เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
ดูทั้งหมด

“ดีมานด์…มาไม่ทัน” ธุรกิจตุนเม็ดเงินบุกปีหน้า

01 ธ.ค. 2561 | 23:07น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย ก้อยประชาชาติ

เหลือเดือนกว่า ๆ ก่อนปิดยอดขายส่งท้ายปี แต่ดูเหมือนบรรยากาศและมู้ดการจับจ่ายจะยังไม่หวือหวามากนัก แม้ว่าภาครัฐจะออกมาตรการสารพัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นและเพิ่มเม็ดเงินในกระเป๋าของประชาชน เมื่อบวกกับดีมานด์และแรงซื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดหายไปในช่วงปลายปี

โดยเฉพาะตัวเลขจากนักท่องเที่ยวทัวร์จีนที่หดหายไปต่อเนื่องตลอดในช่วงที่ผ่านมา แม้ภาครัฐจะ “เทกแอ็กชั่น” อย่างรวดเร็วในหลายมาตรการ เพื่อดึงจำนวนนักท่องเที่ยวให้กลับมาให้ทันในช่วงหน้าขายไฮซีซั่นปลายปี

หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนระหว่างเดือน ก.ค.-ต.ค.ลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลายสาเหตุ คือ อุบัติเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต ไข้เลือดออก นักท่องเที่ยวจีนถูกทำร้าย และผลกระทบเรื่องสงครามการค้า

โดยมาตรการที่ออกมาจะเป็นระยะสั้น ๆ 2 เดือน คือ ระหว่าง 15 พ.ย. 2561-15 ม.ค. 2562 ไม่ว่าจะเป็นการจัดโครงการอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ เซล พาสปอร์ต พรีวิลเลจ ยิงยาวตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2561-15 ม.ค. 2562 จัดโปรโมชั่นพิเศษร่วมกับภาคเอกชนกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวให้เพิ่มส่วนลดแบบออนท็อป รวมถึงการขอเปิดพื้นที่พิเศษเพิ่มเติมให้กับนักท่องเที่ยวในการคืนแวตรีฟันด์ และเพิ่มช่องทางพิเศษที่สนามบิน ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้คืนภาษีได้รวดเร็วขึ้น

ยังไม่นับรวม “มาตรการด้านวีซ่า” เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าหน้าด่าน “ดับเบิลเอนทรี่วีซ่า” ซึ่งเป็นการทำวีซ่าครั้งเดียว แต่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้ 2 ครั้ง

เรียกได้ว่าเติมเซอร์วิสและแคมเปญทุกรูปแบบเพื่อปลุกเร้าดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาโดยเร็ว

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวอาจกลับมาไม่ทันสอดคล้องกับการปรับตัวของ “ภาคธุรกิจ” ที่ไม่รอปัจจัยบวก และปรับแผนธุรกิจรอบใหม่ด้วยการมองข้ามชอตเก็บเม็ดเงิน ตุนกระสุนไว้บุกปีหน้าดีกว่า ด้วยการเปิดเกมลุยตลาดตุนยอดต้นปี

ในมุมมองของเอเยนซี่และนักวางแผนการใช้งบฯการตลาดที่ได้พูดคุยกับลูกค้าในหลายธุรกิจต่างมองเป็นทิศทางเดียวกัน

“มองข้ามชอต 2 เดือนปลายปีที่เหลือ และเก็บกระสุนยิงแรงปีหน้าจะดีกว่า” เพราะแม้เข้าช่วงปลายปีแต่ภาพรวมธุรกิจปีนี้กลับไม่หวือหวาตามที่คาด ทั้งเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวตั้งแต่ต้นปี ตอนนั้นหลาย ๆ ธุรกิจชะลอแผนการทำตลาดเพื่อมารอจังหวะอัดงบฯและปลุกยอดขายปลายปี แต่กลับต้องมาเจอกับตัวเลขนักท่องเที่ยวที่หดหายซ้ำเติมบรรยากาศความเคลื่อนไหวของหลายธุรกิจตอนนี้เริ่มวางแผนการใช้งบฯโฆษณาตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2562 แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็พร้อมปล่อยแคมเปญ อัดโปรโมชั่นแบบทันทีโดยไม่รอปัจจัยบวกต่าง ๆ ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่ผ่านมา ที่สินค้าต่าง ๆ จะเริ่มกลับมาใช้งบฯโฆษณาหรืออัดแคมเปญทางการตลาดอีกครั้งในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม

โดยจะเริ่มลอนช์แคมเปญต่าง ๆ ตั้งแต่เปิดเดือนแรกของปี”62 และลากยาวต่อเนื่องไปจนถึงช่วงไฮซีซั่นเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2562 เพราะหลาย ๆ สินค้าได้บทเรียนแล้วว่า ถ้าไม่รีบทำโปรโมชั่นหรือลอนช์แคมเปญออกมาตั้งแต่ต้น ๆ ปีก็อาจจะช้าไป เพราะถ้าลอนช์แคมเปญ ทำการตลาดช้า กว่าจะกู้ยอดขายกลับมาก็ยาก ดังนั้น จึงต้องเร่งเครื่องตั้งแต่ต้นปี

เมื่อปัจจัยท้าทายต่าง ๆ ยากที่จะคอนโทรล การตุนยอดขายไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ น่าจะเพลย์เซฟกว่าการที่ต้องมารอปัจจัยบวกและสปีดยอดขายช่วงท้ายปีเหมือนที่ผ่าน ๆ มา

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!