เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
Finance น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
World ‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
CPF ดัน AI เพิ่มมูลค่าพลิกโฉมอุตฯอาหาร
Economic CPF ดัน AI เพิ่มมูลค่าพลิกโฉมอุตฯอาหาร
ผ่างบฯ แบงก์ Q3 9 เดือนกำไร 1.98 แสนล้าน
Finance ผ่างบฯ แบงก์ Q3 9 เดือนกำไร 1.98 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

‘โอสถสภา’ เข้าตลาดหุ้น เติม 9 แบรนด์ใหม่ บุกไม่ยั้ง

27 ก.ย. 2561 | 22:00น.

จับกระแสตลาด

เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาไม่น้อย สำหรับ “โอสถสภา” บริษัทเก่าแก่ที่อายุกว่า 127 ปี ที่ได้มีการปรับโครงสร้างการบริหารครั้งใหญ่จากแฟมิลี่บิสซิเนสไปสู่การดึงมืออาชีพเข้ามาบริหาร และเตรียมจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยจะเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในวันที่ 17 ตุลาคมที่จะถึง

โดยการระดมทุนในครั้งนี้ คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาท จากการขายหุ้นไอพีโอ 603.75 ล้านหุ้น ในช่วงราคาที่กำหนดเบื้องต้นระหว่าง 22-25 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะมีการสรุปราคาอีกครั้งในวันที่ 5 ตุลาคมนี้

“เพชร โอสถานุเคราะห์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ย้ำว่า การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯนั้น หากมองระยะยาวถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น เพราะธุรกิจของโอสถสภาไม่ได้
มีเฉพาะในเมืองไทย แต่กำลังขยายต่อไปในเอเชียและภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้น การบริหารด้วยมืออาชีพจะช่วยให้องค์กรมีความยั่งยืน ต่อยอดความแข็งแกร่ง สู่การเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทยและอาเซียน

สำหรับ “ขุมทรัพย์” ที่สำคัญของโอสถสภา ที่ “เพชร” เน้นย้ำมาโดยตลอดก็คือ “แบรนด์” ภายใต้พอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมกลุ่มสินค้าทั้งหมด 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.เครื่องดื่ม อาทิ เครื่องดื่มชูกำลัง, ภายใต้แบรนด์เอ็ม-150, ลิโพวิตัน-ดี, ฉลาม, โสมอินซัม ฯลฯ ซึ่งรวมแล้วมีมาร์เก็ตแชร์กว่า 54% เป็นผู้นำตลาด 2.ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล อาทิ เบบี้มายด์ และทเวลฟ์พลัส 3.บริหารจัดการด้านซัพพลายเชน อาทิ ซี-วิต และคาลพิส และธุรกิจอื่น ๆ อาทิ โอเล่และโบตัน

“เราจะใช้กลยุทธ์แบรนด์พอร์ตโฟลิโอ สร้างการเติบโตทั้งไทยและต่างประเทศ ทิศทางต่อจากนี้ไม่เพียงจะผลักดันให้กลุ่มเครื่องดื่ม ที่เป็นรายได้ในปัจจุบันหลักให้เติบโตมากขึ้น แต่กลุ่มของสินค้าส่วนบุคคล รวมถึงช่องทางออนไลน์ก็จะผลักดัน เนื่องจากเป็นโอกาสที่มีศักยภาพไม่แพ้กัน”

จากหนังสือชี้ชวนของบริษัท ได้ระบุถึงไทม์ไลน์ในระยะกลางว่า จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่อีก 6-9 แบรนด์ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคและกระแสตลาด โดยจะโฟกัสไปที่กลุ่มเครื่องดื่มเกี่ยวกับสุขภาพ ที่เจาะผู้บริโภคคนเมือง คนรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้หญิง โดยเรียกกลุ่มดังกล่าวว่า “look good, feel good” ซึ่งปัจจุบันโอสถสภายังไม่มีสินค้าในเซ็กเมนต์นี้

ตลอดจนการใช้แพลตฟอร์มของอีคอมเมิร์ซและเอ็มคอมเมิร์ซ ช่วยในการเพิ่มยอดขาย ซึ่งปัจจุบันได้เข้าไปเป็นพันธมิตรกับเทสโก้ บิ๊กซี ท็อปส์ และลาซาด้าแล้ว และกำลังหาพาร์ตเนอร์เพื่อบุกต่างประเทศผ่านช่องทางนี้มากขึ้น

“วรรณิภา ภักดีบุตร” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เสริมว่า การทำตลาดในประเทศจะมีการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มเครื่องดื่มใหม่ ๆ โดยเฉพาะฟังก์ชั่นนอลดริงก์และเพอร์ซันนอลแคร์ ซึ่งมองว่ามีโอกาสอีกมหาศาลในช่องทางออนไลน์ พร้อมกับการปรับโพซิชันนิ่งของสินค้าบางแบรนด์ให้ทันสมัย เช่น การรีแบรนด์ 12 พลัส ให้มีภาพลักษณ์เหมาะกับคนรุ่นใหม่ โดยการใช้ไอดอลมาร์เก็ตติ้ง ดึงศิลปินวง BNK48 เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มนักศึกษา และวัยเริ่มทำงานเพิ่มเติม ตลอดจนโสมอินซัม ที่รีแบรนด์สร้างความชัดเจนว่าเป็นเครื่องดื่มชูกำลังสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ

ขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เช่น การใช้บรรจุภัณฑ์แบบกระป๋อง ตอบโจทย์ลูกค้าวัยรุ่น อย่างเอ็มสตอร์มและชาร์ค พร้อมกับการนำเอาบิ๊กดาต้าเข้ามาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกสินค้าและทำตลาดได้อย่างตรงจุด และเข้าใจอินไซต์ของผู้บริโภคมากขึ้น

ส่วนในตลาดต่างประเทศ แม้ว่าปัจจุบันโอสถสภาจะส่งออกสินค้าไปจำหน่ายแล้ว 25 ประเทศทั่วโลก แต่กลุ่มที่เข้าไปลงทุนอย่างจริงจัง ยังอยู่แค่ในประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ ซึ่งขณะนี้กำลังก่อสร้างโรงงานเครื่องดื่มในเมียนมา คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องผลิตภายในปลายปี 2562 ตลอดจนปรับกลยุทธ์การจัดจำหน่ายในกัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย

พร้อมกับศึกษาโอกาสการเข้าไปขยายตลาดใน “เวียดนามและจีน” เร็ว ๆ นี้ ในรูปแบบของการจับมือกับพาร์ตเนอร์ เพื่อรับกับกำลังซื้อของตลาดที่มีขนาดใหญ่ เติบโตสูง

“การเข้าระดมทุนครั้งนี้ ต้องการเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง รองรับแผนการรุก
ขยายครั้งใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน ที่มีมูลค่าการลงทุนในช่วง 2 ปีนี้กว่า 5,000 ล้านบาท ทั้งการสร้างโรงงานในเมียนมา โรงผลิตขวดแก้วแห่งใหม่ การเพิ่มสายผลิต ฯลฯ ซึ่งจะผลักดันให้โอสถสภาเติบโตแบบก้าวกระโดด และรักษาความเป็นผู้นำในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม
และของใช้ส่วนบุคคล”

สำหรับยอดขายของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 12,543 ล้านบาท กำไร 1,444 ล้านบาท ส่วนปี 2560 มีรายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 24,571 ล้านบาท (ไม่รวมยูนิชาร์มและฟิวเจอร์ กรุ๊ป) มีกำไรสุทธิ 2,833 ล้านบาท โดยสัดส่วนหลักมาจากเครื่องดื่ม 73.3% ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล 8.5% ธุรกิจบริหารจัดการด้านซัพพลายเชน 14.1% ธุรกิจการขายสินค้าอื่น ๆ 0.8% ธุรกิจการให้บริการ 3.3%

นี่เป็นอีกก้าวหนึ่งที่โอสถภากำลังจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดอีกครั้งหนึ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

OSP โอสถสภา ขายหุ้น ระดมทุน