เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน และผู้เสียสละบั๊กเซิน
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน และผู้เสียสละบั๊กเซิน
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ พระราชวังทงคิน ทรงรับการถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ พระราชวังทงคิน ทรงรับการถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณขายออก 69,050 บาท
“เล่นละครเดิม” บอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง จับตาสมการอำนาจบอร์ดเปลี่ยน?
Tech “เล่นละครเดิม” บอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง จับตาสมการอำนาจบอร์ดเปลี่ยน?
สู้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ  ดันนโยบายไร้เผา-กระจายอำนาจผู้ว่าฯ CEO
เศรษฐกิจภูมิภาค สู้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ ดันนโยบายไร้เผา-กระจายอำนาจผู้ว่าฯ CEO
มหกรรมอัญมณี-เครื่องประดับ ‘บางกอกเจมส์’ ครั้งที่ 74 คาดสร้างมูลค่ากว่า 160 ล้านเหรียญ
Biz Movement มหกรรมอัญมณี-เครื่องประดับ ‘บางกอกเจมส์’ ครั้งที่ 74 คาดสร้างมูลค่ากว่า 160 ล้านเหรียญ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ก.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ก.ย. 2569
ยกเลิกเที่ยว ดอนเมือง-อินชอน เซ่น K-ETA คนไทยซบจีน-ญี่ปุ่น
Business ยกเลิกเที่ยว ดอนเมือง-อินชอน เซ่น K-ETA คนไทยซบจีน-ญี่ปุ่น
ซาอุดีฯ หันส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซเพิ่ม หลังปิดท่อส่งทะเลแดง
World ซาอุดีฯ หันส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซเพิ่ม หลังปิดท่อส่งทะเลแดง
KKP ชี้ AI โลกขยับจาก “ชิป” สู่โครงสร้างพื้นฐาน เปิดโอกาส FDI ไทย
Tech KKP ชี้ AI โลกขยับจาก “ชิป” สู่โครงสร้างพื้นฐาน เปิดโอกาส FDI ไทย
ดูทั้งหมด

SCB เร่งทรานส์ฟอร์ม 2 ยกเครื่องไส้ในองค์กร ชูสูตร Agile

11 ก.พ. 2562 | 14:11น.

แบงก์ใบโพธิ์สีม่วงหรือธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ถือฤกษ์วันตรุษจีน (5 ก.พ. 62) ประกาศปรับโครงสร้างผู้บริหารอีกระลอกใหญ่ โดยหัวเรือใหญ่ “อาทิตย์ นันทวิทยา” กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และตั้งชุดคณะผู้จัดการใหญ่ 4 คนขึ้นมาบริหารงานร่วมกัน ด้วยสูตร “First Agile Team” ถือเป็นการยกเครื่องแนวการทำงานครั้งใหญ่ เพื่อเร่งกระบวนการ transformation แบงก์

การเขย่าโครงสร้างภายในองค์กรนี้ ซีอีโอ “อาทิตย์” กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการซุ่มทำเรื่องนี้ โดยไม่ใช่ปรับแค่ตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ แต่มีการสลับเปลี่ยนผู้บริหารอื่น ๆ หมุนเวียนเข้ามา และจะมี CFO คนใหม่ ซึ่งเป็นการ rotation และได้โปรโมตคนรุ่นใหม่ขึ้นมาด้วย

“ตั้งแต่ผมรับตำแหน่ง (กรรมการผู้จัดการใหญ่และซีอีโอ) เราปรับตัวลงทุนขนาดใหญ่ด้วยเงิน 4 หมื่นล้านบาท ทำการทรานส์ฟอร์มแบงก์ ซึ่งผ่านมากว่า 2 ปี ได้เลยมาครึ่งทางแล้ว เรื่องแรกที่ลงทุนเป็นฮาร์ดแวร์ ที่ออกมาเป็นโปรเจ็กต์ต่าง ๆ แต่สิ่งที่ลงทุนไว้ ใครจะ operate ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กรได้ ก็ต้องเป็นพนักงาน ครั้งนี้เรากำลังพยายามเปลี่ยนวิถีองค์กร ให้พนักงาน 2 หมื่นคน รู้ว่าธนาคารอยู่ตรงไหน เรากำลังจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่แห่งแรกของไทยที่จะเอาวิถี agile organization เพื่อต่อยอดให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีที่สุด”

ซีอีโอฉายภาพบทบาทคณะผู้จัดการใหญ่ จะต้องทำงานร่วมกันหนึ่งเดียว หรือ agile team ถือเป็นการเริ่มช่วงที่สองของการทรานส์ฟอร์มให้องค์กรเดินไปตามยุทธศาสตร์ “กลับหัวตีลังกา”

“สิ่งที่จะเห็นคือ ผู้จัดการใหญ่จะไม่มีห้องทำงานของตัวเอง เพราะทุกคนจะมาทำงานร่วมกันบนพื้นที่เดียวกัน ที่เรียกกันว่า coworking space เพื่อนั่งทำงานร่วมกัน และหากคนไหนตัดสินใจจะทำ อีก 3 คนที่เหลือจะสนับสนุน ซึ่งจะทำให้เกิดสปีด มีความคล่องตัวและรวดเร็วขึ้น มีกระบวนการตัดสินใจที่เร็วขึ้น โดยเชื่อว่าจะสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้า จะไม่มีโดนแฮกหรือระบบล่ม ทุกอย่างจะต้องถูกบาลานซ์ไปพร้อม ๆ กัน ไม่มีความเสี่ยงพวกนี้”

คณะผู้จัดการใหญ่ยังสร้างบรรยากาศการทำงาน ดูระบบ KPI หรือระบบพื้นฐานการทำงานด้วยกัน ทำให้องค์กรมีความสามารถเหนือคู่แข่ง และเป็นที่พึงพอใจของ talented ที่สำคัญ ต้องทำให้เป็นธนาคารที่น่าชื่นชมของลูกค้า

ส่วนการวัดผลงานปรับโครงสร้างครั้งนี้ ซีอีโอเชื่อว่าจะสามารถนำวัฒนธรรมอไจล์ มาใช้ในการบริหารองค์กรได้ โดยที่ทุกเรื่องที่ทำจะต้องอยู่บน 4 เสาหลัก คือ ลูกค้า ความเร็ว นวัตกรรม และวัฒนธรรมความเสี่ยง (risk culture) เพื่อตั้งรับกับสิ่งที่เราไม่รู้ที่จะเข้ามาอย่างไร หรือความต้องการของลูกค้าจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

“หาก SCB สามารถตอบโจทย์สิ่งที่จะเข้ามาได้ ในอนาคตข้างหน้า ผมเชื่อว่าองค์กรจะเคลื่อนไปอย่างแข็งแรง” ซีอีโอกล่าวพร้อมยืนยันจะไม่มีการปลดพนักงานเว้นแต่จะลาออกหรือเกษียณ ส่วนสาขาอาจปรับตามความเหมาะสมลูกค้าที่มาใช้บริการ

“อาทิตย์” กล่าวถึงบทบาทของตนเอง จะอยู่หลังฉากดูแลเรื่องคน ยุทธศาสตร์ พาร์ตเนอร์ชิป ที่เหลืองานบริหารจะส่งไม้ต่อลงไประดับล่าง ๆ นี่คือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร ที่ทุกคนจะต้องทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว

มาฟังผู้จัดการใหญ่คนแรกแจกแจงภารกิจ “สารัชต์ รัตนาภรณ์” ผู้จัดการใหญ่ SCB กล่าวว่า ภาค 2 จากนี้ของธนาคาร จะเป็นการปรับเปลี่ยนซอฟต์แวร์ นั่นคือ “วัฒนธรรมองค์กร” ที่เน้นพัฒนาต่อเนื่องความสามารถในการทำงานข้ามแผนก (cross functional) อย่างมีประสิทธิภาพ และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อตอบโจทย์คนคนเดียว คือ ลูกค้า

“ภาค 2 เราจะทำมาหากินอะไรนั้น ผมคิดว่า เราต้องมี new normal growth จะมี 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ การหาสิ่งที่มาทดแทนธุรกิจแบบเดิม digital lending (ปล่อยกู้ผ่านดิจิทัลแบงกิ้ง) สำหรับลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ ซึ่งปัจจุบันเราเริ่มแล้ว คือ ปล่อยกู้ผ่าน SCB EASY, SCB ONE ที่สมัครบัตรเครดิต, SCB Abacus และ 10X ถ้าทำสำเร็จ โครงสร้างต้นทุนเราจะถูกเปลี่ยนไปเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำลงได้และจะช่วยกระจายการปล่อยสินเชื่อ

และ 2.ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (wealth management) จะต้องสร้างความแตกต่างจากเดิม ซึ่งมี 2 ส่วน คือ 1.สร้างขีดความสามารถให้กลุ่มลูกค้า ultra high net worth ให้ออกไปลงทุนต่างประเทศได้ในโปรดักต์ที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้น ซึ่งเรามีพาร์ตเนอร์คือบริษัท Julius Baer และ 2.สร้างขีดความสามารถในการทำธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในประเทศ ซึ่งจะนำข้อมูล (data) มาใช้เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับลูกค้ามากขึ้น” นายสารัชต์กล่าว

ด้าน “อารักษ์ สุธีวงศ์” ผู้จัดการใหญ่กล่าวว่า สิ่งที่ธนาคารลงทุนไปในช่วง 3 ปี ทำให้สามารถนำข้อมูลวัตถุดิบ ระบบ และคน มาเชื่อมโยงกันเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ลูกค้า ซึ่งจะเสมือนเป็นการปรุงอาหารโดยจะมี 3P ที่จะทำ ซึ่ง P แรกคือ platform banking อย่าง SCB EASY เป็นแพลตฟอร์มหนึ่งที่จะเห็นการใช้งานง่าย และต้องทำได้มากกว่าแอปธนาคารทั่วไป

“แบงก์จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางมากยิ่งขึ้น ที่ทำไปแล้วคือเอาบล็อกเชนมาให้บริการลูกค้าธุรกิจ ทำเรื่องซัพพลายเชนให้คิดใหม่ทำใหม่ที่ง่ายขึ้น การบริการโอนเงินข้ามประเทศผ่านระบบ blockchain ซึ่งต่อไปนี้จะสามารถทำได้ในกลุ่มประเทศ CLMV ยุโรปและสหรัฐ เราจะเป็นตัวกลางทำสิ่งเหล่านี้”

P ที่ 2 คือ partnership banking เราจับมือกับกูเกิลเป็นพาร์ตเนอร์ชิปที่สามารถพัฒนาการให้บริการแล้ว และจะมีร่วมมือกับพันธมิตรอีกหลายด้านที่มีความถนัดในบางเรื่องมากกว่าธนาคาร และ P ที่ 3 คือ predictive banking จะใช้บิ๊กดาต้าที่มีอยู่มาก มาทำความรู้จักตัวตนของลูกค้าให้มากขึ้น เพื่อให้บริการที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า

“อภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์” ผู้จัดการใหญ่ SCB โชว์ดัชนีวัดความภักดีของผู้บริโภค (NPS) ว่า NPS ได้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 66 เป็น 70 ดันไทยพาณิชย์ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของวงการธนาคารไทย วันนี้สาขาของธนาคารไม่ได้ยัดเยียดขายของให้ลูกค้าแล้ว เพราะเปลี่ยนมาเป็นเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง การเปิดบัญชีลูกค้าได้ภายใน 5-7 นาที หรือแม้จะมี SCB EASY แต่เหล่านี้ก็ยังไม่พอ เพราะยังมีเรื่องคอลเซ็นเตอร์ที่ลูกค้าโทร.ไปยังไม่มีคนรับสาย และมีตอบผิดบ้าง ไม่รู้บ้าง

“ดังนั้น สิ่งที่จะทำต่อไปเราต้องสร้าง ‘The New Normal of Customer Excellence’ คือเปลี่ยนวิธีคิดให้องค์กรนำ ‘ลูกค้า’ เข้าไปอยู่ในทุกอณูของการทำงาน โดยความรวดเร็วจะต้องเป็นเรื่องสำคัญ ทุกคนต้องเรียนรู้ให้เร็ว กล้าลองทำสิ่งใหม่ ๆ และลองผิดลองถูกแก้ไขให้เร็ว” นางอภิพันธ์กล่าว

ส่วน “อรพงศ์ เทียนเงิน” ผู้จัดการใหญ่มองว่า คู่แข่งที่น่ากลัวจะไม่ใช่ธนาคารด้วยกันอีกต่อไป แต่เป็น platform provider อีกไม่นานจะเห็นไลน์ จะทำแบงกิ้งได้ ดังนั้น ธนาคารต้องเพิ่มขีดความสามารถเพื่อที่จะสู้กับคู่แข่งได้ เราจะต้องเป็น super innovationเพื่อสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วจากการมีนวัตกรรมที่ล้ำหน้าต้นทุนต่ำ การเพิ่มความสามารถในการบริหารความเสี่ยงจากข้อมูล เพื่อสร้างต้นแบบธนาคารแห่งอนาคตที่จะอยู่รอดได้ท่ามกลางคู่แข่งระดับโลกใหม่ที่กำลังจะมาถึง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)