นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นวันที่ 24 ธ.ค.61 ปิดตลาดที่ดัชนี 1,591.29 จุด ลดลง 4.04 จุด หรือลดลง 0.25 จุด และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 27,662.95 จุด เนื่องจากเป็นช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี จึงส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง ส่วนภาพการเคลื่อนไหวของดัชนีในวันนี้แกว่งตัวในกรอบแคบ เคลื่อนไหวอยู่ทั้งในแดนบวกและลบ และมีบางจังหวะที่เข้าใกล้ 1,600 จุด โดยดัชนีสูงสุดในวันนี้อยู่ที่ 1,599.89 จุด จึงมองว่าหากมูลค่าการซื้อขายยังคงเบาบางเหมือนวันนี้ ดัชนีที่ 1,600 จุด จะเป็นแนวต้านสำคัญที่ดัชนีจะขึ้นไปทดสอบ
ส่วนกลุ่มที่กดดันตลาด ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ SCB -2.50 จุด หรือ -1.82% KBANK -2.50 จุด หรือ -1.33% กลุ่มวัสดุก่อสร้าง SCC -12 จุด หรือ -2.74% ปรับลดลงมากที่สุดในวันนี้ และกลุ่มพลังงานโดยเฉพาะโรงไฟฟ้า รวมถึง CBG -3.50 จุด หรือ -9.21% เป็นกลุ่มที่กดดันตลาดในวันนี้ ด้านกลุ่มที่บวกนำตลาด คือ กลุ่มขนส่ง โดย AOT ได้รับอานิสงส์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว โดยราคาหุ้น +0.50 จุด หรือ +0.78% BEM ได้รับข่าวดีจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ขยายสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 ออกไปอีก 37 ปี จากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 27 ก.พ.63 เป็นผลให้ราคาหุ้น +0.45 จุด หรือ +4.62% และ BTS +0.10 จุด หรือ +1.05%
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาควันนี้ มูลค่าการซื้อขายค่อนข้างบางเช่นกัน โดยปิดตลาดกระจายกันทั้งบวกและลบ โดยตลาดหุ้นจีน +10.76 จุด หรือ +0.43% และมาเลเซีย +13.54 จุด หรือ +0.81% ด้านตลาดหุ้นเกาหลี -6.48 จุด หรือ -0.31% โดยปัจจัยที่กดดันตลาด และคาดว่าจะต้องติดตามต่อในปีหน้า (2562) คือ การปิดหน่วยงานรัฐบาลชั่วคราว (Government shutdown) ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันให้ตลาดปรับตัวขึ้นค่อนข้างลำบาก โดยคาดว่าจะยืดเยื้อไปถึงปลายสัปดาห์นี้
ส่วนภาพการเคลื่อนไหวของดัชนีในวันพรุ่งนี้ (25 ธ.ค.61) ประเมินว่าจะเป็นภาพการเคลื่อนไหวที่คล้ายคลึงกับวันนี้ โดยคาดว่าดัชนีจะแกว่งไซด์เวย์กรอบแคบ ให้แนวรับที่ 1,585 จุด และแนวต้านที่ 1,600 จุด อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าฟื้นลำบาก ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุนแนะนำนักลงทุนเก็บเงินสดเพื่อรอลงทุนปีหน้า หรือเมื่อเกิดความชัดเจนในประเด็นกดดัน หากจะเข้าซื้อตอนนี้แนะนำที่ดัชนีบริเวณ 1,580-1,585 จุด