จับตาปมคำนวณ ส.ส.ปาตี้ลิสต์ หลังนักวิชาการท้วง รธน.91 (4) ให้จัดสรรเก้าอี้ได้เฉพาะพรรคที่มี ส.ส. เขต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา สำนักงาน กกต.ได้เชิญ นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรธ.มาให้ความเห็นในประเด็นการคิดคำนวณสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดย กกต.ได้เข้าร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย โดยในการประชุมทางสำนักงานได้มีการรวบรวมความเห็นทางข้อกฎหมายจากบรรดานักวิชาการที่มีการเผยแพร่การคำนวณสูตรในขณะนี้มาหารือ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของพรรคการเมืองที่ได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส.ส.1 คนไม่ควรได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, พรรคการเมืองที่จะได้รับการจัดสรรคือพรรคการเมืองที่มี ส.ส.เขตเท่านั้น, ทุกคะแนนเสียงมีความหมายไม่ทิ้งน้ำจึงต้องนำคะแนนของพรรคทั้ง 74 พรรคไปคำนวน ทำให้พรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมี มีสิทธิได้รับการจัดสรร ส.ส.ด้วย โดยเรียงตามหลักทศนิยมจากมากไปหาน้อย ว่าแบบใดตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
ซึ่งทาง กรธ.ยืนยันว่า ในชั้นการยกร่างการคิดสูตรคำนวณอยู่บนพื้นฐานว่าไม่ต้องการให้ทุกคะแนนเสียงถูกทิ้งน้ำ และยังมีการกำหนดตารางการคำนวณ ซึ่งได้เผยแพร่หน้าเว็บไซต์ของ กรธ.มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 ส่วนในประเด็นอื่นๆ ทาง กรธ.ไม่ได้ให้ความชัดเจนจาก กกต.
ทั้งนี้ หากยึดตามสูตรที่นักวิชาการที่คิดว่าพรรคที่ไม่ได้ ส.ส.เขตจะไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อน่าจะเป็นการแปลความตามมาตรา 91 (4) ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 128 (5) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่มีถ้อยคำที่บัญญัติในกรณีเกิดโอเวอร์แฮงค์ว่า “…ให้นำจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมือง ที่มีจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต่ำกว่าจำนวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นพึงจะมีได้ ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้…” นั้น ก็จะมีผลให้มีเพียง 8 พรรคการเมืองเท่านั้นที่จะได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่ม ประกอบด้วย พลังประชารัฐ อนาคตใหม่ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ประชาชาติ รวมพลังประชาติไทย และชาติพัฒนา ส่วนพรรคที่เหลือที่แม้จะได้คะแนนเกิน 71,000 คะแนน เช่น พรรคเสรีรวมไทย หรือพรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครักษ์ผืนป่า พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคพลังชาติไทย ก็จะไม่ได้รับการจัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะไม่มี ส.ส.เขต