ทช.แจ้งความ เรือตกปลาทิ้งสมอทำปะการังพัง ยังมีแถเรือเคลื่อนที่เข้าหาปะการังเอง
จากกรณีมีการแชร์ภาพและคลิปในโซเซียลของเรือตกปลาลำหนึ่งซึ่งจอดลอยลำอยู่ในทะเล ซึ่งระบุว่า บริเวณเกาะราชาน้อย อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเรือลำดังกล่าวได้และมีการทิ้งสมอลงในแนวปะการัง จนได้รับความเสียหาย
ภายหลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ นาย วัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 (สบทช.6)ได้สั่งการให้นายสุชาติ รัตนเรืองศรี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6( สบทช.6) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ล่าสุดวันที่ 26 สิงหาคม นายสุชาติ รัตนเรืองศรี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) รายงานว่า จากสอบสวนทราบว่า ผู้กระทำผิดคือ นายทศพร จันทร์แสงศรี อายุ 46 ปี ผู้ควบคุมเรือนิชากร 6 และ นายนิรันทร์ นุ้ยโส๊ะ อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่ประจำเรือ จึงได้นัดหมายให้เดินทางมาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 (สบทช. 6) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม และนายทศพร ได้ให้การว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ตนพร้อมด้วยนายนิรันทร์ นำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเรือนิชากร 6 ออกจากท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง และเดินทางไปท่องเที่ยวตกปลา บริเวณเกาะราชาน้อย จนเวลา 13.00 น. ได้นำเรือเข้าจอดและทอดสมอพักเรือและให้นักท่องเที่ยวพักผ่อน บริเวณอ่าวกล้วยเกาะราชาน้อย ขณะให้บริการนักท่องเที่ยวรับประทานอาหารอยู่ ระหว่างนั้นทำให้เรือได้เคลื่อนเข้าไปในแนวเขตปะการังจนสมอเรือได้เกี่ยวและลากแนวปะการังจนได้รับความเสียหายตามที่เป็นข่าว

ทั้งนี้ หลังการสอบสวนนายสุชาติ ได้มอบหมายให้นายนเรศ ชูผึ้ง ตำแหน่งเจ้าพนักงานประมงชำนาญงาน จัดทำบันทึกแจ้งความกล่าวโทษนายทศพร และนายนิรันทร์ ในความผิดฐาน 1. ร่วมกันล่าหรือพยายาม ล่าสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16 ห้ามมิให้ผู้ใดล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่การกระทำโดยทางราชการ 2. ร่วมกันนำเรือท่องเที่ยวตกปลาเข้าไปจอดและทิ้งสมอเรือลงในเขตพื้นที่คุ้มครองจนทำให้ปะการังถูกทำลายและได้รับความเสียหาย ซึ่งมีความผิดตาม ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พ.ศ.2553 ฉบับลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2553 (และที่ประกาศแก้ไขเพิ่มเติม) ข้อ 12 ในพื้นที่ตามข้อ 4 ห้ามกระทำการหรือประกอบกิจกรรมดังต่อไปนี้ (9) การเก็บหรือทำลายปะการัง ซากปะการัง หรือหินปะการัง กัลปังหา หรือหญ้าทะเล หรือการกระทำใดๆ ที่อาจเป็นอันตรายหรือมีผลกระทบทำให้ปะการัง ซากปะการัง หรือหินปะการัง กัลปังหา หรือหญ้าทะเล ถูกทำลายหรือเสียหาย พร้อมนำตัวผู้กระทำผิด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ที่มา มติชนออนไลน์