เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“ประชาธิปัตย์” ซ้อมเลือกตั้งใหญ่ วางโปรแกรมหาเสียงทั่วทิศ-ล้างภาพลักษณ์พรรคคนใต้

14 ต.ค. 2561 | 21:49น.

3 ผู้สมัคร “ชิงหัว” พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินสายสิบทิศขอคะแนนเสียงแม่ยก-แฟนคลับ หย่อนบัตรลงคะแนนหยั่งเสียงเลือก “หัวหน้าพรรค คนที่ 8” ในวันที่ 1-5 พ.ย. 61 แข่งกันดุเดือด ไม่เกรงศักดิ์ศรี “แชมป์เก่า” ไม่ไว้หน้าอดีต “ตัวท็อป” ในแม่น้ำ 5 สาย-คสช.ไม่หวั่นไหว “หมอข้าว-มือล้ม” รัฐบาลยิ่งลักษณ์

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน-แชมป์เก่า ผู้สมัครรับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคเบอร์ 1 จะออกเดินสายระหว่างวันที่ 15-19 ต.ค. 61 โดยจะไปขอคะแนนที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ในวันที่ 16 ต.ค. จังหวัดขอนแก่น วันที่ 17 ต.ค. จังหวัดแพร่ วันที่ 18 ต.ค.

ก่อนจะลง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จังหวัดปัตตานี ในวันที่ 27 ต.ค. และจังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 28 ต.ค. ก่อนจะไปขึ้นเหนือตอนล่างที่จังหวัดตาก ในวันที่ 29 ต.ค.

“พรรคต้องเป็นตัวของตัวเอง เป็นทางเลือกหลักให้กับประเทศ อย่าปล่อยให้พรรคถูกบอกว่าจะต้องไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง เพราะอุดมการณ์ของพรรคจะตอบโจทย์ของประเทศได้มากที่สุด ไม่อิงกับฝ่ายอื่น”

“ประชาธิปัตย์จะไปขอประชาชนให้เราเป็นรัฐบาล ด้วยตัวเราเอง ถ้าเป็นรัฐบาลด้วยตัวเราเองไม่ได้ ก็ต้องชวนคนอื่นมาร่วมกับเรา คนที่เชื่อในอุดมการณ์และแนวทางของเรา ประชาธิปัตย์ไม่ต้องการเป็นรัฐบาลแล้วทำอะไรไม่ได้เลย”

“วันนี้ประชาชนต้องการพรรคการเมืองที่มีจุดยืน อุดมการณ์ที่ชัดเจน ประชาชนเบื่อการเมืองเรื่องผลประโยชน์ การเมืองเรื่องของการแย่งชิงอำนาจ ประชาชนต้องการแนวคิดที่จะนำพาบ้านเมืองไปในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร”

“อภิสิทธิ์” ไม่ได้คิดเพียงหยั่งเสียง-ขอคะแนนสมาชิกเท่านั้น แต่ยัง “มองไกล” ไปถึงการเป็น “ทางหลัก” ของประเทศ-จัดตั้งรัฐบาล

ด้าน “หมอวรงค์” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก-ผู้ท้าชิง ผู้สมัครรับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค เบอร์ 2 แม้จะประเมินตัวเองว่า เป็น “มวยรอง” แต่ “ขยัน” โดยมีแพลน-ปักหมุดลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ในวันที่ 14 ต.ค. ไปจังหวัดระยอง วันที่ 16 ต.ค. และไป “ย้ำหมุด” ที่ภาคอีสาน คือ จังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 17-18 ต.ค. และในวันที่ 19 -25 ต.ค. จะเป็น “ทริปยาว” จากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปถึง “พื้นที่สีแดง” 3 จังหวัดชายแดนใต้ และจะปิดท้ายที่กรุงเทพมหานคร-เมืองหลวง

“หมอวรงค์” หมายมั่นปั้นมือให้ประชาธิปัตย์ “ล้างภาพลักษณ์” เป็นพรรคของคนปักษ์ใต้-คนเมือง ให้เป็นพรรคของคนทุกภาค และไม่ได้คาดหวังช่วงชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค คนที่ 8 ออกจากอ้อมกอดนายอภิสิทธิ์เท่านั้น แต่หวังลึก ๆ ว่าการไพรมารี่โหวตหัวหน้าพรรคเป็น “ครั้งแรก” ของพรรค และ “คนแรก” ของพรรคการเมืองทุกพรรค จะเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นประชาธิปไตย

“ผมเชื่อมั่นอยู่เสมอว่า ประชาธิปไตยของประเทศต้องเริ่มที่พรรคการเมือง ถ้าคุณติดกระดุมเม็ดแรกของประเทศนี้ถูก คุณทำอะไรจะนึกถึงประชาชน ประชาชนจะเลือกคุณมาจริง ๆ”

“พรรคต้องทำสิ่งนี้ให้เป็นจุดเด่นของพรรค พรรคการเมืองอื่นต้องทำแบบเรา ถ้าคุณอ้างว่าเป็นพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย แต่ไม่ได้มาแบบนี้ จะนำไปสู่วิกฤตประเทศ เพราะเวลาเกิดปัญหามีคนบงการได้ พรรคการเมืองต้องเอาประชาชนเป็นฐานในการตัดสินใจ เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองทำอย่างประชาธิปัตย์”

ขณะที่ “อลงกรณ์ พลบุตร” ผู้สมัครรับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค เบอร์ 3 แม้จะถูกมองว่าเป็น “ไม้ประดับ” แต่ก็ขะมักเขม้น-โชว์วิชั่น “จุดเปลี่ยนประชาธิปัตย์ จุดเปลี่ยนประเทศไทย” โดยชู 4 ปฏิรูป 5 กฎเหล็ก 6 ยุทธศาสตร์

โดยมีเป้าหมาย “ประชาธิปัตย์ยุคใหม่” คือ สร้างประชาธิปัตย์เป็นพรรคอันดับ 1 สร้างประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน และสร้างประเทศก้าวล้ำหน้าทันโลก ทันเทคโนโลยี สู่ชาติพัฒนาแล้ว

การหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคเป็นครั้งแรกของประชาธิปัตย์ครั้งนี้ จึง “ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว” เพราะ 1.แสดงให้เห็นว่าประชาธิปัตย์มีจุดยืนประชาธิปไตยชัดเจน-ไม่ได้ฝักใฝ่อนุรักษนิยม

2.ได้ปลุกกระแสประชาธิปัตย์ก่อนพรรคเพื่อไทย ในช่วงพรรคเพื่อไทยยังไร้หัว-แยกหัว และ คสช.ห้ามพรรคการเมืองหาเสียง แต่ประชาธิปัตย์ยังตีคู่-ขนานกับพรรคพลังประชารัฐ-ที่มี 4 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็น “หัวเชิด” และกลุ่ม “สามมิตร” เดินเกมดูด-ขนชาวบ้านพบ นายสนธิรัตน์

สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์-สวมหมวกเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ที่ล่าสุดออกมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ้อย 3.4 แสนราย-6.5 พันล้านบาท ทับซ้อนอีกใบ-ชงเอง ตบเอง

ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร ใครจะแพ้-ชนะ ประชาธิปัตย์ก็ออกตัว-ปั่นกระแสพรรคจากสนามเล็ก ก่อนสู้ศึกสนามใหญ่ในการเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเมือง พรรคการเมือง