Skip to content

‘เมืองน่าอยู่-ระบบขนส่งชุมชน’ โจทย์ ‘อสังหาฯ’ ฝากถึงผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่

03 พ.ค. 2569 | 13:53น.
‘เมืองน่าอยู่-ระบบขนส่งชุมชน’ โจทย์ ‘อสังหาฯ’ ฝากถึงผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่

กำลังจะสิ้นสุดวาระลง 21 พฤษภาคมนี้ สำหรับ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 17 โดยจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. คนใหม่ ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ทำให้รอยต่อ 1 เดือน เป็นช่วงเวลาแห่งการหาเสียง ขายไอเดียพัฒนากรุงเทพฯของเหล่าแคนดิเดต

“ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจมุมคิดของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งสัญญาณสะท้อนโจทย์และข้อเสนอถึงผู้นำเมืองหลวงคนต่อไป

เดินหน้าโครงการสายไฟลงดิน

“ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปรีดาโฮลดิ้ง จำกัด และนายกสมาคมอาคารชุดไทยสะท้อนว่า มาตรการต่าง ๆ ของผู้ว่าฯชัชชาติดำเนินมาดีมากตลอดเวลา 4 ปีที่ดำรงตำแหน่ง แม้ไม่ใช่เมกะโปรเจ็กต์ แต่เป็นการสร้างเมืองให้น่าอยู่อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น อาทิ สวนสาธารณะขนาดย่อม โครงการสวนสุนัข (Dog Park) หรือการนำธุรกิจไปทำโรงยิม ฟิตเนส

“อยากให้ลงเลือกตั้งในสมัยหน้าต่อ และหาแนวทางดำเนินนโยบายเหล่านี้ต่อไป หรือหากว่ามีผู้ว่าฯคนอื่นเข้ามาแทน อยากให้สานต่อนโยบายเมืองน่าอยู่ต่อไป โดยเสนอนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินเพิ่มจากที่เคยทำไปบางส่วน”

เพิ่มขนส่งใกล้บ้าน-พื้นที่มิกซ์ยูส

ฝั่ง “อิสระ บุญยัง” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร นำเสนอไอเดีย “ระบบขนส่งชุมชน” ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกันเดินทางร่วมกัน จากที่อยู่อาศัยของตัวเองเข้ามายังขนส่งหลักได้โดยง่าย ผ่านการร่วมมือของกรุงเทพฯกับกระทรวงคมนาคม สนับสนุนให้มีรถประจำทางบริเวณหมู่บ้านโดยรอบกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อลดการใช้พลังงานที่วิกฤตอยู่ในตอนนี้ และสนับสนุนการใช้ขนส่งมวลชนที่รัฐบาลลงทุนต่อปีไปจำนวนมาก

ยังเสนอเพิ่ม “มิกซ์ยูส” ในที่อยู่อาศัย จากข้อจำกัดของผังเมืองกรุงเทพฯที่กำหนดให้บางพื้นที่พัฒนาได้เฉพาะโครงการแนวราบ หรือแนวสูง แต่การปรับปรุงให้มีการเพิ่มศูนย์ชุมชน หรือร้านค้าชุมชนในสัดส่วน 5-10% ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ จะช่วยลดการใช้รถส่วนตัว ประชาชนไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านไปไกลเพื่อจับจ่ายใช้สอย นำมาสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

“ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นกับจีนมีร้านค้าให้จับจ่ายใกล้บ้าน ประชาชนไม่ต้องเดินทางไกล 10 กม. เพื่อไปห้างสรรพสินค้า คอนโดฯชานเมืองบ้านเราควรมีได้ทั้งที่อยู่อาศัย ร้านค้า หรือตลาด และสำนักงานอยู่บริเวณเดียวกัน ตอบโจทย์เทรนด์ Work From Home กระจายความสะดวกในชีวิตประจำวัน ทั้งจับจ่ายใช้สอยและการทำงานใกล้บ้าน”

แนะทำให้คนเข้าถึงบ้าน

ด้าน “เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไม่เสนอไอเดียผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ ทั้งนี้ในฐานะภาคเอกชนพยายามทำในจุดที่ทำได้ ปัจจุบันปัญหาการเข้าถึงที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัญหาหลัก ในแง่ของอีโคซิสเต็มวันนี้ รัฐบาลไม่ใช่คนที่ตอบสนองปัญหานี้ได้ เพียงแต่อาจมีบทบาทเข้ามาช่วยในบางเซ็กเมนต์ โดยทำให้เอกชนเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น ด้วยความเชื่อที่ว่า คนเราถ้ามีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองก็จะรู้สึกถึงความปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น

เพิ่ม FAR ที่ดินแปลงใหญ่

ขณะที่ “ประทีป ตั้งมติธรรม” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เสนอเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) ในผังเมืองรวมฉบับใหม่ที่กำลังจะประกาศ 90 วันในเดือนมิถุนายนนี้ เพิ่มอีก 2 ขั้น จาก 4 เท่า เป็น 6 เท่า ผ่านการขออนุญาตสำหรับที่ดินบางแปลงที่มีขนาดใหญ่ และต้องจ่ายเงินให้กับเมือง โดยที่รัฐสามารถนำเงินก้อนนี้ไปอุดหนุนรถเมล์ฟรีได้

โดย “ประทีป” มองว่าอสังหาฯมีที่ดินอยู่แล้ว หลายแห่งเจริญขึ้น ทำเลที่แปลงใหญ่ ถนนใหม่อย่างเอกมัย รามอินทรา ที่ยังมี FAR น้อย ถ้ายอมเพิ่มขึ้นไป รถก็ไม่ติด เพราะมีทั้งทางด่วนและทางข้างล่าง เพิ่มอัตราส่วนที่ยอมให้สร้างอาคารได้กี่เท่าของที่ดินให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์ของที่ดินให้มากขึ้น และนำเงินจากการเก็บมาอุดหนุนโครงการรถเมล์ฟรี ลดค่าครองชีพให้กับประชาชน