Skip to content

“วิษณุ” ปัดเปลี่ยนรูปแบบไพรมารีโหวตเอื้อพรรคเล็ก ย้ำยังห้ามหาเสียง ต้องรอใกล้เลือกตั้ง

31 ส.ค. 2561 | 16:18น.
“วิษณุ” ปัดเปลี่ยนรูปแบบไพรมารีโหวตเอื้อพรรคเล็ก ย้ำยังห้ามหาเสียง ต้องรอใกล้เลือกตั้ง

“วิษณุ” ปัดเปลี่ยนรูปแบบไพรมารีโหวตเอื้อพรรคเล็ก แต่ต้องการเอื้อทุกพรรค แจงพรรคการเมืองหาสมาชิกได้ แต่รับสมัครไม่ได้ เหตุต้องรอประชุมใหญ่พรรคก่อน ระบุเหตุแทรกซ้อนไม่จำเป็นต้องจลาจล-ก่อม็อบ แค่คนเดียวถือเป็นเหตุแทรกซ้อนแล้ว

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการตั้งข้อสังเกตว่าการทำไพรมารีโหวตรูปแบบใหม่เป็นการเอื้อให้กับพรรคใหม่ ว่า เป็นเช่นนั้น เพราะเราต้องการช่วยเหลือทั้งพรรคเก่า พรรคใหม่ พรรคใหญ่ และพรรคเล็ก ให้ได้ใช้อย่างเท่าเทียมกัน กระบวนการนี้ไม่ได้ประหลาดหรือพิสดาร เพราะเป็นกระบวนการที่สอดคล้องกับมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นไปตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บัญญัติขึ้น ส่วนจะผิดหรือถูก กรธ.เป็นเจ้าของเรื่องอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการยกเลิกการทำไพรมารีโหวต เนื้อหาดังกล่าวยังคงอยู่ แต่จะใช้ในการเลือกตั้งครั้งหลังจากการเลือกตั้งปี 2562 เนื่องจากการทำไพรมารีโหวตอาจมีความยุ่งยาก เพราะเป็นของใหม่ ดังนั้น เราจึงถือหลักอย่างเดียวว่าให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วม ส่วนจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนกรณีมีสื่อบางแห่งนำเสนอว่าตนระบุห้ามหาเสียงออนไลน์ในช่วงนี้นั้น ขอชี้แจงว่าตนได้ระบุว่าในขณะนี้ยังทำไม่ได้ แต่เมื่อมีการปลดล็อกเข้าสู่โหมดเลือกตั้งในเดือนธันวาคมนี้ พรรคการเมืองจะขึ้นป้ายหาเสียง หรือหาเสียงผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ หรืออะไรก็ตาม ทำได้ทั้งหมด แต่ขณะนี้อย่าว่าแต่หาเสียงทางไลน์เลย หาเสียงธรรมดาก็ไม่ให้ทำ โดยเราจะออกคำสั่งให้เพื่อปลดหรือคลายล็อกบางอย่างให้พรรคการเมืองสามารถติดต่อกับสมาชิกผ่านไลน์ หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ในขณะนี้จะติดต่อกับชาวบ้านยังไม่ได้ เพราะมันคือการหาเสียง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรณีที่บางพรรคการเมืองแอบแฝงหาเสียง จะดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายได้อย่างไรบ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า จะเอาผิดหรือไม่ให้เป็นไปตามประกาศ คสช.ต่างๆ ที่มีอยู่ จะมานั่งเจาะเป็นรายกรณีว่าทำอย่างนี้ผิดหรือไม่ ตนไม่ตอบ ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้พิจารณา

เมื่อถามถึงกรณีพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) นัดรับประทานอาหารและแถลงข่าวในวันที่ 5 กันยายน ถือว่าสุ่มเสี่ยงต้องการขัดคำสั่ง คสช.หรือไม่ เพราะยังไม่มีการคลายล็อก นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวให้ คสช. และ กกต.เป็นผู้พิจารณา

เมื่อถามว่า ในการประชุมใหญ่ของพรรคสามารถทำอะไรได้บ้าง นายวิษณุกล่าวว่า เลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แก้ไขข้อบังคับพรรค และรับสมัครสมาชิก สำหรับพรรคเก่าถ้าจะไม่แก้ข้อบังคับก็ใช้อันเดิมต่อไป ส่วนพรรคใหม่ กกต.ต้องขอดูข้อบังคับอยู่แล้ว แล้วจะทำอย่างไรให้โอกาสเหมือนกันทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่เป็นการเอื้ออะไรใครเลย โดยเฉพาะพรรคใหม่เขาต้องทำอยู่แล้ว คนจำนวน 250 คนเขามีอยู่แล้ว หลายพรรคการเมืองขออนุญาต คสช.ประชุมใหญ่และจัดกิจกรรมทางการเมืองไปแล้ว 70 ครั้ง คสช.อนุมัติไปประมาณ 40 ครั้ง

เมื่อถามว่า การที่พรรคการเมืองจะหาสมาชิก ต้องรอคำสั่ง คสช.ออกมาก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หาได้ เพราะเขาหากันมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยไม่เกี่ยวกับมาตรา 44 แต่ปัญหาคือเมื่อหาแล้วยังไม่สามารถรับสมัครสมาชิกไม่ได้ ต้องรอให้มีการประชุมใหญ่พรรคก่อน

เมื่อถามถึงเหตุผลของ คสช.ที่ไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองดำเนินบางกิจกรรม เนื่องจากเกรงเหตุแทรกซ้อน ซึ่งขัดแย้งกับเหตุผลของฝ่ายความมั่นคงที่ระบุว่าสถานการณ์สงบ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนหมายถึงในอดีตที่มันมีเหตุแทรกซ้อน แต่ไม่ได้หมายถึงกบฏ มีจลาจล หรือเดินขบวนประท้วง แต่หมายความว่าเมื่อจะมีการจัดกิจกรรมอะไรขึ้นมาก็จะมีคนนั้นคนนี้เข้าไปถือโอกาส แค่ 3-5 คนมันก็คือการแทรกซ้อน จึงไม่อนุญาตให้จัด เป็นเรื่องธรรมดา พรุ่งนี้มะรืนนี้อาจจะเกิดแบบนี้ขึ้นก็ได้ อย่าคิดว่าเหตุแทรกซ้อนคือการแห่ขบวนกันมา แม้แต่คนเดียวถือว่าเป็นเหตุแทรกซ้อนได้เช่นเดียวกัน

นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรียังไม่ได้หารือเตรียมความพร้อมในการพูดคุยกับพรรคการเมืองรอบที่ 2 ในเดือนกันยายน เพราะมีการพูดคุยกันในที่ประชุม คสช.แล้วว่าเมื่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.ประกาศใช้แล้วถึงค่อยพิจารณาเรื่องดังกล่าว

 

ที่มา : มติชนออนไลน์