เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดไทม์ไลน์รถไฟฟ้า 6 สายใหม่ ปีหน้า ‘ส้ม‘ ออกวิ่ง ‘น้ำตาล’ ตอกเข็มปี’72
Real Estate เปิดไทม์ไลน์รถไฟฟ้า 6 สายใหม่ ปีหน้า ‘ส้ม‘ ออกวิ่ง ‘น้ำตาล’ ตอกเข็มปี’72
เปิดงาน ‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ’ สำนักพิมพ์มติชน จัดใหญ่ ธีม “Bloom เติบโตไปด้วยกัน”
Biz Movement เปิดงาน ‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ’ สำนักพิมพ์มติชน จัดใหญ่ ธีม “Bloom เติบโตไปด้วยกัน”
บริษัทจะทำยังไงดีกรณีพนักงานเงินเดือนตัน
SD Talk บริษัทจะทำยังไงดีกรณีพนักงานเงินเดือนตัน
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
อนุทิน แจงทุกประเด็นการเมือง-เศรฐกิจ-เดินสาย ตปท. 24 ต.ค.นี้
Politics อนุทิน แจงทุกประเด็นการเมือง-เศรฐกิจ-เดินสาย ตปท. 24 ต.ค.นี้
กรมเหมืองฯ จัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษ 189 ล้าน ให้พัฒนา 87 ชุมชน 39 จังหวัด
Economic กรมเหมืองฯ จัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษ 189 ล้าน ให้พัฒนา 87 ชุมชน 39 จังหวัด
ธอส. เปิดขั้นตอนลงทะเบียนสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.60% กู้สูงสุด 40 ปี
Finance ธอส. เปิดขั้นตอนลงทะเบียนสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.60% กู้สูงสุด 40 ปี
‘บิ๊กคาเมร่า’ ทุ่มปลุกตลาดกล้อง ลุ้นท่องเที่ยวหนุนดีมานด์โค้งท้าย
Business ‘บิ๊กคาเมร่า’ ทุ่มปลุกตลาดกล้อง ลุ้นท่องเที่ยวหนุนดีมานด์โค้งท้าย
รถไฟปล่อยขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “วันปิยมหาราช” ตั๋วเต็มทุกที่นั่ง ชูไฮไลต์พ่วง “รถไฟสุดขอบฟ้า” ครั้งแรก
Economic รถไฟปล่อยขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “วันปิยมหาราช” ตั๋วเต็มทุกที่นั่ง ชูไฮไลต์พ่วง “รถไฟสุดขอบฟ้า” ครั้งแรก
ธ.ก.ส. เคลื่อนสู่ปีที่ 60 ปรับโฉมมาสคอตน้องหอมจังลุคใหม่ สื่อความทันสมัย
Finance ธ.ก.ส. เคลื่อนสู่ปีที่ 60 ปรับโฉมมาสคอตน้องหอมจังลุคใหม่ สื่อความทันสมัย
ดูทั้งหมด

บริษัทจีน ป่วนตลาดโลก จดเครื่องหมายการค้า…ดักหน้าคู่แข่ง

02 ส.ค. 2561 | 13:20น.

คอลัมน์ MARKET MOVE

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อสิทธิ์ในการใช้ชื่อแบรนด์ นับเป็นกระบวนการสำคัญสำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะรายที่ต้องการขยายตลาดออกนอกประเทศบ้านเกิด ทำให้ที่ผ่านมาแบรนด์สินค้า-บริการมักยื่นจดทะเบียนในตลาดหลัก ๆ ของโลกอย่าง ยุโรป สหรัฐ ญี่ปุ่น และจีน ไว้ล่วงหน้าเพื่อรักษาสิทธิ์

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวล่าสุด ธุรกิจจีนจำนวนมากแห่ยืนจดทะเบียนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 4-8 เท่าตัว ได้สร้างความกังวลให้กับหน่วยงานและผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งด้านการรับมือกับคำขอจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ และเจตนาที่แท้จริงของผู้ยื่นขอ ซึ่งยังเป็นที่น่าสงสัย

สำนักข่าวนิกเคอิรายงานว่า ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฏการณ์ที่ผู้ประกอบการจีนจำนวนมากแห่ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป เพิ่มขึ้นในระดับ 4-8 เท่าตัว สร้างความตื่นตัวให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น และหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ซึ่งต้องรับมือกับจำนวนคำขอมหาศาล

ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐที่ได้รับคำขอจดทะเบียนกว่า 50,000 รายการ ในช่วง 9 เดือนของปี 2560 เพิ่มขึ้น 8 เท่าจากปี 2557 เช่นเดียวกับสหภาพยุโรป ซึ่งปี 2560 มีการขอจดทะเบียนจากผู้ประกอบการจีนเพิ่มขึ้น 4 เท่า ส่วนญี่ปุ่นได้รับคำขอจำนวน 8,464 ราย เพิ่มขึ้น 5 เท่า ทำให้จีนขึ้นแท่นประเทศที่ยื่นขอจดทะเบียนมากที่สุดในปีที่แล้ว

เป็นผลจากนโยบายใหม่ของรัฐบาลจีนที่บังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2560 ซึ่งหนุนให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านอกประเทศ ด้วยการสนับสนุนค้าใช้จ่ายบางส่วนให้ โดยในมณฑลเจ้อเจียง จำนวนเงินที่ผู้ประกอบการสามารถเบิกได้คิดเป็น 50% ของค่าใช้จ่ายสำหรับจดทะเบียนในสหรัฐ หรืออียู และ 70% สำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่

คลื่นคำขอจดทะเบียนที่ถาโถมเข้าสู่หลายประเทศนี้ สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการและนักวิเคราะห์ซึ่งมองว่า นอกจากจะเป็นการฉายแววถึงการแข่งขันดุเดือดในอนาคตแล้ว นี่ยังอาจเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจรูปแบบหนึ่งที่มาสร้างความปั่นปวนให้ตลาด และการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการในประเทศ เนื่องจากในอดีตผู้ประกอบการจีนเคยใช้การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นเครื่องมือกีดกันแบรนด์ต่างชาติ ด้วยการชิงตัดหน้าจดทะเบียนชื่อหรือเครื่องหมายการค้าไปก่อน เช่น กรณีแบรนด์ผ้าเช็ดตัว “อิมะบาริ” (Imabari) จากญี่ปุ่น ที่ไม่สามารถจดทะเบียนในจีนได้ เนื่องจากมีผู้ใช้ชื่อนี้แล้ว

นอกจากนี้ นโยบายนี้ได้สร้างปัญหาให้ประเทศปลายทางหลายด้าน โดยเฉพาะความล่าช้าจากปริมาณงานที่พุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด และยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้การคาดการณ์เศรษฐกิจผิดเพี้ยนไป เพราะจากการตรวจสอบของหลายประเทศ เช่น สหรัฐ พบว่าคำขอจำนวนมากมาจากธุรกิจขนาดเล็ก หรือผู้ค้าปลีกออนไลน์ที่ไม่มีตัวตนจริง เห็นได้จากหลายรายใช้ภาพผลิตภัณฑ์ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นความพยายามของผู้ประกอบการที่เล็งเบิกเงินอุดหนุนก้อนนี้จากรัฐบาลจีน มากกว่าจะเข้ามาทำธุรกิจจริง

ดังนั้นจึงต้องจับตาดูว่าหลังจากนี้จะได้เห็นคลื่นการรุกตลาดต่างประเทศของแบรนด์จีนครั้งใหญ่หรือไม่ และผู้ประกอบการรวมถึงหน่วยงานรัฐในแต่ละประเทศจะรับมืออย่างไร