เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

แผน “ทรัมป์” ขึ้นภาษีรถยนต์ 25% อาจย้อนทำลายเศรษฐกิจสหรัฐ ?

02 ส.ค. 2561 | 10:56น.

สงครามการค้าโลกยุ่งเหยิงและอีนุงตุงนังมากขึ้นทุกวัน ทั่วโลกก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับนโยบายใหม่ ๆ จากสหรัฐอเมริกาในทุกจังหวะ เมื่อหลายเดือนก่อนสหรัฐได้ประกาศเก็บภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมเพิ่ม 25% และ 10% ไปแล้ว และล่าสุดดูเหมือนความตั้งใจในการขึ้นภาษีนำเข้า “รถยนต์” 25% ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีผู้เดาใจยากแห่งสหรัฐอเมริกา ดูจะเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะมีการเคลื่อนไหวจากหลายฝ่าย เดอะ วอชิงตันโพสต์ รายงานอ้างแหล่งข่าวนิรนาม 3 คนที่กล่าวตรงกันว่า ที่ปรึกษาทำเนียบขาวเชื่อว่าทรัมป์วางแผนจะเพิ่มการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์สูงถึง 25% มูลค่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้

ขณะที่ทรัมป์ได้ทวีตข้อความที่ทำให้นักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกต้องขมวดคิ้ว ระบุว่า “ทุกครั้งที่ผมเห็นนักการเมืองที่อ่อนแอ ขอให้ผมหยุดมาตรการขึ้นภาษีเพื่อตอบโต้การโดนเรียกเก็บภาษีที่ไม่แฟร์จากประเทศอื่น ผมสงสัยว่าพวกเขาคิดอะไรกันอยู่ ?”

ทั้งนี้ ทรัมป์ได้พบกับ “ฌ็อง-คล็อด ยุงเกอร์” ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (อียู) ณ ทำเนียบขาว ในช่วงเย็นวันพุธที่ผ่านมา โดยได้เจรจาถึงเรื่องการหาจุดสมดุลการค้าระหว่างกัน อียูถือเป็นตลาดที่เกินดุลการค้าสหรัฐ นำมาซึ่งมาตรการตอบโต้ทางภาษีกันมาโดยตลอดหลังทรัมป์รับตำแหน่ง

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า แม้ทรัมป์และยุงเกอร์จะเจรจาไปได้สวย และประกาศแสวงหาความร่วมมือ แต่รัฐบาลวอชิงตันจะยังไม่หยุดสืบสวนว่าการจัดเก็บภาษีรถยนต์ต่างสัญชาติในอัตราปัจจุบันเป็นภัยต่อตลาดสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ทำให้ยังมีโอกาสที่สหรัฐอเมริกาจะขึ้นกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์ตามที่ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกกังวลใจ

ผลสำรวจจากกระทรวงพาณิชย์แห่งสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2017 ระบุว่าสหรัฐนำเข้ารถยนต์โดยสารจากนานาชาติรวม 191,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ส่งออก 57,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยหากมีการประกาศเก็บภาษีรถยนต์เพิ่ม 25% จริง ประเทศ

แรกที่จะได้รับผลกระทบคือ “เม็กซิโก” ที่มีส่วนแบ่งมูลค่าการนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐ 24% มูลค่า 46,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วย แคนาดา 22% มูลค่า 42,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ญี่ปุ่น 39,800 ล้านเหรียญสหรัฐ เยอรมนี 20,200 ล้านเหรียญสหรัฐ และเกาหลีใต้ 15,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

มีการคาดการณ์ว่า หากสหรัฐมีการเรียกเก็บภาษีรถยนต์เพิ่มขึ้นอัตราดังกล่าวจริง ๆ จะส่งผลให้ราคารถยนต์สูงขึ้นราว 6,000 เหรียญสหรัฐต่อคัน โดยสหภาพยุโรปได้ร่อนหนังสือเตือนว่า หากทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จริง คนที่จะเสียหรือได้รับผลกระทบเยอะที่สุดไม่ใช่ประเทศคู่ค้า แต่เป็นสหรัฐอเมริกาเอง

กรรมาธิการแห่งอียูระบุว่า “การขึ้นภาษีของทรัมป์เป็นการทำร้ายตัวเอง และจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ สูญเสียได้มากถึง 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หากโดนประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ออกมาตรการภาษีโต้ตอบ”

ทั้งยังอ้างว่า ค่ายรถจากยุโรปตั้งโรงงานและผลิตรถยนต์รวมกันคิดเป็นมากกว่า 1 ใน 4 ของไลน์การผลิตทั้งหมดในสหรัฐ และมีโรงงานในจุดยุทธศาสตร์มากมาย ทั้งในรัฐเซาท์แคโรไลนา แอละแบมา มิสซิสซิปปี และเทนเนสซี ซึ่งเป็นรัฐเสียงหลักของรีพับลิกัน นอกจากนี้ การผลิตของค่ายรถยุโรปในสหรัฐ มีเป้าหมายหลักคือ “การส่งออก” แทบทั้งสิ้น

ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายก็ออกมาตอบโต้ทรัมป์ เช่น บีเอ็มดับเบิลยู จากเยอรมนี ที่มีโรงงานผลิตรถยนต์ในเซาท์แคโรไลนา เพื่อการส่งออกกว่า 70% ได้ขู่ว่าจะลดการลงทุน และลดจำนวนคนงานในสหรัฐ ทันทีที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษี หรือเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ระบุว่า ถ้าทรัมป์ขึ้นภาษี ก็เหมือนจะบังคับให้บริษัทต้องลดจำนวนคนงานในโรงงานสหรัฐไปกลาย ๆ

“ไมเคิล เครบส์” นักวิเคราะห์อาวุโสจากออโต้ เทรดเดอร์ ได้ให้ความเห็นกับซีเอ็นเอ็นว่า การขึ้นภาษีของทรัมป์จะซัฟเฟอร์ผู้บริโภคอเมริกันเต็ม ๆ เพราะ “ไม่มีรถยนต์ที่ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในอเมริกาเพียว ๆ รถยนต์ที่ขายในอเมริกาทุกคันต้องอาศัยชิ้นส่วนที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งสิ้น”

ด้านสภานโยบายรถยนต์แห่งสหรัฐอเมริกา กลุ่มล็อบบี้ยิสต์ด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ คาดว่าการขึ้นภาษีจะทำให้มูลค่าการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ของผู้ผลิตในสหรัฐสูงขึ้นถึง 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ภาษีการนำเข้ารถยนต์ที่ประกอบนอกประเทศจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 48,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะดันราคารถยนต์ให้สูงขึ้นกว่าเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะผู้ผลิตสหรัฐอเมริกาไม่มีกำลังมากพอจะผลิตทุกชิ้นส่วนภายในประเทศ เนื่องจากค่าแรงในสหรัฐสูงมาก จึงต้องนำเข้าจากประเทศอื่น ๆ เช่น เม็กซิโก และไม่ใช่เพียงรถมือหนึ่งราคาสูงขึ้นเท่านั้น คาดว่าจะดันให้ราคาตลาดรถมือสองขยับขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม วันที่ 31 ก.ค.นี้ ผู้แทนจากสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เม็กซิโก เกาหลีใต้ แคนาดา ประเทศผู้ผลิตรถยนต์หลักของโลก ได้เดินทางมาประชุมร่วมกัน ณ กรุงเจนีวา เพื่อหารือความร่วมมือในการต่อต้านและตอบโต้แผนการขึ้นภาษีรถยนต์ของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหลายประเทศคาดหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะสามารถนำไปสู่การลงนามสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งออกรถยนต์ในกลุ่มประเทศผู้ประชุมโดยปราศจากภาษี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจสหรัฐ