Skip to content

“ลาล่ามูฟ” บุกหัวเมืองรับอีคอมเมิร์ซบูม

26 ม.ค. 2562 | 21:07น.
“ลาล่ามูฟ” บุกหัวเมืองรับอีคอมเมิร์ซบูม
ลาล่ามูฟทุ่มอีก 100 ล้าน อัพเกรดบริการเสริมโตก้าวกระโดดปักธงปี62 โตเท่าตัวทะลุ 2.5 พันล้านบาท พร้อมจับมือพาร์ตเนอร์ขยายบริการบุกหัวเมืองเจาะ SMEs รับอีคอมเมิร์ซบูม

นายชานนท์ กล้าหาญ กรรมการผู้จัดการ ลาล่ามูฟ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปีนี้เตรียมงบฯลงทุนไว้ 100 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบเสริมประสิทธิภาพการบริการ หลังจากปีที่แล้วประสบความสำเร็จมาก โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดธุรกิจขนส่งแบบ on demand อยู่ที่ 70% มูลค่าการทำธุรกรรม (transaction value) ในปี 2561 อยู่ที่ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 123% และเติบโตอย่างมากเมื่อเทียบกับมูลค่า 121 ล้านบาท ในปี 2558 โดยมีรายได้มากสุดใน 8 ประเทศอาเซียนที่เปิดให้บริการขณะที่ปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตเท่าตัวหรือ 2,500 ล้านบาท ซึ่งความท้าทาย คือ การควบคุมคุณภาพบริการให้อยู่ในมาตรฐานรวมถึงคุณภาพของพนักงานขับรถขณะที่ธุรกิจนั้นเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

“ภาพรวมธุรกิจให้บริการขนส่ง on demand คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 28,000 ล้านบาท โตปีละไม่ต่ำกว่า 10% จากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ”

แผนลงทุนในปีนี้จะเน้นการบูรณาการ API (application programming interface) กับพาร์ตเนอร์ เพิ่มบริการรถขนาดใหญ่ และสร้างพาร์ตเนอร์ในธุรกิจรับส่งของในปริมาณมากทั้งผู้ประกอบการธุรกิจและเอสเอ็มอี

ทั้งนี้ ลาล่ามูฟยังเตรียมขยายบริการไปยังหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา ภูเก็ต คาดว่าภายในไตรมาส 2 ปี 2562ปัจจุบันลาล่ามูฟให้บริการขนส่งด้วยรถ 3 ประเภท คือ จักรยานยนต์ รถยนต์ 5 ประตู และรถกระบะ มีสัดส่วนเป็นรถจักรยานยนต์กว่า 95% โดยจะเพิ่มบริการรถขนาดใหญ่ และขยายบริการขนส่งไปต่างจังหวัดครอบคลุมทั่วประเทศ

ด้านพนักงานขับรถตั้งเป้าจะเพิ่มให้ถึง 240,000 คน จากที่มีอยู่กว่า 80,000 คน โดยจะมอบสวัสดิการในการประกันสุขภาพ ชีวิต และรถจักรยานยนต์ รวมถึงจับมือกับพันธมิตรในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินให้ด้วย อย่างล่าสุดได้จับมือกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา

“พนักงานขับรถที่รับงานเป็นประจำ ไม่ต่ำกว่า 15-20 งานต่อวัน มีรายได้เฉลี่ย 20,000-30,000 บาทต่อเดือน หรือบางคนสูงสุดถึง 60,000 บาท”

ข้อมูลจากปีที่ผ่านมา มียอดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเพิ่มกว่า 1 ล้านครั้ง ทำให้มียอดรวมตั้งแต่เปิดตัวในปี 2557 กว่า 2.5 ล้านครั้ง มีอัตราการส่งสินค้าสำเร็จ 99% ผู้ใช้ค้นหาพนักงานส่งสินค้าได้เร็วสุดใน 6 วินาที พนักงานเดินทางรับของเร็วสุดใน 18 นาที ส่งของถึงมือปลายทางเร็วสุดใน 20 นาที ซึ่งการทำให้กระบวนการทุกอย่างรวดเร็ว จะทำให้มีโอกาสกลับมาใช้บริการซ้ำสูงขึ้น

ธุรกิจการขนส่งแบบ on demand มีคู่แข่งประมาณ 4 ราย ที่ผ่านมามีบางรายที่เข้ามาแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะมุ่งไปที่รายได้เพียงอย่างเดียว ทุ่มเงินไปกับโปรโมชั่น เมื่อหมดโปรโมชั่น ลูกค้าก็หาย ลาล่ามูฟต้องการให้ธุรกิจมีความยั่งยืน จึงพัฒนาบริการตอบโจทย์ลูกค้าตลอดเวลา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลาล่ามูฟ ไอซีที