เปิดบริจาคภาษีพรรคการเมือง สรรพากรชี้ยื่นแบบ ม.ค.-มี.ค.ใช้สิทธิ์ได้
พรรคการเมืองเฮ ! สรรพากรชี้บุคคลธรรมดาบริจาคภาษี 500 บาท แถมลดหย่อน 1 หมื่นบาทได้แล้ว เผยเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่รอบยื่นแบบภาษีช่วง ม.ค.-มี.ค.นี้เป็นต้นไป ฟากคลังปรับเงื่อนไขลงทะเบียน “แต๊ะเอียช่วยชาติ” ใหม่ เปิดทาง 1 คนลงทะเบียนใช้บัตรเดบิตได้ถึง 10 ใบจากเดิมให้ใบเดียว หวังดึงคนร่วมช็อปตามมาตรการมากกว่า 1 แสนราย
นายปิ่นสาย สุรัสวดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษีในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การบริจาคเงินภาษีให้แก่พรรคการเมือง ที่ปรับเพิ่มเป็น 500 บาท จากเดิม 100 บาทนั้น เริ่มบังคับใช้ในปีภาษี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียภาษีที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. 2562 นี้ สามารถใช้สิทธิ์บริจาคได้ทันที
ขณะที่การหักลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายสำหรับการบริจาคเงินให้แก่พรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญใหม่ ที่กรณีบุคคลธรรมดา จะหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่บริจาคแต่รวมกันไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีนิติบุคคล จะหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามจำนวนที่บริจาค แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 50,000 บาทนั้น ก็เริ่มใช้กับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2561 ซึ่งกรณีบุคคลธรรมดาก็มีผลกับการยื่นแบบ ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.นี้เช่นกัน
ทั้งนี้ จากตัวเลขการบริจาคภาษีให้พรรคการเมืองในปีหลังสุดที่รวบรวมโดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พบว่า ปี 2559 มีผู้บริจาคเงินภาษี 100 บาทให้พรรคการเมืองกว่า 7.6 หมื่นราย จำนวนเงินกว่า 7.6 ล้านบาท ซึ่งในปีนั้นมีพรรคการเมืองที่ได้รับบริจาครวม 69 พรรค ส่วนปีที่บริจาคสูงสุดคือ ปี 2556 มีผู้บริจาคกว่า 1.83 แสนราย เป็นเงินกว่า 18.3 ล้านบาท โดยปีนั้นมีพรรคการเมืองที่ได้รับเงินบริจาคจำนวน 64 พรรค
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คลังได้ปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการชำระเงิน เพื่อซื้อสินค้าและบริการ และการนำส่งข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (แต๊ะเอียช่วยชาติ) ใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเข้าร่วมโครงการมากขึ้น โดยการลงทะเบียนเข้าร่วม ได้ปรับให้ให้ผู้ลงทะเบียนสามารถเลือกธนาคารได้มากกว่า 1 แห่ง และในแต่ละธนาคารยังสามารถใช้จ่ายจากบัญชีธนาคารมากกว่า 1 เลขที่บัญชีได้ด้วย จากเดิมให้แค่ 1 คน ต่อ 1 ธนาคาร และ 1 บัญชีเท่านั้น
“เราเปิดให้ผู้ลงทะเบียน 1 คน สามารถลงทะเบียนได้สูงสุดไม่เกิน 10 เลขที่บัญชี (บัตรเดบิต 10 ใบ) และสำหรับผู้ที่ได้ลงทะเบียนไปแล้ว หากต้องการใช้เลขที่บัญชีธนาคารหลายเลขที่บัญชีธนาคารในการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการตามมาตรการนี้ ก็สามารถลงทะเบียนแก้ไขเพื่อกำหนดเลขที่บัญชีธนาคารที่จะใช้ชำระเงินใหม่ได้ โดยใช้เลขประจำตัวประชาชนและอีเมล์ที่ได้ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้า”
โดยตามมาตรการดังกล่าว ผู้ลงทะเบียนจะได้รับการชดเชยภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% สำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตหรือ QR code ในช่วงระหว่างวันที่ 1-15 ก.พ.นี้ เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 1,000 บาท (ยอดใช้จ่ายสูงสุด 21,400 บาท จึงจะได้คืน 1,000 บาท) ซึ่งจะคืนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ให้ในเดือน พ.ย. 2562 โดยรัฐบาลเตรียมงบประมาณไว้ราว 6,000-7,000 ล้านบาทในการจ่ายคืน นอกจากนั้น ทางสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่ร่วมโครงการ ยังจะมีการจัดทำโปรโมชั่นเพิ่มเติมให้แก่ลูกค้าอีกด้วย
“ปัจจุบันมีผู้มาลงทะเบียนประมาณ 7,000 คน ซึ่งหลังจากปรับเงื่อนไขน่าจะมีผู้มาลงทะเบียนเพิ่มขึ้น โดยจำนวนบัตรเดบิต น่าจะถึงกว่า 1 แสนใบ จากที่มีอยู่ในระบบ 50 ล้านใบ” นายลวรณกล่าว
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ![]()
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!
