เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

แบงก์​ชาติพร้อมลดดอกเบี้ย หากเศรษฐกิจทรุดเกินคาด ชูลงทุน ‘อีอีซี-5G’ ความหวัง

04 ก.ค. 2562 | 06:30น.

แบงก์ชาติประกาศไม่ปิดกั้นการลดดอกเบี้ยนโยบาย ชี้หากเศรษฐกิจโตต่ำกว่าคาด–ปัจจัยภายนอกกดดันก็พร้อมลดดอกเบี้ย ชี้ความเสี่ยงครึ่งปีหลังสงครามการค้าสหรัฐกับจีน–ความล่าช้างบประมาณรัฐเป็นปัจจัยกดดัน ชูโครงการอีอีซี-5Gเป็นความหวัง ดึงการลงทุนดันเศรษฐกิจไทยโต

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 ธปท.ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2562 ลงจาก 3.8% มาอยู่ที่ 3.3% เนื่องจากผลกระทบเชิงลบทั้งภายนอกและภายในประเทศที่เข้ามากระทบ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นระดับการเติบโตที่ค่อนข้างต่ำ แต่มองว่าสถานการณ์ยังไม่เลวร้ายนัก โดยชี้ว่าเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี จากอัตราการว่างงานที่ปรับฤดูกาลในเดือน พ.ค.62 อยู่ที่ระดับ 0.9% ซึ่งสะท้อนว่าตลาดแรงงานยังขยายตัวได้ดี และมีการจ้างงานที่ยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่อัตราการว่างงานที่ปรับฤดูกาลทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่อง

ส่วนการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายนั้น ชี้แจงว่า ธปท.ไม่ได้ปิดกั้นการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงที่จะผันผวนได้ตามเศรษฐกิจโลก แม้จะคาดกาณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไป หรือในปี 2563 จะกลับมาเติบโตที่ระดับ 3.7% ได้ก็ตาม ดังนั้น อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยฯ ไปตามทิศทางของเศรษฐกิจโลกด้วย

ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ มองว่าการที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายชะลอตัวลงนั้น เป็นผลพวงจากปัจจัยภายนอกประเทศเรื่องของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ทำให้การส่งออกสินค้าหดตัว เนื่องจากความต้องการสินค้าในโลกชะลอลง นอกจากนี้ยังมีความกังวลเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงขาลงอีกด้วย ล่าสุด แม้ว่าปัจจุบันสงครามการค้าฯ จะผ่อนคลายลงมาบ้างแล้ว แต่คาดว่าตัวเลขการส่งออกสินค้าไทยปี 2562 อาจมีโอกาสจะติดลบจาก ธปท.คาดการณ์ว่าการส่งออกปีนี้จะเติบโตที่ 0%

ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศ จากการที่ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 จะออกมาล่าช้ากว่าที่กำหนดถึง 4 เดือน โดยจะส่งผลให้งบประมาณในส่วนของการลงทุนใหม่ไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ และคาดว่าจะเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงเช่นกัน ส่วนของภาคการท่องเที่ยวไทย ชี้ว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมายังขยายตัวได้ไม่ดีนัก โดยเป็นผลพวงจากอุบัติเหตุเรือล่มในภาคใต้ ขณะที่การบริโภคของภาคเอกชนที่ผ่านมายังเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะแผ่วลง โดยสะท้อนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่างๆ รวมถึงการเลิกจ้างงานในภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าฯ ก็เป็นอีกแรงที่กดดันการบริโภคของภาคเอกชน

ส่วนเครื่องยนต์ในประเทศตัวสุดท้าย คือ การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะชะลอลงตามการส่งออกสินค้าที่หดตัวเช่นกัน แต่เชื่อว่าในระยะถัดไปจะขยายตัวได้ เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนการลงทุนภาคเอกชนในระยะต่อไป ได้แก่ การลงทุนในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การลงทุนในโครงข่าย 5G และการย้ายฐานการผลิตจากผลของมาตรการกีดกันการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน โดยเฉพาะอีอีซี เชื่อว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไทยและจะดึงดูดการลงทุนได้ เนื่องจากประเทศไทยขาดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่มานาน อีกทั้งอีอีซียังเป็นโครงการที่มีความโดดเด่นหรือสามารถเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเซียได้ รวมถึงรัฐบาลและรัฐบาลฝ่ายค้านมีท่าทีเชิงบวกต่อโครงการดังกล่าวด้วย จึงคาดว่ามีโอกาสที่โครงการจะได้สานต่อในรัฐบาลใหม่ต่อไป

คลิกอ่าน..กูรูสำนักวิจัยจับสัญญาณ “กนง.” วัดไข้ ศก. แรงกดดันนโยบายการเงิน

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!