เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
ดูทั้งหมด

ปัญหาปากท้องต้องแก้

22 พ.ย. 2561 | 11:04น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย สมปอง แจ่มเกาะ

หากไม่มีพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก นับจากนี้ไปอีก 3 เดือน 24 กุมภาพันธ์ปีหน้า คนไทยจะได้เดินเข้าคูหากากบาทเลือกตั้งผู้แทนฯกันแล้ว

หรือหากมีข้อขัดข้องจริง ๆ จนทำให้วันเวลาการเลือกตั้งต้องล่าช้าออกไป อย่างช้าก็คงไม่เกิน 5 พฤษภาคม ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

รอกันอีกอึดใจเดียวครับ

วกกลับมาคุยเรื่องใกล้ตัว นี่ก็ย่างเข้าปลายเดือนพฤศจิกายนเข้าไปแล้ว เดือนหน้าก็ธันวาคม ใกล้จะสิ้นปีแล้ว

เผลอไปแป๊บเดียวก็จะย่างเข้าสู่ศักราชใหม่แล้ว แต่ในแง่ของเศรษฐกิจ แม้จะไม่ถึงขั้นว่า (ยัง) ย่ำอยู่กับที่ แต่ก็ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร

หากยังจำกันได้ ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2561 รัฐบาลวาดฝันไว้อย่างสวยงามว่า อย่างไรเสีย ปีนี้ทั้งปี อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี น่าจะไม่ต่ำกว่า 4.5%

ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ผ่านไป รัฐบาลยังมองมุมบวกว่าจีดีพียังเติบโตดี และอยู่ในช่วง “ขาขึ้น” สวนทางกับมุมมองของนักวิชาการ ชาวบ้านร้านตลาดที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “แย่-ไม่ดี”

จนเมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่านกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยอมรับกราย ๆ ด้วยการใช้คำว่า “เศรษฐกิจเติบโตในอัตราที่ชะลอลง” จากปัจจัยของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน

ล่าสุด เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาพัฒน์เพิ่งประกาศหั่นจีดีพีทั้งปีลงเหลือ 4.2% หลังพบว่าตัวเลขไตรมาส 3/2561 โตต่ำกว่าที่คาดการณ์

จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นภาพการ “กระตุ้นเศรษฐกิจ” ของรัฐบาลระลอกแล้วระลอกเล่า ทั้งในแง่ของการลงทุน การท่องเที่ยว การเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณ การอัดฉีดเงินเข้าระบบผ่านโครงการต่าง ๆ ฯลฯ

แต่สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา มาตรการต่าง ๆ จึงยังไม่สัมฤทธิผลเท่าที่ควร

ด้านฟากฝั่งภาคธุรกิจ ทันทีที่เข้าโค้งท้าย หน้าขายสำคัญก็ต้องออกแรงกระตุ้นการจับจ่าย กระหน่ำสารพัดแคมเปญ หวังจะทำยอดขายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะรู้อยู่แก่ใจดีว่า ที่ผ่านมากว่าจะได้ยอดขายมาแต่ละร้อยแต่ละพันนั้น ต้องทำงานและลงทุนลงแรงอย่างหนัก เพราะคนเดินห้างสรรพสินค้า เดินศูนย์การค้า ส่วนใหญ่จะหนักไปทาง window shopping มากกว่า

อย่าว่าแต่ค้าปลีกรายใหญ่ ๆ เลย ใครที่ไปเดินตลาดนัดตอนเย็น ๆ ก็จะเห็นว่า บางวันแม่ค้าพ่อค้ามีมากกว่าคนซื้อเสียอีก

เศรษฐกิจไม่ดี ธุรกิจย่ำแย่ หลาย ๆ บริษัทต้องเลย์ออฟพนักงาน ใครออกงาน ตกงาน คิดไม่ออกก็ลงทุนขายของ ขายอาหาร ขายขนม ขายผลไม้ ขายกาแฟ ฯลฯ

พ่อค้าแม่ขายบ่นกันอุบ กำรี้กำไรคงไม่ต้องพูดถึง เพราะขายได้แต่ละวันก็แทบจะไม่พอค่าเช่าที่ ค่าเช่าแผง

จริง ๆ แล้ว ต้นสายปลายเหตุก็มาจากเรื่องกำลังซื้อ หรือเงินในกระเป๋านั่นแหล่ะ

วันนี้นอกจากรายได้ หรือเงินในกระเป๋าสตางค์จะไม่เพิ่มแล้ว ตรงกันข้าม ข้าวก็ยากหมากก็แพงอีก ไม่ต้องคิดมาก เมื่อไม่มีตังค์ ก็ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด เขียมที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปากท้องต้องมาก่อน อะไรที่เกินความจำเป็นก็ตัดทิ้ง

นอกจากปากท้อง เรื่องรองลงไปก็คือ หนี้สำหรับชาวบ้านตาดำ ๆ คนชนชั้นรากหญ้า รวมถึงมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย เพียงแค่ 2 เรื่องนี้ก็ชักหน้าไม่ถึงหลังแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเงินเก็บเงินออมยามจำเป็นยามเจ็บป่วยในวันข้างหน้า

วันข้างหน้า แม้รัฐบาลจะดึงการลงทุนจากต่างประเทศมาได้มากมายมหาศาล และการลงทุนของภาครัฐในเมกะโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ยังมีอย่างต่อเนื่อง แถมท้ายด้วยการส่งออกสดใสโชติช่วงชัชวาล

แต่ตราบใดที่ยังแก้ปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำไม่ได้ ยังหาทางออกในเรื่องของหนี้ครัวเรือนไม่เจอ

…โอกาสที่คนไทยจะลืมตาอ้าปากได้ก็เป็นเรื่องยาก