เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เงินดอลลาร์อ่อนค่าจากความกังวลสงครามการค้าสหรัฐ จีน ยืดเยื้อ

08 พ.ค. 2562 | 18:45น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/5) ที่ระดับ 31.90/91 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (7/5) ที่ระดับ 31.89/90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนในช่วงระหว่างวัน โดยในวันนี้ (8/5) ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องกรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1) ว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 128 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่ โดยมีข้อสรุปว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ในการวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 128 ว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91 จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน คณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทยมีมติเอกฉันให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.75 พร้อมกับคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าระดับที่ได้ประเมินไว้ จากการส่งออกที่ขยายตัวช้าลงกว่าที่ประเมินตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และผลจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ กนง.ยังได้รายงานด้วยว่าอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มใกล้เคียงกับขอบล่างของกรอบเงินเฟ้อ แต่ยังมีความเสี่ยงจากภาวะภัยแล้งในระยะข้างหน้า

นอกจากนี้ ค่าเงินบาทยังได้รับแรงหนุน หลังค่าเงินดอลลาร์ยังคงได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกัลผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังเมื่อวันอาทิตย์ (5/5) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน วงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับร้อยละ 25 ในวันศุกร์นี้ (10/5) จากเดิมที่ระดับร้อยละ 10 อย่างไรก็ตาม สหรัฐและจีนมีกำหนดการ การเจรจาการค้าอีกครั้งในวันที่ 9 ถึง 10 พฤษภาคม ที่กรุงวอชิงตัน หลังจากที่ทั้ังสองฝ่ายได้ทำการเจรจาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่กรุงปักกิ่ง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.74-31.92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.79/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/5) ที่ระดับ 1.1190/93 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (7/5) ที่ระดับ 1.1196/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงหลังนักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป โดยเมื่อวาน (7/5) นายฌอง-คล็อต ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นบุคคลที่สามารถเชื่อถือได้ในด้านความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรป อีกทั้งความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐและ EU ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่ที่เขาได้พบกับประธานาธิบดีทรัมป์ที่กรุงวอชิงตันในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว (2561)

อย่างไรก็ตาม นายยุงเกอร์ระบุว่า ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในไม่ช้าเพื่อรื้อฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน พร้อมระบุว่า ปัญหาเศรษฐกิจของโลกโดยส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน อย่างไรก็ตามในระหว่างวัน มีการรายงานยอดผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีประจำเดือนมีนาคมว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 สวนทางกับระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงร้อยละ 0.5 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1186-1.1213 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1199/1202 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/5) ที่ระดับ 110.17/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (7/5) ที่ระดับ 110.60/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เงินเยน
แข็งปรับตัวแข็งค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยสวนทางกับเงินดอลลาร์สหรัฐ จากความกังวลว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจยืดเยื้อหลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศในวันอาทิตย (5/5) ว่าจะปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.89-110.30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.00/02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจ ในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (9/5) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเมษายน (9/5) ยอดนำเข้า ส่งออกและดุลการค้าเดือนมีนาคม (9/5) สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมีนาคม (9/5) ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเมษายน (10/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.35/-2.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +0.4/+2.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์สหรัฐ