เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เอ็นจีโอยื่นข้อเสนอเอาผิดขรก.ชายลวนลามลูกจ้าง ปลัดสธ.ลั่นสัปดาห์หน้าตั้งกก.สอบวินัยฯ

18 ส.ค. 2560 | 13:55น.

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักสำหรับข้าราชการชายสังกัดกลุ่มงานภารกิจอำนวยการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่กลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาจากกรณีลวนลามและกระทำอนาจารลูกจ้างสาว พร้อมทั้งถ่ายคลิปวิดีโอเข้าแจ้งความดำเนินคดีจนเป็นข่าวโด่งดัง ล่าสุดเจ้าตัวได้เข้าให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ นั้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วย แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถีศึกษา มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง และเครือข่ายชุมชนที่ป้องกันปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง กว่า 30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผ่านทาง นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อเรียกร้องให้ สธ. มีมาตรการแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน สร้างกลไกอย่างเป็นรูปธรรม โดยกรณีข้าราชการในสังกัดสธ.ลวนลามพนักงานหญิง ต้องสาวไปให้ถึงผู้ที่ล็อบบี้ ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง และมีองค์กรที่เป็นกลางร่วมตรวจสอบเพื่อความเป็นธรรม ป้องกันข้อครหา

​นายจะเด็จ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ข้าราชการ สธ. ลวนลามคุกคามทางเพศพนักงานหญิง และผู้ที่กระทำเป็นถึงหัวหน้าหน่วยงาน จึงเป็นเรื่องร้ายแรง มีภาพแสดงออกถึงการคุกคามทางเพศชัดเจน กระทำมาตั้งแต่ปี 2557 อีกทั้งไม่ใช่รายเดียวที่ถูกกระทำ และข้าราชการ สธ. ส่วนใหญ่เป็นพนักงานหญิง เหตุการณ์นี้จึงเป็นการทำลายขวัญกำลังใจในการทำงาน และเพื่อให้เกิดกำลังใจแก่ข้าราชการหญิงให้ได้ทำงานต่ออย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ทางมูลนิธิฯและองค์กรด้านผู้หญิง อยากทราบความคืบหน้าว่าได้ดำเนินการไปถึงขั้นไหน และขอสนับสนุนท่าทีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ประกาศว่า จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และไม่ให้มีการคุกคามและวิ่งเต้นเพื่อให้ผู้กระทำการคุกคามทางเพศพ้นผิด

นายจะเด็จ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ มีข้อเสนอต่อกลไกการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศ ดังนี้ 1.คณะกรรมการสอบสวนวินัย ทำความจริงให้ปรากฏ ต้องมีความเป็นกลาง โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกระทำ โดยคณะกรรมการสอบวินัยต้องไม่เป็นหน่วยงานที่ผู้กระทำการคุกคามทางเพศอยู่ในสังกัด และควรมีบุคคลภายนอก องค์กรหรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย รวมทั้งให้มีการลงโทษวินัยขั้นร้ายแรงกับการกระทำผิดของหัวหน้าหน่วยงาน ที่คุกคามทางเพศพนักงานผู้หญิง โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างการสอบสวน 2.กระทรวงสาธารณสุขต้องมีมาตรการ ระบบการติดตามการทำงาน การอบรม และพัฒนาบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้บุคลากรมีทัศนคติที่ดี เคารพในสิทธิเนื้อตัวร่างกายผู้อื่น รวมทั้งขอสนับสนุนให้กระทรวงฯ มีนโยบายในการแก้ไขและป้องกันการคุกคามทางเพศ หากเกิดปัญหาการคุกคามทางเพศขึ้นไม่ว่ากรณีใดๆ ให้มีการลงโทษที่เด็ดขาด และ 3.ควรมีการสร้างพื้นที่ ช่องทาง หรือศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับการคุกคามทางเพศที่เป็นกลาง ปลอดภัยและให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกคุกคามทางเพศให้สามารถร้องเรียนได้ และ 4.ขอให้มีกระบวนการเยียวยาฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกคุกคามทางเพศ ตลอดจนมีการป้องกันแก้ไขการถูกแทรกแซงหรือคุกคาม

ด้าน นพ.โสภณ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กำชับว่า เรื่องนี้ใครผิดก็ว่ากันไปตามผิด ซึ่งกระทรวงไม่นิ่งนอนใจแน่นอน และกระทรวงฯให้ความสำคัญกับเรื่องคุณธรรม ดังนั้น เมื่อผิดก็ต้องถูกลงโทษ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คณะกรรมการสืบสวนและสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งมีผู้อำนวยการกลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน โดยในวันนี้ (18 ส.ค.) ได้เรียกข้าราชการชายคนนี้เข้ามาให้ข้อมูล และจะสรุปผลว่ามีมูลหรือไม่มีมูล พร้อมทั้งจะพิจารณาต่อไปว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง ซึ่งจะชัดเจนได้ภายในสัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีดังกล่าวโดยหลักถือว่าผิดวินัยร้ายแรงได้หรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า ต้องไปพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่า มีการกระทำลักษณะนี้ตั้งแต่ปี 2557 อย่างไร เพราะจากการที่ตนได้เข้าพูดคุย และให้กำลังใจกับลูกจ้างก็พบว่า 3ปีก่อนยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่มารุนแรงและหนักขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ จนมีการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งก็ต้องไปพิจารณากันว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และมีการข่มขู่ลูกจ้างจริงเท็จประการใด ก็ต้องตรวจสอบให้หมด

“ผมได้พูดคุยและให้กำลังใจน้องๆ แล้ว ซึ่งก็พร้อมให้การช่วยเหลือทั้งหมด และหากจะให้ช่วยเรื่องคดี ทางเราก็ยินดี เพราะเรามีนิติกรคอยให้การช่วยเหลืออยู่ ดังนั้น หากใครจะมาข่มขู่หรือมาล็อบบี้ก็ไม่ต้องไม่กลัว ให้แจ้งมาได้เลย ซึ่งเรื่องนี้ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบเช่นกัน ว่า สรุปแล้วมีการล็อบบี้จริงหรือไม่ อย่างไร ส่วนที่มีข่าวว่าข้าราชการชายคนนี้อาจจะขอลาออกจากราชการก่อนนั้น จริงๆเรื่องการสอบสวนทางวินัยเป็นคนละกรณี อย่างไรก็เสียก็ต้องถูกสอบสวนอยู่ดี ขณะที่เรื่องทางอาญาก็เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป” นพ.โสภณ กล่าว

ปลัดสธ. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ อยากขอย้ำกรณีสื่อมวลชนที่พยายามจะขอสัมภาษณ์ หรือติดต่อลูกจ้าง อยากให้ระมัดระวังในการนำเสนอข่าว และการเข้ามาขอสัมภาษณ์ เพราะที่ผ่านมามีการเข้ามาโดยไม่ขออนุญาต ทำให้น้องๆหวาดกลัว ไม่อยากถูกจับตามองขนาดนี้ ซึ่งอยากให้เข้าใจความเป็นลูกผู้หญิง หากเรามีลูกมีหลาน หรือมีน้องสาว ถูกกระทำเช่นนี้ ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนอยากจะเป็นข่าว ที่ออกมาเป็นข่าวเพราะความจำเป็น แต่ขณะนี้ก็ขอให้อยู่ในกระบวนการดีกว่า ขณะที่คนอื่นๆที่ถูกพาดพิงนั้นก็ขอให้รอผลการตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศบริเวณสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ปรากฏว่ามีผู้สื่อข่าวมารอทำข่าวจำนวนมาก โดยเฉพาะรอข้าราชการชายที่ถูกกล่าวหาว่ามีการลวนลามและกระทำอนาจาร ซึ่งในวันที่ 18 สิงหาคมเป็นวันสุดท้ายที่ต้องให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสืบสวนและสอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนจะสรุปว่ามีมูลหรือไม่ และเข้าข่ายวินัยร้ายแรงหรือไม่ เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบวินัยฯต่อไป โดยช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่พบว่าข้าราชการชายดังกล่าวเข้ามาให้ข้อมูลแต่อย่างใด

 

ที่มา : มติชนออนไลน์