Skip to content

โพลชี้ “นักข่าว” น่าไว้วางใจสุดในไทย แซงแพทย์-อินฟลูฯ สวนเทรนด์โลก

26 มี.ค. 2569 | 11:47น.
โพลชี้ “นักข่าว” น่าไว้วางใจสุดในไทย แซงแพทย์-อินฟลูฯ สวนเทรนด์โลก

ผลสำรวจเผย “นักข่าว” ครองอันดับ 1 ความไว้วางใจ ถึง 40% เหนือแพทย์ 24% และอินฟลูเอนเซอร์ 14% สะท้อนบทบาทสื่อยังเป็น “ตัวกรองความจริง” ในยุคข้อมูลล้น-AI ขยายอิทธิพล ขณะที่ต่างประเทศที่มักยกแพทย์-นักวิทย์ได้รับความไว้วางใจสูงสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า YouGov ร่วมกับ สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ สำรวจผู้ตอบแบบสอบถามทั่วประเทศไทยจำนวน 2,000 คน อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เกี่ยวกับอาชีพที่น่าไว้วางใจที่สุด โดยจากการสำรวจพบว่า นักข่าวเป็นอาชีพที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ตอบแบบสำรวจมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งโดยได้รับการโหวตที่ 40% ตามด้วยอาชีพแพทย์ 24% อินฟลูเอนเซอร์ 14% ครู 12% ตำรวจ 7% และนักการเมืองที่ 3%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่สังคมไทยยังมีต่ออาชีพนักข่าว และการรายงานข่าวที่มีความน่าเชื่อถือ และการนำเสนอข้อเท็จจริง แม้ว่าภูมิทัศน์ของสื่อในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความแพร่หลายของแพลตฟอร์มดิจิทัล และพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ทอม แอทธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด กล่าวถึงผลการสำรวจว่า เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่อาชีพนักข่าวยังเป็นอาชีพที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มีแหล่งข้อมูลมากมายให้เข้าถึงได้ แต่การที่มีอาชีพนักข่าวซึ่งนำเสนอข่าวจากข้อมูลที่เชื่อถือยังเป็นสิ่งสำคัญ และคนไทยก็สามารถใช้วิจารณญาณในการเลือกคัดกรอง และรับข้อมูลที่ถูกต้องได้

“ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นว่าการสื่อสารยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสื่อสารในภาคธุรกิจและนโยบายของภาครัฐที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยแม้นักข่าวในปัจจุบันจะต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างมากจากพฤติกรรมการเสพสื่อของคนในสังคมที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามสื่อที่มีคุณภาพก็ยังคงมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อสังคมไทย” ทอม กล่าว

ประเทศไทยมีโครงสร้างสื่อที่หลากหลาย โดยแม้ว่าสื่อส่วนใหญ่จะนำเสนอข่าวเป็นภาษาไทย แต่สื่อจากต่างประเทศซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงเทพฯ ล้วนมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข่าวที่มีอิธิพลทั้งในระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ

นายภาณุ วงศ์ชะอุ่ม ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความไว้วางใจคือสิ่งสำคัญที่สุดของงานสื่อมวลชน ซึ่งต้องสั่งสมจากการทำงานทีละชิ้น ในยุคที่มีข้อมูลมากมาย และเต็มไปด้วยกระแสจากโซเชียลมีเดีย ยิ่งตอกย้ำถึงความรับผิดชอบที่นักข่าวต้องมีในการยึดมั่นในความเป็นอิสระ ความถูกต้อง และความสมดุล ท่ามกลางความท้าทายที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก การคุ้มครองเสรีภาพสื่อ และมาตรฐานวิชาชีพจึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง

นายวชิรหัตถ์ นามบุตร ประธานชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITPC) ภายใต้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ให้มุมมองเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของปัญญาประดิษฐิ์ (AI) ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อสื่อ และเป็นเรื่องที่ควรจับตาดู

นายวชิรหัตถ์ กล่าวว่า ตัวเลขความไว้วางใจที่สูงถึง 40% นี้ สะท้อนว่าในขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ภาวะ ข้อมูลล้น และความก้าวหน้าของ AI ที่สามารถสร้าง ‘ความจริงสังเคราะห์’ ได้ทุกรูปแบบ ผู้บริโภคยิ่งมองหา ‘ตัวกรอง’ ที่เชื่อถือได้ นักข่าวในวันนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นผู้รายงานเหตุการณ์ แต่ต้องเป็น ‘ผู้พิทักษ์ความจริง’ โดยใช้จริยธรรมและวิจารณญาณในการนำเสนอข่าว อันเป็นสิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้

“ความท้าทายสำคัญของนักข่าวยุค 2026 คือการสร้าง ‘ภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล’ (Digital Immunity) ให้กับสังคม เราต้องใช้เทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพในการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking) ให้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น เพื่อรักษาต้นทุนทางความเชื่อถือที่ประชาชนมอบให้ไว้ให้ดีที่สุด” นายวชิรหัตถ์ กล่าวเสริม

ผลการสำรวจดังกล่าวในประเทศไทยแตกต่างจากเทรนด์การสำรวจในต่างประเทศ โดยผลสำรวจในหลายประเทศมักพบว่า อาชีพแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และครู เป็นอาชีพที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด ขณะที่นักข่าวมักอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่า อีกทั้งอินฟลูเอนเซอร์ และบุคคลบนโซเชียลมีเดีย ก็มักได้รับความไว้วางใจในระดับต่ำเช่นกัน

ดังนั้น ผลสำรวจของไทยจึงสะท้อนถึงการให้คุณค่าต่อบทบาทของสื่อมวลชนที่โดดเด่น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสื่อและแหล่งข้อมูล

แม้นักข่าวในประเทศยังต้องเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะด้านเสรีภาพสื่อ แต่ผลสำรวจในครั้งนี้ได้ตอกย้ำบทบาทของสื่อที่ยังคงมีความน่าเชื่อถือในสังคมไทย และการที่ประชาชนยังให้ความสำคัญกับอาชีพนักข่าวในการเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ท่ามกลางยุคปัจจุบันที่มีข้อมูลจำนวนมากให้เข้าถึง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นักข่าว ผลสำรวจ