บู๊เฮียง รุ่งรัชกานนท์ ข้าวหอมมะลิแพง แห่ปลูกนาปีพุ่ง
จากสถานการณ์น้ำท่วม-ภัยแล้งในช่วงที่ผ่านมาทำให้ยากจะคาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวนาปี ปี 2561/2562 จะเป็นอย่างไร “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์กูรูข้าวหอมมะลิ “นายบู๊เฮียง รุ่งรัชกานนท์” เจ้าของ หจก.โรงสีข้าวเอกไพบูลย์ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงสีข้าวหอมมะลิพรีเมี่ยมที่อยู่ในธุรกิจนี้มายาวนานกว่า 30 ปี และผลิตข้าวให้กับผู้ส่งออกข้าวหอมมะลิท็อป ๆ ของประเทศหลายราย ด้วยมีระดับสีข้าวที่มีคุณภาพสูงจนผู้ส่งออกต้องรอคิวซื้อในแต่ละปี
Q : คาดการณ์ผลผลิตข้าวนาปี 61/62
ปีนี้มีสิทธิ์จะออกมากกว่า เพราะเหตุว่าปีที่ผ่านมาเป็นประวัติศาสตร์ที่ข้าวหอมมะลิเกวียนละ 17,500-18,500 บาท จูงใจให้คนปลูกเยอะขึ้น ส่วนเรื่องปัญหาน้ำท่วมทางอีสานคงไม่กระทบเท่าไร เพราะปริมาณน้ำมากจะทำให้ผลผลิตในพื้นที่นาดอนดี แต่จะได้ผลผลิตเกินกว่า 8 ล้านตันข้าวเปลือกหรือไม่ ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะเกษตรกรส่วนหนึ่งไปปลูกอ้อย ส่วนหนึ่งไปปลูกมันสำปะหลัง โดยเฉพาะอ้อยนี่สำคัญ เริ่มมีโรงงานน้ำตาลไปตั้งที่อีสานแล้วก็ไปส่งเสริมทำให้นาข้าวลดลง
Q : คุณภาพข้าวมะลิไทยลดลง
ความอร่อยของข้าวหอมมะลิขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ หลายปัจจัย เช่น พื้นที่ปลูก พื้นที่ต่างกันอาจทำให้มีความขาวที่แตกต่างกันบ้าง เครื่องจักรและเทคนิคการอบข้าวก็เกี่ยวข้องด้วย แต่ถึงแม้ว่าเพื่อนบ้านจะทำข้าวหอมมะลิมาแข่ง แต่ผมยังมั่นใจว่าข้าวหอมมะลิต้องอีสานเรา เพราะข้าวเราไปปลูกที่อื่นได้ แต่ไม่อร่อยเหมือนปลูกที่อีสานนะ
ส่วนความหอมที่ลดลงอยู่ที่ธรณีวิทยา ต้องศึกษาว่าขาดสารอะไรในดิน หรือว่าปัจจุบันชาวนาไม่ได้เอาแกลบไปลงในนา แล้วใช้ปุ๋ยเยอะแยะ ดินแข็ง ตอนที่ผมทำข้าวใหม่ ๆ ปี 2510 จะเห็นว่าบ้านไหนหุงข้าวเราก็รู้ เพราะกลิ่นหอมจะโชยออกมา หรือในนาข้าวที่ใกล้จะสุกก็มีลมโชยกลิ่นหอมมะลิออกมาแล้ว แต่ปัจจุบันคิดว่าคงจะมีสารบางตัวในดินสูญหายไป
Q : รัฐควรเข้ามาช่วยอย่างไร
ที่จริงแล้วประเทศไทยทำข้าวส่งออกเยอะ ถึงแม้ว่าเราจะปลูกน้อย แต่เป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 รัฐควรมาสนใจวิธีการปลูกของเกษตรกรว่าจะใช้เทคโนโลยีมาช่วยเหลือเกษตรกรอย่างไร ไม่จำเป็นต้องใช้คน เช่น ก่อนหน้านี้ไถ คราด พรวน เสร็จแล้วต้องคอยฝนคอยฟ้า มีฝนมาแล้วค่อยไปถอนกล้าไปดำนา แต่เดี๋ยวนี้วันเดียวจบ เพราะเทคโนโลยีมากขึ้น ตอนนี้การทำนาแปลงใหญ่ที่รัฐบาลพยายามสนับสนุนมาถูกทาง แต่จะต้องทำให้ชาวนาเห็นเป็นต้นแบบ เพราะชาวนาเมื่อเห็นอะไรดีก็อยากจะตามเขา ฉะนั้น ต้องทำให้หมู่บ้านที่เป็นผู้นำ ต้องทำให้เห็น เพราะมองว่ามันดี ลดต้นทุนได้แน่นอน ถ้าเห็นเม็ดเงินชัด ชาวนาทำแน่นอน
Q : โรงสีอีสานมีปัญหาสภาพคล่อง
โรงสีมีปัญหาสภาพคล่องนั้นเป็นบางกลุ่ม กลุ่มที่เข้าโครงการจำนำเยอะ ๆ ทั้งหลาย ตอนนี้มีปัญหา แต่คนอีสานทำประมาณพอตัวเครื่องอบไม่ได้มาก ถึงแม้ว่าช่วงที่มีโครงการรับจำนำมา เราอึดอัดใจก็ช่างมัน จำนวนโรงสีในอีสานก็ไม่มีเพิ่ม แต่พวกที่ลงทุนใหญ่ ๆ มันจะตาย คุณจะไปซื้อข้าวใหญ่ ๆ แย่งซื้อข้าวเอาเงินที่ไหน และสองผู้ส่งออกจะรับซื้อได้ไหม เมื่อก่อนรัฐเป็นคนรับทำแล้วอยู่ในมือรัฐ เช่าโกดังมา เปิดรับจำนำสีตูม ๆ เลย แต่ตอนนี้โรงสีที่มีขนาดใหญ่ที่เคยเข้าร่วมโครงการจะเหนื่อย
Q : โรงสีปรับตัวไปทำส่งออก
ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ใช่งานที่เราถนัด ถามว่าโรงสีที่ไปทำส่งออกประสบความสำเร็จกี่ราย เจ๊งหมดแทบทุกราย มีที่จะประสบความสำเร็จเพียงไม่กี่ราย มีแค่ 1 หรือ 2 ราย ที่โตแบบก้าวกระโดด ทำส่งออกเองเลย แต่การทำส่งออกก็เจอปัญหาอีก แต่เราไม่ทำส่งออก เราเน้นส่งมอบให้กับผู้ส่งออกที่รู้จักกัน ราคาตรงไปตรงมา เพราะทวงยาก เราติดชาวนาไม่ได้ต้องจ่ายเงินสดซื้อข้าวเปลือก แต่ผู้ส่งออกข้าวซื้อข้าวจากโรงสีมีเครดิตจ่ายเงิน 30 วัน ตอนนี้บางรายมีปัญหานานกว่านั้น
Q : ภาพรวมธุรกิจเอกไพบูลย์
จนถึงปีนี้ครบ 30 ปีพอดี เรามี 3 โรง คือ เอกไพบูลย์ ยิ่งไพบูลย์ และโชคชัย ไพบูลย์ ซึ่งอยู่ใน จ.อุบลราชธานี และพรมแดนที่ติดกับศรีสะเกษ โดย 2 โรงมีขนาดกำลังการผลิต 6,000-10,000 ตัน อีกโรงขนาดกำลังผลิตประมาณ 30,000 ตัน ทำเฉพาะข้าวหอมมะลิอย่างเดียว เราทำขายให้กับผู้ส่งออกรายสำคัญ เช่น อุทัยโปรดิ้วซ์
Q : เหตุใดจึงไม่ปรับตัวทำอย่างอื่น
ทำอย่างอื่นถึงมีกำไรก็จุกจิก เราคิดว่าทำให้ลูกค้าต่างประเทศเชื่อถือแล้วมาซื้อกับผู้ส่งออกเราก็ง่ายต่อการบริหาร เราลงทุนไซโลและห้องเย็นไปเมื่อ 8 ปีก่อน เพราะเริ่มไม่มีคนงานและค่าแรงแพง เราต้องลงทุนไซโลเพื่อใช้สายพานลาก หลังจากอบเสร็จแล้วดึงขึ้นไปเก็บในไซโล เมื่อก่อนเรากรอกเป็นกระสอบจัมโบ้เรียงไว้เพื่อเก็บรักษาอย่างนั้น เมื่อมีไซโลแล้วทำให้การทำงานง่ายขึ้น แล้วเข้าตู้อบเลย อบออกมาเข้าไซโลเลย ความจุได้ 3,000 ตัน 4 หลัง และมีโกดังอีก ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้กรรมกรขนข้าวเป็นร้อยคน นอกจากนี้มีทดลองทำโซลาร์รูฟท็อป แต่ไม่ได้ขายเป็นการทำเพื่อใช้ในโรงสี ไม่ได้ทำมาก
Q : มองอนาคตธุรกิจโรงสี 5 ปีข้างหน้า
ในโลกนี้ยังต้องกินข้าว โดยเฉพาะคนเอเชียถึงไปอยู่ต่างประเทศก็ยังต้องบริโภคข้าวมากขึ้น ดังนั้นโรงสีก็ยังทำต่อไป แต่อาจใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งคุณภาพการสีดีขึ้น โรงสีทั้งหลายจึงหันมาลงทุนด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้เกษตรกรได้ผลผลิตมากขึ้น ลดต้นทุน รัฐจะมาช่วยคนยากจนอย่างไรก็ได้ ขอให้เงินถึงเกษตรกรซึ่งเป็นคนที่เสียภาษีมากที่สุด ถามว่าเกษตรกรทำไมยังมีคำพูดว่า ชั่วนาตาปีเกษตรกรยังยากจน ทำไมพ่อค้ารวย พ่อค้าเอา 1% จากการส่งออกข้าว 10 ล้านตัน รายหนึ่งได้ไปส่งออกเกือบ 2 ล้านตัน คูณ 1% เข้าไปก็รวยแล้ว แต่เกษตรกรถึงให้กำไร 100% มี 12 ไร่ ไร่ละ 400 กิโลกรัม ให้ไปเลยตันละ 20,000 บาท ได้เงิน 1.2 แสนบาท ก็ยังจนอยู่เลย