เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (5 พ.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (5 พ.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘Branded Residences’ บูมในไทย ดันคอนโดฯ หรูลุมพินี-พระราม 4 ‘ตร.ม.ละล้าน’ 
Real Estate ‘Branded Residences’ บูมในไทย ดันคอนโดฯ หรูลุมพินี-พระราม 4 ‘ตร.ม.ละล้าน’ 
‘เกมไทย’ ฝันใหญ่ยังไปไม่ถึง 2 ปีร่าง พ.ร.บ.เกม
Tech ‘เกมไทย’ ฝันใหญ่ยังไปไม่ถึง 2 ปีร่าง พ.ร.บ.เกม
จับตาจีนชะลอเที่ยวไทย ‘พัทยา-เชียงใหม่’ เร่งฟื้นความเชื่อมั่น
Economic จับตาจีนชะลอเที่ยวไทย ‘พัทยา-เชียงใหม่’ เร่งฟื้นความเชื่อมั่น
‘ทรัมป์’ ปรากฏตัวครั้งแรก ชี้สงครามอิหร่านอาจส่งผลแพ้เลือกตั้งกลางเทอม เมินโอกาสโดนถอดถอน
World ‘ทรัมป์’ ปรากฏตัวครั้งแรก ชี้สงครามอิหร่านอาจส่งผลแพ้เลือกตั้งกลางเทอม เมินโอกาสโดนถอดถอน
‘หลี่ เฉียง’ เยือนไทย จ่อถกการค้า ดึงอุตสาหกรรมใหม่-ตั้งฐานรถ EV ทวงสัญญาซื้อข้าว
World ‘หลี่ เฉียง’ เยือนไทย จ่อถกการค้า ดึงอุตสาหกรรมใหม่-ตั้งฐานรถ EV ทวงสัญญาซื้อข้าว
‘วราวุธ’ ลั่นขยะปราจีนฯ จบ พฤศจิกายน EEC ดันจัดระเบียบเข้าสู่เขตเศรษฐกิจใหม่
Economic ‘วราวุธ’ ลั่นขยะปราจีนฯ จบ พฤศจิกายน EEC ดันจัดระเบียบเข้าสู่เขตเศรษฐกิจใหม่
แบงก์เบนเข็ม ‘เวลท์’ ปั๊มรายได้ค่าฟี-แก้เกมสินเชื่อโตยาก
Finance แบงก์เบนเข็ม ‘เวลท์’ ปั๊มรายได้ค่าฟี-แก้เกมสินเชื่อโตยาก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 พ.ย.) ขยับขึ้น 3.19% อยู่ที่ 80,236 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 พ.ย.) ขยับขึ้น 3.19% อยู่ที่ 80,236 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (5 พ.ย.) มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ กทม.และปริมณฑล 
Economic พยากรณ์อากาศ (5 พ.ย.) มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ กทม.และปริมณฑล 
ดูทั้งหมด

สงครามการค้าสหรัฐ-จีน : ผลกระทบที่เริ่มชัดเจนขึ้น

22 ม.ค. 2562 | 13:24น.

คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก
โดย ขวัญใจ เตชเสนสกุล EXIM BANK

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ถือเป็นประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจที่ทั่วโลกจับตามองมากที่สุด และเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ขาดทิศทางเศรษฐกิจและการค้าโลกในระยะถัดไป แม้ปัจจุบันสถานการณ์ของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน กำลังอยู่ในช่วงพักรบชั่วคราว ภายหลังการเจรจาระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ในการประชุม G20 ที่ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสหรัฐและจีนตกลงกันว่าจะยังไม่มีมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าระหว่างกันเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ที่เริ่มมีการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันครั้งแรกตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม 2561 ก่อนจะมีการขึ้นภาษีนำเข้าระหว่างกันเพิ่มเติมอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2561 ได้เริ่มส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจให้เห็นแล้ว โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอลงอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (purchasing manager index : PMI index) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน ล่าสุดในเดือนธันวาคม 2561 ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.4 นับเป็นครั้งแรกในรอบ 18 เดือน ที่ดัชนีดังกล่าวของจีนปรับลดลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 สะท้อนถึงภาคการผลิตที่ส่งสัญญาณหดตัว ขณะที่มูลค่าส่งออกของจีนล่าสุดในเดือนพฤศจิกายนชะลอการขยายตัวลงเหลือ 5.4% ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน เช่นเดียวกับตัวเลขนำเข้าของจีนในเดือนเดียวกันที่ชะลอการขยายตัวลงเหลือ 3% ต่ำสุดในรอบ 25 เดือน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่เริ่มชะลอลงตามภาคการผลิต ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์เศรษฐกิจจีน ปี 2562 ขยายตัว 6.2% ต่ำสุดในรอบ 28 ปี นับตั้งแต่ปี 2533

เศรษฐกิจจีนที่เริ่มชะลอลงจากสงครามการค้าดังกล่าว เริ่มส่งผลกระทบไปยังประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียที่มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้ากับประเทศจีนในระดับสูง อาทิ สิงคโปร์ มูลค่าส่งออกของสิงคโปร์ไปจีน (ตลาดส่งออกอันดับ 1 ของสิงคโปร์ ด้วยสัดส่วนราว 15% ของมูลค่าส่งออกรวม) ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2561 หดตัวถึง 16% ส่งผลให้มูลค่าส่งออกรวมของสิงคโปร์หดตัว 2.6% ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ขณะที่เศรษฐกิจสิงคโปร์ ไตรมาส 4 ปี 2561 (ตัวเลขเบื้องต้น) ชะลอการขยายตัวลงเหลือ 2.2% ต่ำสุดในรอบ 9 ไตรมาส โดยเป็นผลมาจากภาคอุตสาหกรรมที่หดตัวกว่า 8% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่สิงคโปร์เป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของจีน เกาหลีใต้ มูลค่าส่งออกของเกาหลีใต้ไปจีน (ตลาดส่งออกอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ด้วยสัดส่วนราว 25% ของมูลค่าส่งออกรวม) ล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2561 หดตัว 13.9% โดยมูลค่าส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของเกาหลีใต้ไปจีน หดตัว 8.3% นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 26 เดือน ขณะที่ดัชนี PMI อยู่ในระดับต่ำกว่า 50 เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน สะท้อนภาคการผลิตที่หดตัวลง ไต้หวัน มูลค่าส่งออกของไต้หวันไปจีน (ตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไต้หวัน ด้วยสัดส่วนราว 30% ของมูลค่าส่งออกรวม) ในเดือนพฤศจิกายนหดตัว 6.1% ส่งผลให้มูลค่าส่งออกรวมของไต้หวัน หดตัว 3.4% ต่ำสุดในรอบ 9 เดือน สอดคล้องกับดัชนี PMI ของไต้หวัน เดือนธันวาคม 2561 อยู่ที่ระดับ 47.7 ต่ำสุดในรอบ 39 เดือน และการจ้างงานของไต้หวัน เดือนธันวาคม 2561 ลดลงครั้งแรกในรอบ 5 ปี

สำหรับประเทศไทยก็เริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน เช่นเดียวกัน โดยมูลค่าส่งออกของไทยไปจีนเดือนพฤศจิกายน 2561 หดตัว 8.9% อย่างไรก็ตาม มูลค่าส่งออกโดยรวมของไทยหดตัวเพียง 0.9% ขณะที่ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ไทยกระจายตลาดส่งออกได้ค่อนข้างดี และไม่ได้พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป โดยปัจจุบันไทยส่งออกไปยังสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น EU และ CLMV ในสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ราว 10% ทำให้การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมาก เหมือนประเทศที่กล่าวมาข้างต้น

อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องจับตาสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐ-จีนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะวันที่ 1 มีนาคม 2562 ซึ่งจะสิ้นสุดระยะเวลาสงบศึกระหว่างสหรัฐและจีน และถึงกำหนดที่สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีกระลอก หากทั้ง 2 ประเทศไม่สามารถเจรจากันได้

ซึ่งแน่นอนว่าหากสงครามการค้าครั้งนี้ยังยืดเยื้อ ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

Disclaimer : คอลัมน์นี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของ EXIM BANK