เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

นับหนึ่ง “เรียกคืนคลื่น” ก้าวย่างท่ามกลางผลประโยชน์

11 ต.ค. 2561 | 17:51น.

เป็นอีกเวทีประชาพิจารณ์ของ “กสทช.” สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่เต็มไปด้วย “คำถาม” และ “การทวงสิทธิ์” สำหรับร่างประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หรือนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น

โดยผู้ที่ให้ความเห็นมากที่สุดคือ “บมจ.อสมท” ซึ่งมีคลื่น 2600 MHz ที่มักถูกระบุจาก “กสทช.” ว่า น่าจะเรียกคืนมาจัดสรรใหม่เป็นอันดับต้น ๆ โดยมีทั้งผู้บริหารปัจจุบันอย่าง “เขมทัตต์ พลเดช” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และอดีตผู้บริหารรวมถึงอดีตประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ มาร่วม รองลงไปคือ โอเปอเรเตอร์ที่ทำสัญญาเป็นพันธมิตร “ขายส่ง-ขายต่อ” กับ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท) ซึ่งจะกระทบอย่างแน่นอนหากทั้ง 2 รัฐวิสาหกิจถูกเรียกคืนคลื่นความถี่

“ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร” รองเลขาธิการ กสทช. ระบุว่า ปัจจุบันได้จัดสรรคลื่นเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการโทรคมนาคมแล้ว 420 MHz ขณะที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ระบุว่า ปริมาณคลื่นที่เพียงพอควรอยู่ที่ 885-1177 MHz จึงได้มีการยกร่างประกาศฉบับนี้ขึ้นมาบนพื้นฐานของ 1.ให้นำคลื่นมาใช้ประโยชน์สูงสุด ให้เหมาะสมกับการใช้งานและนวัตกรรมใหม่ที่จะเกิดประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจ 2.กระบวนการโปร่งใสในการตรวจสอบการเรียกคืนคลื่นและมูลค่าการชดเชย 3.สิทธิ์ของผู้รับผลกระทบจากการถูกเรียกคืนคลื่น

โดยหลังจากประกาศใช้แล้ว ต้นปี 2562 จะเริ่มให้สถาบันวิจัยทำรายงานวิเคราะห์การเรียกคืนคลื่นความถี่ และประเมินมูลค่าการเรียกคืนคลื่น โดยอาจจะใช้การ “ทดแทน” ด้วยคลื่นอื่น “ชดใช้” ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเงินหรือประโยชน์อื่น “จ่ายค่าตอบแทน” ในการเสียโอกาสใช้คลื่น

“แต่เกณฑ์นี้จะไม่ใช้กับการคืนคลื่นโดยสมัครใจหรือสิ้นสุดสิทธิ์ในคลื่นตามกฎหมายอื่น การถูกเรียกคืนเพราะสิ้นสุดเหตุผลและความจำเป็นในการใช้คลื่นหรือสัญญาสิ้นสุด”

ด้าน อสมท “เขมทัตต์ พลเดช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ร่างประกาศนี้กรอบอำนาจของคณะกรรมการที่หลวมมากเกินไป จนอาจทำให้เกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบได้ เพราะความคุ้มค่า เป็นสิ่งที่วัดได้ยาก ทำให้เกิดความลำเอียงได้ ดังนั้น กสทช.ควรปล่อยให้เป็นอำนาจของกลไกการตลาดมากกว่า ขณะที่สิทธิ์ในการคืนคลื่นที่แต่ละหน่วยงานได้มานั้น ได้มาก่อนที่จะมี กสทช.เกิดขึ้นเสียอีก และเป็นสิทธิ์ที่มีมูลค่าด้วยตนเอง ดังนั้น กสทช.ควรพิจารณาถึงมูลค่าในสิทธิ์ด้วย ไม่ใช่แค่ค่าเสียโอกาสในการเรียกคืนคลื่นอย่างเดียว เพราะไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการและรัฐ

“นิคม ณ พัทลุง” อดีตประธานสหภาพแรงงาน บมจ.อสมท กล่าวว่า ตามนิยามของประกาศนี้ จะทำให้คลื่นในมือรัฐวิสาหกิจทั้งหมดเข้าข่ายถูกเรียกคืนได้

“ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่าหมายถึงต้องเทียบกับเอกชนที่นำออกไปประมูลโทรคมนาคมหรือไม่ ไม่คัดค้านการเรียกคืนคลื่น แต่ช่วยเยียวยาให้ยุติธรรมกับผู้ถือหุ้น อสมท ที่มีกว่าหมื่นคนด้วย”

ขณะที่ “ภัทรินทร์ ภัทระศิขริน”ผู้แทนจาก บมจ.ทีโอที ระบุว่า การเรียกคืนคลื่นเป็นเรื่องใหญ่ ควรมีกระบวนการที่จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่าจะเป็นย่านไหนเมื่อไร ควรใส่ไว้ในประกาศด้วย กำหนดเป็นวิธีการกรอบเวลาขั้นตอนเงื่อนไข เพื่อให้แต่ละหน่วยงานรู้ว่า มีความเสี่ยงในการถูกเรียกคืนมากแค่ไหน ที่สำคัญ ควรกำหนดวิธีโต้แย้งรวมถึงกรอบเวลาด้วย

“ปิยบุตร พรหมรุ่งเรือง” ผู้แทนจาก บมจ.ไทยคม ระบุว่า ควรจะเปิดให้มีการเรียกข้อมูลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากฝั่งผู้ถือครองคลื่นเดิมด้วย เพราะข้อมูลจากผู้ได้ผลกระทบจะถูกต้องที่สุด

“พิชิต แก้วมาคูณ” บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต กล่าวว่า การประเมินมูลค่าคลื่น เมื่อเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย จึงควรเปิดให้สำนักงาน กสทช.จ้างองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาทำงานส่วนนี้ได้ เพื่อให้ได้มุมมองการเรียกคืนคลื่นที่หลากหลายขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีการจ้างแล้ว

ขณะที่ “วิชช์ จีระแพทย์” ผู้แทนจากสำนักงานอัยการ กล่าวว่า พื้นฐานของการพิจารณาคือ คลื่นความถี่เป็นของชาติ เป็นของประชาชน ไม่ใช่ของใครโดยเฉพาะ

“จริง ๆ ถ้าผู้ถือครองเดิมไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว เมื่อเรียกคืนก็ไม่ควรจ่ายแม้แต่บาทเดียว อย่าไปสนใจผู้ถือหุ้น หรือการทำสัญญาเป็นนิติกรรมอำพรางไว้ เหมือนเช่นกรณีมีที่ดินเปล่าแต่ปลูกกล้วยไว้ 10 ต้น ก็อ้างว่าใช้ประโยชน์แล้ว หรือเอาไปให้คนอื่นทำธุรกิจแทน เช่นไปใช้ให้บริการแบบขายส่งก็ไม่ควรจะได้รับการชดเชย”