Skip to content

PTTEP Teenergy “ปตท.สผ.” ปั้นเด็กนักอนุรักษ์

01 ต.ค. 2561 | 13:20น.
PTTEP Teenergy “ปตท.สผ.” ปั้นเด็กนักอนุรักษ์

เดินทางเข้าสู่ปีที่ 5 อย่างสวยงาม และเข้มข้นขึ้นตลอด สำหรับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ “PTTEP Teenergy” ของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ในฐานะบริษัทพลังงานชั้นนำของประเทศ ที่นำเยาวชนรวม 200 คนมาเข้าค่ายเพื่อสร้างหัวใจของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และดูแลสิ่งแวดล้อม

เพราะ ปตท.สผ.เล็งเห็นแล้วว่า งานด้านอนุรักษ์เป็นเรื่องที่จะทำเพียงคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ฉะนั้น จึงต้องสร้างเครือข่ายให้เกิดความร่วมมือเป็นวงกว้าง และมีพลังมากพอ เพื่อร่วมกันเปลี่ยนไปพร้อม ๆ กับการอนุรักษ์


“ศิริพงษ์ เฟื่องลิขิต” ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม ปตท.สผ. ให้ข้อมูล “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการ PTTEP Teenergy ในปีนี้อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เปลี่ยนเพื่อโลก (Change for Climate” ผนึกเข้ากันกับกลยุทธ์หลัก 3 ป. คือ “ปลูก ปั้น และเปลี่ยน” โดยเยาวชน 200 คนจะถูกปลูกฝังชุดความคิดด้านการอนุรักษ์ เริ่มต้นจาก “ปลูก” คือ ปลูกจิตสำนึกให้มีใจอนุรักษ์ “ปั้น” คือ การหล่อหลอมผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม และ “เปลี่ยน” ทุกคนต้องลงมือปฏิบัติ ไม่ใช่เรียนรู้แค่เพียงในห้องเรียนเท่านั้น

“ในปีนี้ค่ายฝึกอบรมในโครงการ PTTEP Teenergy จัดขึ้นที่สวนป่าเขากระยาง จ.พิษณุโลก เยาวชนที่ผ่านการอบรม นอกจากจะได้หัวใจของการอนุรักษ์แล้ว ยังได้ความรู้และประสบการณ์อื่น ๆ อีกด้วย โดยปีนี้มีกิจกรรมการสำรวจป่า พร้อมทั้งบำเพ็ญประโยชน์เพื่อธรรมชาติในพื้นที่อุทยานทุ่งแสลงหลวง ศึกษาโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและรายได้ โดยมีโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง”


“นอกจากนี้ ยังมีโครงการ School Bird ที่ใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางนำร่องใน 3 คือ โรงเรียนบึงทับแรต จ.กำแพงเพชร และโรงเรียนผดุงวิทยา จ.พิษณุโลก และยังมีกิจกรรมเสริมอีก คือ การฝึกวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมเพื่อเชื่อมโยงกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมนวัตกรรมสีเขียวโปสต์การ์ดมีชีวิตเพื่อเรียนรู้การจัดการวัชพืชและนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น กระดาษปลูก เป็นต้น”

“ศิริพงษ์” กล่าวต่อว่า กิจกรรมภายใต้โครงการ PTTEP Teenergy และโครงการอื่น ๆ นั้น เพื่อให้ตอบโจทย์กับเป้าหมายในข้อที่ 13 “Climate Action” ที่เป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (sustainable development goals) ของสหประชาชาติ ที่ต้องการลดอุณหภูมิของโลกลง 2 องศาเซลเซียส ให้ได้ภายในปี 2573 มาตั้งเป็นโจทย์สำคัญในการสร้างสรรค์โครงการเพื่อดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ ปตท.สผ. เข้าไปพัฒนาแหล่งปิโตรเลียม จะให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องสังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่


“เรียนรู้แต่ไม่ได้ปฏิบัติ ก็จะไม่เห็นผล จึงมองว่าควรทำให้ครบถ้วนกระบวนการตั้งแต่ปลูกฝัง เรียนรู้ พัฒนา เสริมอาวุธทางความคิด ต่อไปพวกเขาจะเป็นตัวแทนเพื่อเปลี่ยนสังคมรอบข้าง ซึ่งมองว่าประเทศจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง โดยโครงการดังกล่าวมีเยาวชนเข้ามาสมัครเป็นจำนวนมากกว่า 1,000 คน แต่เรารับได้เพียง 100-200 คนในแต่ละปี เราไม่ต้องการปริมาณมาก แต่ต้องการคุณภาพ นั่นคือเยาวชนที่ผ่านการเข้าค่ายของเรา และสานต่อในเรื่องการอนุรักษ์ รวมถึงเพิ่มเครือข่ายและสานต่อด้วยการสร้างโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ในพื้นที่ของตัวเองได้ ไม่ใช่แค่เข้าค่ายแล้วจบ กลับบ้าน”

โครงการยังให้โอกาสเยาวชนได้ออกแบบโครงการของตัวเองที่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ จะมีการคัดเลือกจากคณะกรรมการ โดยโครงการที่ได้รับคัดเลือก 10 โครงการ จะได้รับเงิน 10,000 บาท เพื่อนำไปจัดโครงการที่ออกแบบไว้ในพื้นที่จังหวัดของตัวเอง ในปีที่ผ่านมามีโครงการที่สามารถนำไปต่อยอด คือ “เก็บฉันไว้ก่อน” เพื่อรณรงค์การใช้ประโยชน์จากขยะให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขยายไปสู่ชุมชนอื่น ๆ ต่อไปได้ นั่นถือว่าเครือข่ายเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน

“ต้องคิดต่อให้โครงการสามารถปรับใช้กับชุมชนได้ เด็ก ๆ ได้สร้างเครือข่ายเพื่อนนักอนุรักษ์ และมีภาวะผู้นำ ซึ่งเราจะแฝงไว้ในการอบรมอยู่แล้ว หรืออาจจะนำไปบูรณาการกับโครงการอื่น ๆ ของชุมชนที่มีอยู่เดิมได้ นับเป็นมิติการขับเคลื่อนที่สำคัญ นอกจากนี้ยังส่งเสริมโลกดิจิทัล มีทั้งโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊ก บางคนไม่ได้ทุน แต่มีใจอนุรักษ์ เขาก็เผยแพร่กิจกรรมให้ ปตท.สผ. เยาวชนที่ผ่านค่ายนี้ไปแล้วก็ยังกลับมาช่วยดูแลรุ่นน้องได้ด้วย”

อย่างไรก็ตาม การจัดโครงการ PTTEP Teenergy ในปีหน้า คือ การก้าวสู่ปีที่ 6 นับเป็นความ “ท้าทาย” ของ ปตท.สผ. เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณา 2 ประเด็น คือ 1) จะพัฒนาโครงการให้ดีขึ้นอีกระดับจะต้องทำอย่างไร และ 2) การเพิ่มจำนวนของเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะในปีนี้มีเยาวชนเข้ามาสมัครกว่า 1,000 คน แต่รับเข้าโครงการได้เพียง 200 คนเท่านั้น ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องดำเนินการ

นอกเหนือจากกลุ่มเป้าหมายอย่างเยาวชนแล้ว ปตท.สผ.ยังมีโครงการในการดูแลสังคม โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงกับแหล่งผลิตปิโตรเลียม เช่น แหล่งสิริกิติ์ ในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร และพิษณุโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่าจะนำ องค์ความรู้ สังคม และโรงเรียน มาเชื่อมโยงกันได้อย่างไร เมื่อ ปตท.สผ.เข้าไปทำโครงการ School Bird เพื่อช่วยให้นักเรียนมีความรู้และนำไปประกอบอาชีพซึ่งทำให้มีรายได้ เช่น การปลูกผัก เลี้ยงปลา นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน และจัดตั้ง “กองทุน” เพื่อให้ชุมชนได้กู้ยืมไปลงทุนสร้างอาชีพ ถือเป็นการนำความรู้ที่ได้จากการเรียนไปปฏิบัติได้จริง

“ศิริพงษ์” กล่าวย้ำถึงเป้าหมายของโครงการ PTTEP Teenergy ว่า ปตท.สผ.ยังคงจะทำหน้าที่สร้างเยาวชนให้มีใจเป็นนักอนุรักษ์ต่อไป แต่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของโลก และที่สำคัญ คือ ปตท.สผ. ยังคงยืนหยัดอยู่ในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ DJSI อย่างต่อเนื่องต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

pttep ปตท.สผ.