Skip to content

“บ้านปู” โชว์กำไรครึ่งปีพุ่ง 16,403 ลบ. เดินหน้าครึ่งปีหลังซื้อเหมืองใหม่ที่อินโดฯ ขยายลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมเวียดนาม

16 ส.ค. 2561 | 16:30น.
“บ้านปู” โชว์กำไรครึ่งปีพุ่ง 16,403 ลบ. เดินหน้าครึ่งปีหลังซื้อเหมืองใหม่ที่อินโดฯ ขยายลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมเวียดนาม

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2561 ของบริษัทฯ เติบโตตามเป้าหมาย มีรายได้จากการขายรวม 1,513 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 48,005 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 247 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7,837 ล้านบาท) หรือ 19.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี กำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) รวม 517 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 16,403 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 19.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการถ่านหินที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ผนวกกับอุปทานที่มีอยู่อย่างจำกัดในไตรมาสที่ 2 ส่งผลให้ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีกำไรสุทธิรวม 84 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,665 ล้านบาท)

ทั้งนี้รายได้ที่โดดเด่นเนื่องจากราคาถ่านหินในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และคาดว่าความต้องการถ่านหินจะยังคงมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง 2561 โดยเฉพาะประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บริษัท PT Indo Tambangraya Megah Tbk. (ITM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบ้านปูฯ ได้ซื้อเหมืองแห่งใหม่ที่เกาะกาลิมันตันตอนกลางในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อตอบรับกับความต้องการถ่านหินที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าน่าจะเพิ่มปริมาณสำรองถ่านหินให้กับบริษัทฯ ได้ราว 77 ล้านตัน

นอกจากนี้ บ้านปู เพาเวอร์ฯ อีกหนึ่งบริษัทย่อยของบ้านปูฯ เดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนด้วยการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม ที่จังหวัดซอกจัง (Soc Trang) คาดว่าโครงการระยะที่ 1 จะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2563 นับเป็นการเดินหน้าตามกลยุทธ์ Greener & Smarter ของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลการดำเนินงานของบ้านปูฯ ในไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2561 มีรายได้จากการขายรวม 813 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 26,964 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 180 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,711 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากปริมาณการขายถ่านหินและราคาขายถ่านหินเฉลี่ยที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

กำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) ในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 290 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9,618 ล้านบาท) ปรับตัวสูงขึ้น 27.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้เท่ากับ 124 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4,112 ล้านบาท) สูงขึ้นเกือบเท่าตัวจากกำไรสุทธิ 66 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

โดยสัดส่วนมาจากธุรกิจถ่านหิน ที่มีรายได้จากการขายรวม 706 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 23,416 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากปริมาณอุปทานถ่านหินที่มีอยู่อย่างจำกัด ส่งผลให้ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 76.93 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับในปีก่อนหน้า แบ่งเป็นปริมาณการขายจากเหมืองในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย 5.34 ล้านตัน และออสเตรเลีย 3.78 ล้านตัน

สัดส่วนจากธุรกิจไฟฟ้า มีรายได้จากการขายรวมจากธุรกิจ ไฟฟ้า ไอน้ำและอื่นๆ 72 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,388ล้านบาท) ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี และหงสา ส่งผลให้ธุรกิจไฟฟ้าในไตรมาสนี้มี EBITDA 67 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,222 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สัดส่วนธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา มีรายได้จากการขายที่ 35 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,160 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 9 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 298 ล้านบาท) หรือ 34.6% จากไตรมาสที่ผ่านมา เป็นผลมาจากปริมาณขายที่สูงขึ้น

ทั้งนี้บ้านปูก้าวสู่การเป็น บริษัทพลังงานแบบครบวงจร อย่างแท้จริงใน 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครอบคลุมธุรกิจต้นน้ำ (ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ) กลางน้ำ (การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานรวมไปถึงการค้าถ่านหิน) และปลายน้ำ (ไฟฟ้า พลังงานทดแทน และระบบการจัดการเทคโนโลยีพลังงาน) โดยจะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยกลยุทธ์ Greener & Smarter ที่เน้นการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของผู้บริโภค ชุมชนและสังคม ได้อย่างยั่งยืนตามพันธสัญญาของแบรนด์ใหม่ “Our Way in Energy: พลังบ้านปูฯ สู่พลังงานที่ยั่งยืน”

ทั้งนี้ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำด้านธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ดำเนินธุรกิจถ่านหิน ธุรกิจไฟฟ้า และพลังงานที่เกี่ยวเนื่องใน 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม สำหรับสถานะทางการเงินของบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 8,321 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 98 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บ้านปู