เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

แม่ทัพขนส่งเตือนรัฐบาล ดีเซลหลุดเพดาน 30 บาท ค่าขนส่งพุ่ง-เศรษฐกิจสะเทือน

09 มี.ค. 2569 | 19:58น.
ม่ทัพขนส่งเตือนรัฐบาล ดีเซลหลุดเพดาน 30 บาท ค่าขนส่งพุ่ง-เศรษฐกิจสะเทือน

ประธานสหพันธ์ขนส่งฯ ถอดสมการต้นทุนโลจิสติกส์ไทยในภาวะสงคราม สะท้อนปัญหาการบริหารจัดการน้ำมันดีเซลที่ส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการฐานรากและภาคเกษตรกรรม จี้ทบทวนมาตรการห้ามเติมน้ำมันใส่แกลลอนที่กำลังกลายเป็นอุปสรรคต่อเครื่องจักรกลการเกษตรและบริการชุมชน วอนรัฐบาลใช้อารมณ์ร่วมกับประชาชนในการตัดสินใจนโยบายพลังงาน ย้ำชัดดีเซลคือกระดูกสันหลังของระบบโลจิสติกส์ หากรัฐคุมฐานรากไม่อยู่ แรงเหวี่ยงจากค่าครองชีพและเงินเฟ้อจะกลายเป็นวิกฤติซ้ำเติมกำลังซื้อของคนไทยในระยะยาว

“ประชาชาติธุรกิจ” เปิดมุมมอง ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ผู้นำรถบรรทุกกว่า 13 สมาคมทั่วประเทศ ในวันที่เขากำลังยื่นหนังสือด่วนที่สุดไปยังกระทรวงพลังงาน เพื่อเสนอสิ่งที่เรียกว่า “ทางรอดเดียว” ของภาคขนส่งก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

ฉากทัศน์วิกฤตของเศรษฐกิจไทย

ดร.ทองอยู่ เริ่มต้นการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า น้ำมันคือสายเลือด และดีเซลคือน้ำมันแห่งชีวิตของภาคอุตสาหกรรมและการขนส่ง หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด น้ำมันดิบจะไม่สามารถออกจากแหล่งผลิตได้ ราคาพลังงานทั่วโลกจะพุ่งสูงแบบไร้เพดาน และไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบมากลั่นเอง จะได้รับผลกระทบเป็นอันดับต้นๆ

8 มาตรการกู้ชีพ รัฐบาลต้องเลิกแทงกั๊ก และใช้อารมณ์ร่วมกับประชาชน

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ ได้ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย 13 สมาคม ออกมาตรการข้อเรียกร้อง 8 ประการ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยประเด็นที่เป็น “หัวใจสำคัญ” คือการคัดค้านการปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล

“เราขอให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร นี่คือเส้นตายที่ภาคขนส่งยังพอหายใจได้”

ดร.ทองอยู่ระบุ พร้อมตั้งคำถามถึงระยะเวลาการบริหารงานของรัฐบาล “มาตรการตรึงราคา 15 วันที่รัฐประกาศออกมา มันคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบไม่จริงใจ รัฐบาลควรใช้อารมณ์ร่วมกับประชาชน ขยายเวลาออกไปอย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ตั้งหลักท่ามกลางวิกฤตสงคราม”

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงอย่างน้อย 3 บาทต่อลิตร” ทันที เพื่อแบ่งเบาภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันกำลังอยู่ในสภาวะวิกฤต

ความลักลั่นทางกฎหมายที่ “เอื้อทุนใหญ่ ปล่อยทุนย่อยตาย”

ดร.ทองอยู่ ฉายภาพให้เห็นถึงช่องว่างทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ทำให้เกิด “ความไม่เป็นธรรม” ในเชิงโครงสร้างราคาอย่างรุนแรง

Advertisement

“ปัจจุบันรัฐบาลตรึงราคาดีเซลเฉพาะผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ตามมาตรา 7 แต่รู้ไหมว่าผู้ประกอบการขนส่งที่มีรถเป็นร้อยเป็นพันคัน ที่เขามีถังน้ำมันสำรองเอง กลับต้องซื้อน้ำมันแพงกว่าราคาหน้าปั๊มลิตรละ 40-50 สตางค์ นี่คือความลักลั่นที่ทำร้ายคนทำงานจริง ถ้าเราเอารถบรรทุกหมื่นคันไปต่อคิวเติมในปั๊มหน้าปากซอย จราจรก็พัง ปั๊มก็ไม่รับ แล้วทำไมรัฐไม่ทำให้เป็น Single Price ราคาเดียวทั่วประเทศทั้งหน้าปั๊มและคลังน้ำมัน?”  

นอกจากนี้ ยังไม่รวมถึงการเรียกร้องความโปร่งใส ตาม พรบ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง มาตรา 11 ที่รัฐต้องเปิดเผยสถิติน้ำมัน

“เดือนธันวาคม 2567 เราส่งออกน้ำมันมหาศาลกว่า 1,400 ล้านลิตร แต่ข้อมูลเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์กลับหายไปในกลีบเมฆ ความลับนี้ใครได้ประโยชน์? คนไทยต้องใช้น้ำมันแพง แต่เรากลับส่งออกไปเลี้ยงเพื่อนบ้านเนี่ยนะ?”

หมัดเด็ดจากประวัติศาสตร์ “สั่งยกเลิกการส่งออกน้ำมันทันที”

ในจังหวะที่สถานการณ์เข้าสู่จุดเดือด ดร.ทองอยู่หยิบไม้ตายทางกฎหมายขึ้นมาเสนอ โดยย้อนกลับไปใช้แนวทางสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร ปี 2516

“รัฐบาลมีอำนาจเต็มตามกฎหมายกระทรวงในการสั่งระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปชั่วคราว 60-90 วัน เพื่อสำรองน้ำมันไว้ใช้ในประเทศยามฉุกเฉิน เราต้องกักน้ำมันไว้ให้คนในชาติใช้ก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้กลุ่มทุนน้ำมันและโรงกลั่นตักตวงผลประโยชน์จากการส่งออกในขณะที่คนในประเทศกำลังแย่”

ดร.ทองอยู่ยังแสดงความเห็นพ้องกับแนวคิดของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.พลังงาน ในแง่ที่ว่าต้องตรึงราคาโดย ‘ไม่ชดเชย’ เพราะน้ำมันที่ใช้อยู่ตอนนี้คือการสต็อกล่วงหน้ามาแล้ว 2 เดือน

“อย่ามาอ้างว่าราคาวันนี้ขึ้นเพราะสงครามเมื่อวาน น้ำมันในสต็อกต้นทุนเก่าต้องถูกใช้เพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อกำไรโรงกลั่น”

เสียงสะท้อนจาก “แกลลอนน้ำมัน” เมื่อรัฐบาลมองข้ามฟันเฟืองตัวเล็ก

มาตรการห้ามเติมน้ำมันใส่ถังหรือแกลลอนเพื่อป้องกันการกักตุน กลายเป็นประเด็นที่ ดร.ทองอยู่สะท้อนออกมาด้วยความสะเทือนใจ เพราะเขาระบุว่ามันกระทบไปถึง “รากหญ้า” ของจริง

“ลองนึกภาพเกษตรกรที่มีรถไถนา รถเกี่ยวข้าว หรือเครื่องจักรในสวนปาล์ม รถพวกนี้ไม่มีทะเบียน ขับไปปั๊มน้ำมันไม่ได้ พอรัฐสั่งห้ามเติมใส่แกลลอน พวกเขาจะเอาพลังงานจากไหนมาทำมาหากิน? แม้แต่สัปเหร่อตามวัดในต่างจังหวัดที่ยังใช้เตาน้ำมันเผาศพ เขาก็ต้องการน้ำมันใส่แกลลอนไปใช้ มาตรการนี้คือการตัดทางรอดของคนจนอย่างชัดเจน”

ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย

กฎเหล็ก “1 บาท : 3%” เพดานสุดท้ายก่อนโดมิโนพังครืน

สำหรับภาคการขนส่ง ดร.ทองอยู่ยืนยันว่า สหพันธ์ฯ มีเกณฑ์ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับค่าขนส่ง ซึ่งตอนนี้ราคาน้ำมันดีเซลที่ผู้ประกอบการรับได้คือ ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ถ้ายังไม่เกินระดับนี้ กลุ่มผู้ประกอบการจะยังไม่ปรับค่าขนส่ง แต่หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น จะมีสูตรการปรับค่าขนส่งตามสัดส่วน เพราะทุก ๆ 1 บาทที่ราคาดีเซลเพิ่มขึ้น ค่าขนส่งจะต้องปรับขึ้น 3% ซึ่งเขายกตัวอย่างว่า หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 5 บาท ค่าขนส่งจะเพิ่มขึ้นทันทีประมาณ 15%

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าการปรับค่าขนส่งเป็น มาตรการสุดท้ายที่ไม่อยากใช้ เพราะทันทีที่ค่าขนส่งขึ้น ราคาสินค้าทุกอย่างก็จะขึ้นตาม

“เพดานที่เรารับได้คือ 30 บาทต่อลิตร ถ้ายังไม่เกิน เราจะกัดฟันสู้ไม่ปรับขึ้นค่าขนส่ง แต่ถ้าเกินเมื่อไหร่ สูตรของเราคือ ‘1 บาท : 3%’ คือ ทุกๆ 1 บาทที่ราคาน้ำมันขึ้น ค่าขนส่งจะขยับตาม 3% ทันที หรือถ้าขึ้น 5 บาท ค่าขนส่งขยับ 15% แล้วลองคิดดูว่าราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สบู่ ยาสีฟัน และสินค้าบริโภคจะพุ่งไปขนาดไหน? ”

ดร.ทองอยู่ เตือนว่านี่คือ “Domino Effect” ที่จะลามไปถึงอุตสาหกรรมก่อสร้าง เช่น อิฐ หิน ดิน ทราย รวมถึงการท่องเที่ยว และสุดท้ายจะจบลงที่ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงจนรัฐต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสยบปัญหา ซึ่งจะซ้ำเติมให้ประชาชนไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอยเข้าไปอีก

เตือน 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจวูบ

ดร.ทองอยู่ ทิ้งท้ายด้วยการเตือนถึง “สภาวะอัมพาต” ของเศรษฐกิจไทย หากเครื่องยนต์ทั้ง 4 ตัวหยุดทำงาน ดังนี้

  1. การส่งออก: สูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันเพราะค่าระวางเรือและค่าขนส่งพุ่งสูงกว่าคู่แข่ง
  2. การท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจะลดการเดินทางเพราะค่าโดยสาร รถ เรือ เครื่องบิน แพงขึ้น
  3. การลงทุน: นักลงทุนจะขาดความเชื่อมั่น ทำให้ชะลอโครงการโครงสร้า
  4. พื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งแลนด์บริดจ์และรถไฟความเร็วสูง
  5. กำลังซื้อ: หากเงินเฟ้อรุนแรงจะทำให้รายได้ประชาชนเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลง จนรัฐบาลอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสยบเงินเฟ้อ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมวิกฤต

“น้ำมันดีเซลคือ ‘ต้นทุนหลัก’ ของทุกภาคส่วน ทั้งอุตสาหกรรม การขนส่ง และบริการ หากน้ำมันดีเซลขึ้นราคา ต้นทุนพลังงานอื่นๆ เช่น ค่าไฟฟ้า (จากทั้ง LNG และ NGV) ก็จะปรับขึ้นตาม รัฐบาลจึงต้องใช้มาตรการการปรับราคาค่าขนส่งเป็น ‘ทางเลือกสุดท้าย’ และต้องคุมราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและระบบเศรษฐกิจของชาติ” ดร.ทองอยู่กล่าวทิ้งท้าย