อุปกรณ์ “Life Saving” และการควบคุมยุทโธปกรณ์
คอลัมน์ นอกรอบ
โดย ศาสตราจารย์พิเศษ อธึก อัศวานันท์
ยังไม่เข้าใจว่า กรุงเทพมหานคร ที่แปลว่า มหานครของเทพยดา มาถึงวันนี้ได้อย่างไร เมื่อประชากรต้องจัดหาหน้ากากสวมใส่กันฝุ่นและสารพิษที่มากับฝุ่นเวลาออกนอกบ้าน ที่มหัศจรรย์มาก คือ เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ท่านมองไม่เห็นรถราจำนวนมากมายที่วิ่งพ่นควันดำเกินขนาดจำนวนมากมายบนถนน เจ้าหน้าที่บางท่านก็ยอมรับว่า เห็นนะ ว่าปล่อยควันดำ แต่สงสารคนขับรถปล่อยควันดำเหล่านั้น เพราะเป็นผู้มีรายได้น้อยยากจนผู้ปกครองบ้านเมืองของอินเดีย ทำการลดมลพิษสิ่งแวดล้อมเรื่องควันดำสารพิษเพื่อรักษาสุขภาพของพลเมืองที่เป็นที่รักของเขา โดยการบังคับให้รถตุ๊กตุ๊กทั้งหมดเปลี่ยนเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าหมด ผมได้มีโอกาสนั่งตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่อินเดียนี้ ซึ่งมีหน้าตาเหมือนตุ๊กตุ๊กของเดิมทุกอย่าง เพียงแต่สะอาดขึ้น ไม่มีเสียงเครื่องดังหนวกหู ไม่มีกลิ่นเหม็นเหมือนตุ๊กตุ๊กบ้านเรา
ที่สำคัญ คือ เวลาเร่งเครื่องออกตัวก็ไปเร็วปรู๊ดปร๊าดเหมือนกัน คล้ายกับรถพลังงานไฟฟ้ายี่ห้อ Tesla ที่ฝรั่งเคยขับไปรับผมที่ต่างประเทศ เพียงแต่ตุ๊กตุ๊กวิ่งช้ากว่า Tesla (ถ้าตุ๊กตุ๊กวิ่งเร็วอย่างรถยนต์ ผมคงต้องกระโดดหนีก่อน)
ที่เมืองคยา รัฐพิหาร อินเดีย ในวันนี้บรรยากาศของคยา ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ
ที่การสัญจรต้องใช้รถตุ๊กตุ๊ก และมอเตอร์ไซค์เป็นหลัก ดีผิดหูผิดตาจากเมื่อก่อน มลพิษทางอากาศน้อย ไม่มีฝุ่นเหมือนกรุงเทพฯ
อีกเรื่องหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนในเมืองคยานี้ คือ รัฐพิหาร ของอินเดีย ห้ามการใช้ถุงพลาสติก ตามร้านเล็กร้านน้อย
แม้แต่รถเข็นแผงลอยจนถึงในวัดก็ใช้ถุงกระดาษใส่สินค้าหมด เพื่อลดมลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากพลาสติก
เห็นแล้วชื่นใจว่าผู้ปกครองบ้านเมืองของเขาเห็นสุขภาพของประชาชน สำคัญกว่าความสูญเสียทางตัวเงินที่อาจเกิดขึ้นเพราะความเปลี่ยนแปลงเพื่อลดมลพิษสิ่งแวดล้อมนั้น ว่าแล้วก็ต้องทำบุญอธิษฐาน ขอให้ผู้ปกครองบ้านเมืองเรารักสุขภาพของชาวไทยแบบเขา
พูดถึงมลพิษแล้ว อันตรายอย่างหนึ่งของไฟที่มีต่อมนุษย์ คือ สารพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ เวลาไฟไหม้พลาสติกและหรือวัสดุที่มีส่วนผสมของเคมีภัณฑ์บางชนิด จะเกิดแก๊สพิษออกมาที่อาจทำให้คนหลับหรือสลบได้ ทำให้สิ้นสติไม่สามารถช่วยตัวเองได้จนขาดอากาศหายใจ อุปกรณ์ป้องกันควันหรือแก๊สพิษจึงเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มหาศาล อาจช่วยชีวิตได้
สำหรับคนที่อยู่ในอาคารสูง หรืออยู่ในอาคารที่เก็บวัสดุอุปกรณ์ที่ปล่อยแก๊สพิษออกมาเวลาติดไฟ หน้ากากอุปกรณ์ช่วยชีวิตเหล่านี้มีประโยชน์ไม่ต่างกับหน้ากากกันฝุ่นกันเชื้อโรค N95, N99 ที่เราต้องใช้ในยามที่ฝุ่นบุกประเทศไทย ซึ่งรัฐควรส่งเสริมให้นำเข้ามาได้โดยไม่ต้องเก็บภาษี ของเหล่านี้อาจช่วยรักษาชีวิตได้แต่ไม่น่าเชื่อ กระทรวงกลาโหมของไทยท่านจัดว่า หน้ากากป้องกันแก๊สพิษชนิดที่มีลักษณะเป็นถุงคลุมศีรษะป้องกันแก๊สพิษที่เกิดจากการลุกไหม้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้สวมใส่เพื่อหนีไฟในขณะเกิดเพลิงไหม้ ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานเพียงครั้งเดียว โดยใช้งานได้ในระยะเวลาเกิน 20 นาที เป็นยุทธภัณฑ์ เพราะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่อาจนำไปใช้ในการรบ หรือการสงครามได้ ดังต่อไปนี้
เป็นยุทธภัณฑ์จึงต้องควบคุม ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ 2530 ใครจะใช้อุปกรณ์หน้ากากเหล่านี้ต้องได้รับอนุญาตพิเศษ ทั้ง ๆ ที่ไทยไม่ได้รบกับใครมานานมากแล้ว และหน้ากากกันแก๊สพิษเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิต ไม่ใช่เครื่องมือสังหารมนุษย์ ไม่น่าจะมีใครใส่อุปกรณ์ป้องกันแก๊สไปวิ่งไล่ยิงใคร เพราะใส่อุปกรณ์นี้แล้วมันรุ่มร่าม มันไม่ใช่อุปกรณ์เชิงรุก แต่เป็นอุปกรณ์เชิงรับ มีไว้สำหรับช่วยชีวิตมากกว่าครับในขณะที่ในปัจจุบันหลวงก็ยังไม่มีงบฯซื้ออุปกรณ์ดับเพลิงตึกสูง ๆ คนที่ทำงานหรืออาศัยอยู่บนคอนโดมิเนียมสูง ๆ ที่ต้องเสี่ยงภัยกับเพลิงในอาคารสูงก็ควรมีโอกาสช่วยชีวิตตัวเองบ้าง
ไม่ใช่ว่าหลวงก็ไม่ซื้ออุปกรณ์ดับเพลิง แล้วก็ไม่ให้พลเรือนซื้ออุปกรณ์หนีไฟ การหนีไฟจากอาคารสูงส่วนใหญ่ใช้เวลาผจญควันและสารพิษเกิน 20 นาที ทั้งนั้นแหละครับ อุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันควันหรือสารพิษเกิน 20 นาที ก็ถูกราชการถือเป็นยุทธภัณฑ์ ก็ซื้อมาป้องกันชีวิตตัวเองไม่ได้อีกที่ดูจากราชกิจจานุเบกษาปรากฏว่า ประกาศของกระทรวงกลาโหมนี้ประกาศมาเมื่อ 12 ปีที่แล้ว กระทรวงกลาโหมควรต้องพิจารณาใหม่ถึงความเหมาะสมของการจัดประเภทยุทธภัณฑ์ ว่ามีสินค้าอะไรที่ควรถอดออกจากประกาศกำหนดยุทธภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาตบ้าง
อีกอุปกรณ์ที่กระทรวงกลาโหมห้ามในประกาศนี้ คือ เกราะกันกระสุน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ป้องกันชีวิต แต่ประกาศฉบับนี้ถือเป็นยุทธภัณฑ์
ความจริงเกราะมีสองแบบ แบบพลเรือน ซึ่งในอเมริกาสั่งซื้อได้ทางอินเทอร์เน็ต เป็นเกราะอ่อนป้องกันได้เฉพาะกระสุนปืนสั้น แต่ป้องกันกระสุนปืนยาวของทหารหรือตำรวจไม่ได้ แต่เวลาโดนปืนสั้นยิงจัง ๆ ก็น่าจะถูกแรงกระแทกของกระสุนจนล้มไป ทำการต่อสู้ไม่ได้ชั่วคราว
เกราะอ่อนกันกระสุนปืนสั้นเหล่านี้จึงเป็นเพียงเครื่องช่วยรักษาชีวิตเท่านั้น ไม่น่าจะถือเป็นยุทธภัณฑ์ ซึ่งเราจะเห็นนักข่าวต่างประเทศใส่เกราะอ่อนทำข่าวในบริเวณที่มีอันตรายเป็นประจำ แต่เวลาโดนปืนยาวของทหารยิงก็ทะลุเกราะอ่อน คือ ป้องกันตนจากอาวุธทหารไม่ได้ ทหารจึงไม่มีความจำเป็นต้องเกรงเกราะอ่อนเหล่านี้
นักท่องเที่ยวไทยที่ไปเที่ยวเมืองจีนหลายรายที่ถูกพาไปเที่ยวและช็อปปิ้งโรงงานผ้าไหม ผ้าแพร ก็คงเห็นการสาธิตของโรงงานจีนเหล่านี้บ่อย ๆ ที่เขาจะสาธิตการทดลองการใช้ใยไหมจากโรงงานของเขาแข่งกันทำเสื้อเกราะอ่อนกันมีดกันกระสุน เพื่อเสนอขายหน่วยงานต่าง ๆ ถ้าให้คนไทยซื้อขายได้ อาจจะเป็นการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมของคนไทยเพิ่มขึ้นได้
เกราะอีกประเภทหนึ่ง คือ เกราะที่ใส่แผ่นเหล็กแบบทหาร ซึ่งกันกระสุนปืนยาวได้บางชนิด เกราะประเภทนี้พลเรือน (และถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ทหาร) ก็ไม่อยากใส่กัน เพราะหนักมากประกาศกำหนดยุทธภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาตของกระทรวงกลาโหมนี้ใช้กันมานานแล้ว น่าจะปรับปรุงเป็น รุ่น 4.0 ได้แล้วครับ