้ไม่กระจุกตัวอยู่แค่ตลาดภูเก็ต แต่รวมถึง กทม. และจังหวัดอื่นด้วย ส่วนวีซ่าลงทุน 3 ล้านบาท คิดว่าน่าจะมีการเพิ่มโปรโมชั่นอย่างไรให้นักลงทุนอยู่ยาวกว่านี้ เช่น ลงทุน 5 ล้านบาทให้วีซ่าเพิ่มเป็น 2 ปี ลงทุน 7 ล้านบาท ให้วีซ่า 5 ปี หรือลงทุน 10 ล้านบาท ให้วีซ่า 10 ปีไหม ก็เป็นความหวังของเราที่ต้องการให้ภาครัฐส่งเสริม” นายพีระพงศ์ กล่าว