Skip to content

“ฟอร์ด” ชูแข็งแกร่งรอบทิศ โหมสร้างภาพลักษณ์-แบรนด์-เซอร์วิส

08 ต.ค. 2561 | 17:57น.
“ฟอร์ด” ชูแข็งแกร่งรอบทิศ โหมสร้างภาพลักษณ์-แบรนด์-เซอร์วิส
นายใหม่ฟอร์ด เปิดแผนรุกชูความแข็งแกร่งรอบทิศ ประเดิมส่ง “มัสแตง”เสริมภาพลักษณ์สินค้าและแบรนด์ ตั้งราคาขายทุบเกรย์มาร์เก็ต โหมปูพรมเน็ตเวิร์ก ตั้งเป้า 2 ปีกระจายครบ 200 แห่งทั่วประเทศ

นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ว่า จะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ฟอร์ดในทุกด้าน ทั้งภาพลักษณ์แบรนด์ ภาพลักษณ์สินค้า และภาพลักษณ์งานขายและบริการหลังการขาย เพื่อเพิ่มความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าฟอร์ดในประเทศไทย

โดยเริ่มต้นจากการเปิดตัวรถสปอร์ตในตำนาน “ฟอร์ดมัสแตง” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย หลังจากบริษัทได้สำรวจความต้องการของตลาดแล้วพบว่า มีกลุ่มลูกค้าจำนวนมากที่มีความต้องการรถรุ่นนี้ บริษัทจึงได้ตัดสินใจนำเข้ามาทำตลาดเพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าเทคโนโลยีใหม่

“เราใช้เวลาศึกษาตลาดมัสแตงมาเป็นปี เพื่อตอบสนองแฟนพันธุ์แท้ ก่อนหน้านี้เกรย์มาร์เก็ตเอาเข้ามาทำตลาดค่อนข้างเยอะ ทำให้รถมีความหลากหลายออปชั่นแตกต่างกันไปมาก”

เบื้องต้นยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายยอดขาย ต้องการเปิดตัวและศึกษาความต้องการและการตอบรับของลูกค้าชาวไทยก่อน แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีอย่างแน่นอน โดยมีรถให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack ราคา 4.79 ล้านบาท และรุ่น 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack ราคา 3.59 ล้านบาท

ฟอร์ดแต่งตั้งผู้จำหน่ายรถสปอร์ตมัสแตงทั้งสิ้น 19 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 10 แห่ง และต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ 9 แห่ง กระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ ตัวผู้จำหน่ายต้องมีความพร้อมทั้งบุคลากร สถานที่ การลงทุน เครื่องมือพิเศษ และสต๊อกอะไหล่ โดยเฉพาะเพื่อความพร้อมสูงสุดในการทำตลาด

“ลูกค้าที่ซื้อรถวันนี้สามารถรับรถได้ทันที ส่วนนโยบายเซอร์วิสรถที่ซื้อจากเกรย์มาร์เก็ตยังไม่มีนโยบาย เราต้องการดูแลลูกค้าฟอร์ดให้ดีที่สุดก่อน”

ส่วนภาพลักษณ์งานขายและบริการ ฟอร์ดยังจะเดินหน้าขยายเครือข่ายจาก 140 แห่งในปีที่ผ่านมา ให้เป็น 155 แห่งภายในปีนี้ และภายในระยะเวลา 1-2 ปีฟอร์ดมีแผนจะเพิ่มโชว์รูมและศูนย์บริการเป็น 200 แห่งทั่วประเทศ

“เราพยายามกระจายออกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของอำเภอต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลออกไปแล้วมีศักยภาพ เราก็จะไปในรูปแบบโชว์รูมมินิ 3เอส ซึ่งวันนี้เปิดไปแล้ว 12 แห่ง และจะมีการเพิ่มอย่างแน่นอน”

นายวิชิตกล่าวถึงภาพรวมตลาดรถยนต์ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมายังโตถึง 21% ส่วนฟอร์ดโตสูงกว่าตลาด คือ 26% ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการตอบรับของรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งเรนเจอร์, แร็พเตอร์ และเอเวอเรสต์ มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 6.6% จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 6.3% เท่านั้น เชื่อว่าทั้งปีตลาดรวมน่าจะถึง 980,000 คัน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ถามถึงทิศทางในการกลับมาทำตลาดรถยนต์นั่ง ได้รับคำตอบว่าฟอร์ดไม่ทิ้งโอกาสแน่ ทั้งเก๋ง ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และอีวี เพียงแต่ว่าจังหวะและโอกาสตอนนี้ขอโฟกัสกับจุดแข็งปิกอัพ, พีพีวี และเอสยูวีก่อน