เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

อีก10ปี”อู่ตะเภา”ใหญ่กว่าสุวรรณภูมิ สร้างเมืองใหม่แปดริ้วไข่แดงที่อยู่อาศัยตะวันออก

10 ก.ค. 2560 | 22:31น.

บิ๊กประชารัฐ “กานต์ ตระกูลฮุน” ฟันธง ไม่เกิน 10 ปี “สนามบินอู่ตะเภา” ใหญ่กว่า “สุวรรณภูมิ” รับอานิสงส์เต็ม ๆ จากโครงการอีอีซี เป็นแม่เหล็กดูดนักลงทุนจากทั่วโลก รัฐเร่งสร้างความมั่นใจปูพรมการลงทุนเชื่อมโครงข่ายคมนาคม จับตา “แปดริ้ว” เมืองใหม่ที่อยู่อาศัยในอนาคต

นายกานต์ ตระกูลฮุน ประธานโครงการประสานพลังประชารัฐ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเร่งรัดโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมบ้างแล้วในปี 2560

“สนามบินอู่ตะเภาถือเป็นโครงการหลักที่จะเชื่อมโยงทุกธุรกิจและทุกบริการเข้าหากัน ภายในสิ้นปีจะเห็นรูปธรรมชัด เพราะพื้นที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องเวนคืนอะไร ทุกฝ่ายมั่นใจ

แล้วเทอร์มินอลสามารถรองรับผู้โดยสารได้จำนวนมาก และมีโอกาสรับได้ถึง 40-50 ล้านคน หรือไปถึง 60 ล้านคน”

ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติดีไซน์ไว้ให้รองรับได้ประมาณ 45 ล้านคน และเชื่อว่าภายใน 10 ปีข้างหน้า สนามบินอู่ตะเภาจะใหญ่กว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแน่นอน เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักธุรกิจนักลงทุนจากทั่วโลก

อีอีซียังมองถึงความเป็นเมืองใหม่ที่ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยชลบุรีกับระยองนั้นจะเป็นแหล่งนิคมอุตสาหกรรม

“ส่วนฉะเชิงเทราจะเป็นเมืองใหม่ เน้นพัฒนาให้เป็นแหล่งที่พักอาศัย รองรับคนที่หลั่งไหลเข้ามาทั้งนักลงทุน นักธุรกิจ และแรงงานต่างชาติ เหมือนที่สิงคโปร์ทำสำเร็จ”

“วันนี้ใน 3 จังหวัดที่กล่าวมา มีประชากรเกือบ 2 ล้านคน แต่อีก 5-10 ปีข้างหน้า ประชากรจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคน ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ”

แผนพัฒนามี 4 องค์ประกอบคือ 1.โครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงทั้งระบบ สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือสัตหีบ ท่าเรือแหลมฉบัง รถไฟความเร็วสูง มอเตอร์เวย์ 2.อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมอากาศยาน ปิโตรเคมีขั้นสูง ชีวภาพ ยานยนต์อัจฉริยะ อิเล็กทรอนิกส์ หุ่นยนต์ และเกษตรแปรรูป 3.การท่องเที่ยว พัฒนาเมืองชั้นนำ ศูนย์ประชุมนานาชาติ และ 4.พัฒนาเมืองใหม่ ศูนย์กลางการบริการธุรกิจนานาชาติ และเขตปลอดภาษี

รายงานข่าวระบุว่า สนามบินอู่ตะเภาปัจจุบันรับผู้โดยสาร 7 แสนคน/ปี หรือ 4% ของนักท่องเที่ยว 17 ล้านคน ที่เดินทางมาพัทยา และระยอง ประกอบด้วย 1.ทางวิ่ง 1 ทางวิ่งขนาดมาตรฐาน สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้ 2.อาคารผู้โดยสาร 2 หลัง รับผู้โดยสารได้รวมกัน 3.7 ล้านคน/ปี แยกเป็นอาคารหลังที่ 1 หรืออาคารใช้งานในปัจจุบัน รองรับได้ 7 แสนคน/ปี และอาคารหลังที่ 2 จะเปิดใช้งานในเดือน ส.ค. 2560 รับได้ประมาณ 3 ล้านคน/ปี 3.ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานของ บมจ.การบินไทย ที่มีโรงซ่อมเครื่องบินขนาด 24,000 ตร.ม. ซ่อมได้ 3 ลำพร้อมกัน

ความสำคัญของสนามบินอู่ตะเภา ช่วยแบ่งเบาความแออัดของสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง โดยประมาณการว่าใน 5 ปีข้างหน้า แม้สุวรรณภูมิ เฟส 2 และ 3 จะแล้วเสร็จ รองรับผู้โดยสารจะขยายจาก 45 ล้านคน/ปี เป็น 90 ล้านคน/ปี ในปี 2564 แต่ยังไม่เพียงพอ แม้เมื่อรวมกับดอนเมืองที่มีการขยายเฟส 3 รองรับได้เพิ่มจาก 18 ล้านคน/ปี เป็น 40 ล้านคน/ปี ในปี 2568 รวมเป็น 130 ล้านคน/ปี ก็ยังไม่เพียงพอ จึงต้องพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแห่งที่ 3 สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 15-30-60 ล้านคน ในระยะ 5-10-15 ปีตามลำดับ และเชื่อมโยงกับสุวรรณภูมิและดอนเมืองด้วยรถไฟความเร็วสูง

นอกจากนี้ รัฐบาลจะยกระดับสนามบินอู่ตะเภา เป็น “เมืองการบินภาคตะวันออก” พื้นที่ 6,500 ไร่ สนับสนุนการเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาค ทั้งโครงการใช้เงินลงทุน 5 ปีแรก (2561-2566) ประมาณ 1.8 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 1.สนามบิน 2 ทางวิ่ง ให้รองรับผู้โดยสารและกิจกรรมเชื่อมโยงได้อย่างเพียงพอ 2.กลุ่มอาคารผู้โดยสาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน สถานีรถไฟความเร็วสูงอยู่ชั้นใต้ดินของอาคารผู้โดยสาร 3.กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมอากาศยาน เช่น เขตการค้าเสรี 4.กลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ 5.กลุ่มธุรกิจซ่อมเครื่องบิน และ 6.ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรอากาศยานและธุรกิจการบิน อนาคตจะเพิ่มเติมกลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะด้าน กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและธุรกิจท่าเรือสัตหีบและท่าเรือสำราญขนาดใหญ่

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันกำลังทยอยเปิดประมูลก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 วงเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 33 เดือน เปิดใช้ ส.ค. 2562 รองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคน/ปี

อีกทั้งจะลงทุนอีก 4-5 หมื่นล้านบาท ขยายสุวรรณภูมิเฟส 3 สร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ด้านทิศเหนือของอาคารเทียบเครื่องบิน A อยู่ด้านซ้ายมือก่อนถึงอาคารผู้โดยสาร ปัจจุบันเป็นลานจอดของการบินไทย วงเงิน 34,662 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคน อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดและทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) จะใช้เวลา 1 ปี ตามแผนจะสร้างเสร็จในปี 2564 และมีรถไฟ APM วิ่งรับส่งระหว่างอาคาร