ธนาธร : ฝันเป็นนายกฯ No Vote ผู้นำพรรคนอกสภา
แม้ว่าเกมใหญ่ของกระดานการเมืองยังต่อสู้กันระหว่างฝ่ายประชานิยม ที่เหลื่อมกับนโยบายสวัสดิการนิยม
ระหว่างเสรีนิยมประชาธิปไตย-ประชาธิปไตยทางตรงในค่ายประชาธิปัตย์ กับประชาธิปไตยรวมศูนย์-ประชานิยมแบบ “ทักษิณ”
กลายเป็นสัญลักษณ์การแข่งขันของขั้วการเมือง ว่าที่นายกรัฐมนตรี
ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และตัวแทน “ทักษิณ” คือ ขั้วหลักหลังการเลือกตั้ง
“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศท่าทีทางการเมืองและนโยบาย “เท่าเทียม-เท่าทัน” แต่แนวทางการเมืองหลังเลือกตั้ง ไม่ต่างจากเพื่อไทย
“อนาคตใหม่พร้อมที่จะร่วมทำงานกับทุกพรรค ตราบใดที่ยืนหยัดอุดมการณ์เดียวกัน เรามีเส้นที่ไม่ว่าพรรคไหนก็ก้าวข้ามผ่านไม่ได้ และเส้นนี้จะเป็นเส้นกำหนดว่าเราจะร่วมกับพรรคไหน 1.ไม่เอาการสืบทอดอำนาจของ คสช.ทุกรูปแบบ ไม่ว่าเลือกนายกฯรอบหนึ่ง รอบสอง คนในคนนอก 2.แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ 3.ล้มล้างผลพวงของคณะรัฐประหาร นี่คือทางที่จะนำสังคมไทยกลับไปสู่ความปกติ”
“ยืนยันอีกครั้งเราต้องการอำนาจ ไม่ใช่เพื่อต้องการอำนาจ เราต้องการอำนาจไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ แต่เราต้องการอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ อำนาจไม่ได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงประเทศ…ไม่รู้มีทำไม นี่คือเงื่อนไขการร่วมทำงานหลังการเลือกตั้งกับพรรคการเมือง พรรคใดมีอุดมการณ์ตามนี้ เราพร้อมทำงานร่วมกัน ส่วนเรื่องอื่น ๆ นอกจากกรอบนี้เป็นไปได้หมด เรื่องการเมืองเป็นเรื่องการเจรจต่อรอง ตราบใดที่ไม่ข้ามเส้นนี้พูดคุยกันได้”
อีกหนึ่งคำถามคำโตที่ “ธนาธร” ถูกถามเป็นประจำว่า หลังเลือกตั้งหวังผลกี่ที่นั่ง เขาตอบว่า สงครามการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียงแค่สมรภูมิเดียวในสงครามทั้งหมด สิ่งสำคัญเท่า ๆ คะแนนเสียง คือ การปักความคิดที่ก้าวหน้าในสังคม จะไม่ยอมประนีประนอมหลักการที่สำคัญกับพรรคเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียง
“กี่ที่นั่งเอาให้ชัด ๆ เจาะจงเป็นตัวเลข เราอยู่ในกระบวนการที่จัดทำอยู่ เราเป็นพรรคใหม่ ไม่มีฐานเสียง ไม่มีหัวคะแนนในทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เป็นเรื่องยากมากที่จะบอกว่าตรงไหนได้เท่าไหร่ เป็นช่วงที่อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์จากคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมา”
เขายืนยันหนักแน่นว่า ไม่ว่าอนาคตใหม่จะได้กี่เสียง
“พรรคอนาคตใหม่พร้อมนำประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลง ธนาธรพร้อมเป็นนายกฯ”