ประกันรถยนต์แบบแฟร์ ๆ กับ “Root Insurance”
คอลัมน์ สตาร์ตอัพ “ปัญหา” ทำ “เงิน”
โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ
เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมเรา-ซึ่งเป็นคนขับรถดีมีวินัยแสนสุภาพ-ต้องจ่ายเบี้ยประกันเท่าพวกซิ่งเดนตายที่เหยียบคันเร่งเหมือนรีบจะไปเยี่ยมญาติในนรกตลอดเวลา ?
คำตอบง่าย ๆ เลยก็คือ มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของวงการประกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหานั่งเกาพุง อย่ามาถามหาความแฟร์ให้วุ่นวาย ไม่งั้นอาจโดนย้อนว่า “โตขนาดนี้ยังไม่รู้อีกรึไงว่า โลกนี้ไม่มีอะไรแฟร์ย่ะ”
แต่ไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ เพราะไม่ใช่เป็นแค่บ้านเรา ประเทศอื่นก็มีเหมือนกัน อย่างอเมริกา เวลาไปสมัครทำประกันรถยนต์ ทุกคนก็ถือว่าเริ่มจาก “ศูนย์” เท่ากันหมด อาจได้ส่วนลดบ้างตามเพศ วัย ประเภทรถ และประวัติการขับ แต่ก็ไม่ได้ถูกกว่ากันมากมายอะไร
ดังนั้น พอ Root Insurance เปิดให้บริการในปี 2016 วงการประกันรถยนต์จึงต้องสั่นสะเทือน พระเอกของเรามาพร้อมคอนเซ็ปต์ “แฟร์” เป็นหลัก
หากคุณขับรถดี ค่าเบี้ยประกันถูกกว่าท้องตลาด อย่างน้อย 20-50%
แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าใครขับรถดี ?
ขั้นตอนคือ ก่อนจะซื้อประกันกับ Root Insurance ลูกค้าจะต้องดาวน์โหลดแอปของบริษัท เพื่อเข้าสู่ช่วง test drive หมายความว่า เวลาขับรถไปไหนมาไหนก็ให้พกมือถือติดตัวไว้ตลอด เพื่อที่
ระบบจะบันทึกและมอนิเตอร์พฤติกรรมการขับรถผ่านระบบเซ็นเซอร์ต่าง ๆ เช่น GPS, accelerometers (ไว้วัดความเร่งของการเคลื่อนที่ของวัตถุ) หรือ geomagnetic sensor (เข็มทิศดิจิทัล ซึ่งมีประโยชน์ในการใช้งานแอปพลิเคชั่นแผนที่ และระบบนำทาง) โดยจะใช้เวลา 2-3 อาทิตย์แล้วจะประมวลด้วยระบบอัลกอริทึม
ก่อนสรุปผลว่าเราสอบผ่านหรือไม่ และต้องจ่ายเบี้ยประกันเท่าไร (ยิ่งมีพฤติกรรมขับขี่ดี ยิ่งจ่ายถูก)
test drive จึงเป็นทั้งการสกรีนลูกค้า เพื่อคัดพวกซิ่งนรก ไม่เคารพกฎจราจร ออกจากสารบบ และกำหนดว่า ใครต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเท่าไรไปด้วยในตัว
หลายคนอาจสงสัยว่า เรื่องมากขนาดนี้ มิเป็นการปิดโอกาสตัวเอง ในการโกยลูกค้าปั๊มรายได้หรอกหรือ ?
เมื่อดูตัวเลขของ Root จะพบว่า บริษัทมีเงินทองไหลมาเทมายังกะน้ำหลากในหน้าฝน เพราะมีนักลงทุนถูกอกถูกใจคอนเซ็ปต์การทำธุรกิจของบริษัทอย่างล้นหลาม ทำให้ตั้งแต่เปิดให้บริการมาก็ระดมทุนได้แล้วกว่า 117 ล้านเหรียญ มีค่าตัวทะลุ 1 พันล้านเหรียญ ได้ในเวลาเพียงแค่ 2 ปี
ส่วนรายได้ก็โตวันโตคืนเช่นกันครึ่งปีแรกของปีนี้ทำเงินไปแล้ว 23 ล้านเหรียญ (โตอย่างก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับรายได้ทั้งปีของปีก่อนที่อยู่แค่ 4 ล้านเหรียญ) แถมขยายพื้นที่ให้บริการจาก 12 รัฐ เป็น 20 รัฐแล้ว และตั้งเป้าจะให้ครอบคลุมทั้ง 50 รัฐ ภายในปีหน้า
สาเหตุที่ Root ฮอตฮิตติดลมบนขนาดนี้ นอกจากคอนเซ็ปต์เรื่องความ “แฟร์” แล้ว ยังมาจากการตัดสินใจเลือกรับเฉพาะลูกค้าชั้นดีเข้าระบบตั้งแต่แรก เพราะทำให้มีความเสี่ยงในการจ่ายค่าคุ้มครองน้อยกว่าบริษัทที่เปิดรับลูกค้าสารพัดรูปแบบ