Skip to content

ททท.เร่งแก้ปมสงครามยืดเยื้อ มุ่งปั๊ม นักท่องเที่ยวยุโรป-อเมริกา-หาตลาดทดแทน

20 มี.ค. 2569 | 07:59น.
ททท.เร่งแก้ปมสงครามยืดเยื้อ มุ่งปั๊ม นักท่องเที่ยวยุโรป-อเมริกา-หาตลาดทดแทน

ททท. เกาะติดสงครามอิหร่าน-สหรัฐ ปรับแผนเลื่อนโรดโชว์ 3 งานใหญ่ในตะวันออกกลาง เดินหน้า แผนส่งเสริมการตลาด “ยุโรป-อเมริกา” ตามแผนเดิม พร้อมเร่งหาตลาดใหม่ฝั่ง Short Haul “จีน อินเดีย อาเซียน เกาหลี ญี่ปุ่น” ทดแทน อัดงบฯ Thailand Summer Blast หนุนสายการบินเต็มสูบ จ่อฟื้นโครงการซื้อตั๋วบินอินเตอร์ฟรีตั๋วบินในประเทศกระตุ้นการเดินทางในประเทศ คาด Worst Case ยืดเยื้อเกิน 3 เดือน นักท่องเที่ยวหลุดเป้า 25%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เรียกประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางต่อภาพรวมด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวฯ พร้อมด้วยผู้บริหารที่ดูแลตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกา และตัวแทนภาคเอกชน ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมโรงแรมไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่

ทั้งนี้ จากรายงานพบว่าเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่วนตลาดระยะไกลอื่นทั้งยุโรป อเมริกา ยังได้รับผลกระทบไม่มากนัก

เลื่อนโรดโชว์ “ตะวันออกกลาง”

โดยล่าสุด ททท.ได้เลื่อนแผนการไปโรดโชว์ในตลาดตะวันออกกลางแล้ว 3 งานใหญ่ ประกอบด้วย 1.กิจกรรม Amazing Thailand Roadshow to South Africa 2026 ซึ่งเดิมมีแผนพาเอกชน 20 ราย ไปเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการ (Buyer) ที่โจฮันเนสเบิร์ก เดอร์บัน และเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ ระหว่าง 7-9 เมษายนนี้ เนื่องจากส่วนใหญ่เดินทางผ่านฮับ UAE

2.กิจกรรม The Middle East Trade Meet (MTM) & Maga FAM Trip 2026 ซึ่งเป็นงานที่เอาผู้ประกอบการ (Buyer) จากภูมิภาคตะวันออกกลาง 60 ราย มาเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย 80 ราย ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา กระบี่ และเชียงใหม่ ระหว่าง 20-25 เมษายนนี้ และ 3.กิจกรรม Roadshow to Mid East Pre-ATM ระหว่าง 27-30 เมษายน 2569 ณ เมือง Al-Qassim เมือง Jeddah ซาอุดีอาระเบีย

ส่วนงาน Arabian Travel Market (ATM) ซึ่งเป็นงานส่งเสริมการขายและนิทรรศการด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลก ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรอความชัดเจนจากทางผู้จัดงาน ทั้งนี้ ททท.จะมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด

รุก “ยุโรป-อเมริกา” ตามแผน

ส่วนงานส่งเสริมการตลาดในภูมิภาคยุโรปและอเมริกานั้น ททท.ยังเดินหน้าจัดตามแผน เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย โดยในตลาดยุโรปมีแผนจัดงาน Amazing Thailand Health and Wellness Trade Meet 2026 วันที่ 23 เมษายน ณ โรงแรมเมอเวนพีค สุขุมวิท โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการไทย (Saller) ประมาณ 80 ราย

ขณะที่ผู้ประกอบการ (Buyer) จากยุโรป และตะวันออกกลางบางส่วนอาจยกเลิกการเดินทางบ้าง เนื่องจากต้นทุนค่าตั๋วโดยสารที่มีราคาสูงขึ้น หรืออาจหาตั๋วโดยสารค่อนข้างยาก และงาน Amazing Thailand Roadshow to UK 2026 วันที่ 19-21 พฤษภาคม ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการเปิดรับสมัคร คาดว่าจะยังสามารถดำเนินการได้

ส่วนกิจกรรมส่งเสริมตลาดภูมิภาคอเมริกา ประกอบด้วย งาน Amazing Thailand Roadshow to US & Canada 2026 วันที่ 7, 9 และ 13 เมษายน ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (อเมริกา) ลอสแองเจลิส (อเมริกา) และแวนคูเวอร์ (แคนาดา) ยังคงเดินหน้าตามปกติ

และงาน Amazing Thailand (Post-ILTM) Latin America Roadshow 2026 วันที่ 8, 11 และ 13 พฤษภาคม ที่เซาเปาลู (บราซิล) โบโกตา (โคลอมเบีย) และเม็กซิโกซิตี้ (เม็กซิโก)

ตาราง-คาดการณ์นักท่องเที่ยว 2569

เร่งหาตลาดใหม่ทดแทน

ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ติดตามและทำเรื่อง Sentiment ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการปรับการสื่อสารเชิงรุกพร้อมวางโพซิชันนิ่งและทำการสื่อสารให้เห็นว่าประเทศไทยเป็น Safe Destination เพื่อสร้างความเชื่อมั่น พร้อมทั้งให้ข้อมูลสำคัญอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันต้องมองหาตลาดทดแทนด้วย เช่น จีนตอนใต้ อินเดีย อาเซียน เกาหลี ญี่ปุ่น โดยใช้กลยุทธ์การตลาดแบบสองทาง (Two-way Tourism Marketing) ในการร่วมมือกับประเทศคู่ค้าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางระหว่างกัน

“เบื้องต้นเรามีงบฯจากโครงการ Thailand Summer Blast และ ที่สนับสนุนสายการบินร่วมกับตลาดจีน ซึ่งทำได้ดีระดับหนึ่ง ซึ่งเรามีแผนนำเงินส่วนที่เหลือจากโครงการมาใช้จนถึงเดือนกรกฎาคม 2569 และนำมาใช้กับตลาดระยะไกลที่เดินทางได้โดยไม่ผ่านตะวันออกกลาง ซึ่งหากงบประมาณไม่เพียงพอ ทาง ททท.ก็มีแผนที่จะขอเพิ่มเติมอีก ทั้งนี้จะมีการปรับเงื่อนไขเพื่อนำเสนอที่ประชุม ครม.ต่อไป” นางสาวฐาปนีย์กล่าว

ฟื้นโครงการฟรีตั๋วบินในประเทศ

นอกจากนี้ ททท.ยังมีแผนเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่พิจารณาโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวภายใต้แคมเปญ Buy International, Free Thailand Domestic Flights หรือโครงการซื้อตั๋วโดยสารระหว่างประเทศเข้ามา แถมฟรีตั๋วโดยสารบินภายในประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ

รวมทั้งแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ (ไทยเที่ยวไทย) ผ่านโครงการคนละครึ่ง Plus โดยมองว่าจะเพิ่มในส่วนของภาคการท่องเที่ยวเข้าไปได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ซึ่งจะมีการหารือกับภาคเอกชนต่อไป

เตรียมตั้งวอร์รูมบริหารวิกฤต

นางสาวฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า ไม่เพียงเท่านี้ยังมีแผนเตรียมจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ หรือวอร์รูม (War Room) หรือคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อติดตามและบริหารจัดการวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทำระบบแดชบอร์ดเพื่อการท่องเที่ยว สำหรับติดตามข้อมูลสำคัญ ทั้งเที่ยวบิน ราคาน้ำมัน ต้นทุนต่าง ๆ อัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) การบริหารจัดการที่นั่งของสายการบิน ฯลฯ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการใน 1-2 สัปดาห์นี้ รวมถึงการเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วยมาตรการซอฟต์โลน (Soft Loan) ด้วย

นอกจากนี้ ททท.ยังมีแผนคุยกับทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย เพื่อหารือกรณีที่สงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ถ้าประเทศไทยจะดึงสายการบินตะวันออกกลางมาใช้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นจุดเชื่อมต่อเที่ยวบินอีกแห่ง เพื่อดึงเที่ยวบินตรงจากภูมิภาคยุโรป อเมริกาเข้าประเทศไทยไทย

รวมถึงหาทางเจรจากับสายการบินในฟากยุโรป อเมริกา เพื่อให้จีนเป็นฮับในการบินเข้าสู่ประเทศไทยอีกทางหนึ่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวระยะไกลยังสามารถเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยได้เหมือนเดิม

Worst Case นทท. หาย 25%

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯระบุว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 1-9 มีนาคม 2569 (ช่วงเกิดสงคราม) จำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลลดลงในทุกตลาด ได้แก่ ยุโรป ลดลง 14.39% อเมริกา ลดลง 7.37% ตะวันออกกลาง ลดลง 76.51% และแอฟริกา ลดลง 15.06%

โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่า Best Cast (ยุติเร็ว 2-4 สัปดาห์) ภาพรวมน่าจะลดจากเป้าหมายเดิม 2% มีจำนวนนักท่องเที่ยว 35-36 ล้านคน (จากเป้าหมาย 36.7 ล้านคน) Base Case (1-3 เดือน) ลดจากเป้าหมายเดิม 18% มีนักท่องเที่ยว 30-31 ล้านคน และ Worst Case (3 เดือนขึ้นไป) ลดลงจากเป้าหมายเดิม 25% หรือมีนักท่องเที่ยว 27-29 ล้านคน โดยจะกระทบตลาดตะวันออกกลางและยุโรปที่บินผ่าน Gulf Hub ทั้งหมด (ดูตารางประกอบ)