ฟังรัฐบาลบ้าง! นายกฯ โว 4-5 ปีแก้ปัญหาน้ำได้ดี ฝากปชช.ช่วงนี้งดทำนาปัง-ปลูกพืชใช้น้ำน้อย
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. เวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ถึงสถานการณ์ภัยเเล้ง ว่า ทุกครั้งที่มีการประชุมครม. จะมีการติดตามความคืบหน้าสถานการณ์
โดยสิ่งที่กังวลเเละต้องกลับมามองคือเรื่องน้ำ ซึ่งปรากฎการณ์เอลนิญโญ่ ที่จะทำให้ฤดูฝนสั้นลง เเละกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประเมินมาว่าฤดูฝนหน้าอาจจะตกน้อยลงหรือเปล่า วันนี้เราต้องเตรียมตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค วันนี้น้ำปะปาหลายเเห่งมีปัญหา น้ำไม่พอ ตนได้สั่งให้ไปขุดบ่อเพิ่ม หรือย้ายไป เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ครบทุกพื้นที่ นี่คือปัญหาที่เราต้องทำให้ดีขึ้น
“เราทำเเละเเก้ปัญหามามาก ตลอดเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา เเต่มันยังไม่พอ ต้องสร้างเครือข่ายจัดการน้ำ ในส่วนของน้ำเพื่อการเกษตรมีปัญหาเยอะ เพราะมีน้ำในชลประทาน ซึ่งขณะนี้น้ำหลายสิบเขื่อนมีปริมาณน้อยลง อีกทั้งภาคการเกษตรยังไม่ปรับตัวมากนัก จะเห็นว่ารัฐบาลมีมาตรการกำหนดพื้นที่ปลูกข้าวนาปังจำนวนหนึ่ง เเต่ปลูกเกินกัน 100% ไป มันอาจเป็นผลมาจากราคาข้าวที่ดีขึ้น ทำให้ไม่คำนึงว่าจะเอาน้ำมาจากไหน ตรงนี้ต้องมาทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น” นายกฯ กล่าวเเละว่า
รัฐบาลพยายามทำทุกอย่าง ตั้งเเต่เกษตรเเปลงใหญ่ การปรับเปลี่ยนการปลูกพืช แต่เกษตรกรยังมีปัญหาในด้านของรายได้ ต้องเเก้ปัญหาไปทั้งระยะสั้น ระยะยาว ฟังรัฐบาลบ้าง นอกจากนี้อาจมีปัญหาต่อไป คือปริมาณน้ำที่ต้องปล่อยในการผลักดันน้ำเค็มในพื้นที่ตอนใน ถ้าเราใช้น้ำหมดประเทศ ไม่มีน้ำผลักดันออกปากทะเลจะทำอย่างไร
“สิ่งสำคัญคือประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เราต้องหามาตรการหลายอย่างมาดูให้มากที่สุด อาจจะมากกว่าอย่างอื่น เเต่ต้องเห็นใจว่าพื้นที่ชลประทานเราทำได้อย่างมีขีดจำกัด ผมขอฝากประชาชนทำความเข้าใจ ปรับเปลี่ยน ถ้าไม่ทำเลยปัญหาก็พันกันอย่างนี้ แม้ 4-5 ปี จะทำได้ดีในการบริหารจัดการน้ำ เเต่ปัญหาก็ไม่หมดหรอก ช่วงนี้ขอความร่วมมือเกษตรกรในการงดทำนาปัง ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยไม่เช่นนั้นจะเกิดผลกระทบในวงกว้าง” นายกฯ กล่าว