เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

พิพัฒน์ เพิ่มเงินเยียวยาเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ ศึกษาเลิกรถโดยสาร-สินค้าวิ่งเข้าเมือง

18 พ.ค. 2569 | 19:18น.
พิพัฒน์ เพิ่มเงินเยียวยาเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ ศึกษาเลิกรถโดยสาร-สินค้าวิ่งเข้าเมือง

พิพัฒน์-สิริพงศ์ เพิ่มเงินเยียวยาเหยื่อรถไฟชนรถเมล์สูงสุด 2 ล้าน ฟันอาญา-วินัยคนผิด พร้อมงัดมาตรการแก้ปัญหาจุดตัดทั่วกรุงฯ ปิ๊งไอเดียเลิกรถไฟวิ่งทะลุเมือง เร่งสร้างสายสีแดง Missing Link ขีดเส้นตาย 3 เดือน ต้องเห็นแผน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นาย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำการแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีอุบัติเหตุขบวนรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง (ขสมก.) บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และได้รับบาดเจ็บ 30 ราย

โดยนายพิพัฒน์กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมเปิดเผยมาตรการเยียวยาและแผนยกระดับความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย

เพิ่มเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต+บาดเจ็บ

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงประเด็นสำคัญครอบคลุมทั้งการเยียวยา การดำเนินคดี และการแก้ปัญหาระยะสั้น-ระยะยาว ประกอบด้วย 1. มาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บกระทรวงคมนาคมได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบเงินชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
กรณีเสียชีวิต รับเงินเยียวยาเบื้องต้นรวม 2,090,000 บาท/ราย + เงินสมทบเพิ่มเติม โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)จ่ายรวม 1,750,000 บาท ประกอบด้วย ประกันภัย/พ.ร.บ. 1.5 ล้านบาท จ่ายภายใน 7 วัน, เงินจากภาคีเครือข่าย 50,000 บาท และรับผิดชอบค่าจัดการศพทั้งหมด

ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)จ่ายรวม 340,000 บาท (เงินช่วยเหลือเบื้องต้นและค่าปลงศพ 80,000 บาท และจ่ายเพิ่มอีก 260,000 บาทหลังพิสูจน์ทายาทแล้ว) เงินสมทบพิเศษ รับเพิ่ม 300,000 บาท จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

กรณีบาดเจ็บ ขสมก.รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลตามจริง 80,000 – 1,000,000 บาท (หากเกินกำหนด ขสมก. จ่ายส่วนต่างให้ทั้งหมด) พร้อมมอบเงินจากภาคีเครือข่าย 30,000 บาท และกองทุนอุบัติเหตุอีก 20,000 บาท

ทั้งนี้ร.ฟ.ท. มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5,000 บาท และจ่ายเยียวยาเพิ่มตามระดับอาการสูงสุด 50,000 บาท (กรณีเข้า ICU)

ยันเอาผิดทั้งอาญาและวินัย

ด้านนายสิริพงศ์ ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. ความผิดทางอาญา ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดย ร.ฟ.ท. จะเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องร้องพนักงานขับรถไฟฐานประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต 2.ความผิดทางวินัย ร.ฟ.ท. และ ขสมก. จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกระดับชั้น หากพบผู้บังคับบัญชาละเลย จะถูกสั่งพักงานและรับโทษทางวินัยทันที

3. ตามที่นายพิพัฒน์ให้ให้นโยบายไว้กับ กระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 จะยกระดับความปลอดภัย (พ.ร.บ.ราง) บังคับใช้มาตรฐานเทียบเท่าการบิน (Aviation Standard) ยกเลิกการสุ่มตรวจ เปลี่ยนเป็นปูพรมตรวจสารเสพติด 100% พนักงานขับรถสาธารณะทุกคน ทั้งร.ฟ.ท. ขสมก.และบขส.ต้องตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน ไม่มีข้อยกเว้น

เตรียมยกเลิกรถไฟเข้ากรุง

ปัจจุบันจุดตัดทางรถไฟสายเหนือและสายอีสาน 8 จุด ได้ถูกแก้ไขโดยใช้ทางยกระดับสายสีแดงแล้ว เหลือเพียงสายตะวันออก 16 จุด และสายตะวันตก/ใต้ 3 จุด ที่ยังรอการก่อสร้าง Missing Link กระทรวงคมนาคมจึงกำหนดมาตรการแก้ปัญหา 2 มิติ ได้แก่

มิติที่ 1: รถไฟโดยสาร (ขนส่งคน)

ระยะเร่งด่วน: ใช้กฎเหล็ก “ไม้กั้นไม่ลง รถไฟไม่เคลื่อนขบวน” พร้อมซิงค์ระบบกับไฟจราจร และขอความร่วมมือประชาชนหยุดรถหลังเส้นเหลือง

ระยะกลาง: ปรับแผนไม่ให้รถไฟทางไกล/ชานเมืองเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน โดยสายตะวันตกและสายใต้ให้หยุดที่ “สถานีตลิ่งชัน” (ต่อสายสีแดง) และสายตะวันออกให้หยุดที่ “สถานีลาดกระบัง” (ต่อแอร์พอร์ตลิงก์) หรือให้ ขสมก. จัดหารถรับส่งเพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน โดยรัฐบาลจะใช้ระบบตั๋วร่วมดูแลค่าโดยสารไม่ให้เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

ระยะยาว: เร่งสร้างทางรถไฟยกระดับช่วง Missing Link (พญาไท-ยมราช-สถานีกลางฯ) ให้แล้วเสร็จ ดันสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เป็นสถานีปลายทางหลัก และ “ยกเลิกสถานีหัวลำโพง”

มิติที่ 2: รถไฟสินค้า (ขนส่งสินค้า)

ระยะเร่งด่วน: ได้สั่งหยุดรถไฟสินค้าเข้าเมือง (ลดได้ 10 ขบวน/วัน) ให้เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่สถานีรอบนอก (ICD ลาดกระบัง, บ้านภาชี, นครปฐม) แล้วใช้รถบรรทุกขนาดเล็กวิ่งแทน โดยขบวนรถน้ำมันจะห้ามไม่ให้เข้าสู่พื้นที่กรุงเทพ ส่วนขบวนรถสินค้าอื่น ที่จำเป็นต้องเข้าเมือง อนุญาตให้วิ่งเฉพาะเวลากลางคืนควบคู่กับการใช้ระบบไม้กั้นบริเวณจุดตัดระดับดิน

ระยะยาว: พัฒนาถนนวงแหวนรอบที่ 3 (MR10) ตามแผน MR-Map ให้รถสินค้าวิ่งเลี่ยงเมือง (Bypass) และสร้างศูนย์เปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (Multimodal Transport) ไปยังทางถนนและทางน้ำในพื้นที่ปริมณฑล

“ ผมได้สั่งการให้ การรถไฟฯ นำข้อสั่งการนี้ไปปฏิบัติในระยะเร่งด่วนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมทันที และภายใน 3 เดือน ให้ไปศึกษามาตรการต่างๆ ให้ครอบคลุม ตลอดจนแนวทารองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และต้องรายงานผลให้ผมทราบเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเร่งรัดติดตามให้เป็นไปตามแผน และสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนว่าเหตุการณ์สูญเสียเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต”นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย