นายปิ่นสาย สุรัสวดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษีในฐานะโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า กรณีนายไพบูลย์ ศรีทอง ชาวจังหวัดปราจีนบุรี ร้องสื่อว่า ถูกกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเกือบ 500 ล้านบาท เพราะมีชื่อเป็นกรรมการบริษัทแห่งหนึ่ง ทั้งที่ตนเองมีรายได้แค่วันละ 500 บาทนั้น ทางกรมสรรพากรได้ตรวจสอบแล้ว พบว่า ได้มีการประเมินภาษีย้อนหลังจริง แต่เป็นการประเมินจากตัวบริษัท แต่เนื่องจากนายไพบูลย์ มีชื่อเป็นผู้ชำระบัญชี จึงต้องรับหนังสือแจ้ง
“กรมได้ตรวจสอบ พบว่ามีการตั้งบริษัทตั้งแต่ปี 2535 เป็นบริษัทรับเหมา และต่อมามีการเปลี่ยนตัวกรรมการผู้มีอำนาจลงนามมา 4 คน โดยคนที่มีประเด็นขึ้นมา เป็นคนที่ 4 ที่เข้ามาเป็นกรรมการตอนปี 2557-2558 ซึ่งที่ผ่านมา กรมได้ตรวจสอบภาษีตัวบริษัท จากที่มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายไว้ ก็พบว่าเสียภาษีไม่ถูกต้อง และเมื่อตรวจสอบหลายๆ ปี ก็พบว่ามีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี กรมจึงเข้าไปประเมิน 3 ครั้ง และพอครั้งที่ 4 ก็มีการปิดบริษัท ทางกรมจึงออกหมายเรียกผู้ชำระบัญชี คือนายไพบูลย์” นายปิ่นสายกล่าว