ประกันค่ารักษาระยะยาว โจทย์ใหญ่ “สังคมอายุยืน”
อีกโจทย์ใหญ่ที่กำลังท้าทายประเทศไทยในขณะนี้ คือ แนวโน้มผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น
โดยภาครัฐพยายามจัดระบบเพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุมาตั้งแต่ปี 2559 มีกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นกลไกสำคัญมีการจัดสรรงบประมาณผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อจัดตั้ง “กองทุนระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง” (Long Term Care : LTC)
ขณะที่ปี 2562 นี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจประกันภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ๆ เพื่อรองรับ “สังคมสูงวัย” (aging society) โดยเฉพาะประกันคุ้มครองการพยาบาลสำหรับการเจ็บป่วยระยะยาว (Long Term Care Insurance : LTCI) ที่วันนี้เมืองไทยยังขาดอยู่
“สุทธิพล ทวีชัยการ” เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า คปภ.ได้ว่าจ้างให้ทีมวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาผลิตภัณฑ์ประกันที่จะดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว เนื่องจากศักยภาพของครัวเรือนในการดูแลผู้สูงอายุถดถอยลงไปในปัจจุบัน จากสภาพสังคมไทยที่เปลี่ยนไป รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง (ติดบ้าน, ติดเตียง) จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
“ผลการศึกษาที่ออกมาจะถูกนำเสนอให้กับรัฐบาล และดูว่าจะสนับสนุนในรูปแบบไหนได้บ้าง ปัจจุบันสิ่งที่ต่างประเทศมี แต่ในไทยยังไม่มี คือ เขาใช้ระบบเทคโนโลยีในการเก็บสถิติและวิเคราะห์ข้อมูลของผู้สูงอายุ จนกระทั่งบริษัทประกันภัยเกิดความมั่นใจและสามารถแยกส่วนการรับประกันได้ ในขณะของไทยยังไม่มั่นใจทำแล้วกลัวจะขาดทุน เพราะต้องรับประกันยาว” ดร.สุทธิพลกล่าว
เสียงจากฟากเอกชน “นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์” นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ถ้าจะทำเรื่องนี้ ธุรกิจประกันคงจะต้องพิจารณาอัตราความเสียหาย (ลอสเรโช) ก่อน โดยต้องไม่ขาดทุน ซึ่งสิ่งที่ยาก คือ การพยากรณ์สิ่งที่ไม่เคยรับประกันมาก่อน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีขนาดใหญ่ ทั้งนี้ เป้าหมายหลักในการพัฒนาโปรดักต์ LTCI ก็เข้าใจว่าเพื่อเข้าไปรับประกันคนปกติที่ยังไม่ป่วย ซึ่งวันหนึ่งอาจจะพิการหรือต้องนอนติดเตียง อย่างไรก็ดี คงไม่มีบริษัทประกันรายใดจะเข้าไปรับประกันผู้ที่ป่วยนอนอยู่ในสถานพยาบาลอยู่แล้ว หากทำเบี้ยประกันจะต้องแพงมาก
“แต่ก็เข้าใจโจทย์ของรัฐว่า ประกันชีวิตจะสามารถเข้าไปปิดช่องว่าง (gap) ของปัญหาผู้สูงอายุได้ในบางเรื่อง ซึ่งก็ต้องศึกษาด้วยกัน และธุรกิจประกันเองก็ต้องไม่หวัง ว่าจะมีกำไรระยะยาวมากมายนัก” นางนุสรากล่าว
“ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) กล่าวว่าแม้กรมสรรพากรจะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี สำหรับ LTCI ไว้แล้ว แต่ขณะนี้ภาคธุรกิจยังไม่มีสินค้าวางขาย เนื่องจากบริษัทประกันยังมีข้อมูลไม่เพียงพอในการกำหนดอัตราเบี้ยและรูปแบบกรมธรรม์
“ปัจจุบันอนุกรรมการด้านการแพทย์ของสมาคม ยังไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องนี้ เนื่องจากในต่างประเทศขาดทุนเยอะ ฉะนั้นระหว่างนี้ต้องเรียนรู้โปรดักต์ของต่างประเทศว่าคุ้มครองแค่ไหนถึงจะพอในระดับหนึ่ง เช่น ค่าใช้จ่ายของพยาบาล, ค่าหมอ, ค่าสถานที่ ถ้าเป็นศูนย์บริการผู้สูงอายุ ค่าใช้จ่ายพวกนี้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ดูแลผู้สูงอายุที่ยังดูแลตัวเองได้อยู่ คือไม่ได้ป่วย แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยติดเตียงเมื่อไหร่ ค่าใช้จ่ายก็จะยิ่งสูงขึ้น” ม.ล.จิรเศรษฐกล่าว
สำหรับ BLA “ม.ล.จิรเศรษฐ” เห็นว่า หากจะทำโปรดักต์ลักษณะนี้ คงจะเน้นดูแลช่วงก่อนเกษียณ หรือกลุ่มคนที่ยังดูแลตัวเองได้ แต่สำหรับคนที่นอนติดเตียงนั้น ต้องพิจารณาว่าเบื้องต้นอาจต้องมีขั้นตอนระยะเวลา เช่น กำหนดเบี้ยและความคุ้มครองในกรมธรรม์ว่าจะดูแลต่ออีก 5-10 ปี แทนที่จะดูแลไปจนกว่าจะเสียชีวิต ซึ่งหากรัฐอยากจะให้ทำ ก็ต้องคิดตรงนี้ด้วย
“สมโพชน์ เกียรติไกรวัล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) กล่าวว่า โปรดักต์ LTCI จะมีลักษณะคล้ายแบบประกันบำนาญที่ขายกันอยู่ โดยจะจ่ายคืนผู้เอาประกันเป็น “เงินบำนาญ” จำนวนเท่า ๆ กันทุกปีนับจากเริ่มเกษียณ อย่างไรก็ดี บริษัทประกันไม่นิยมนัก เพราะต้องตั้งสำรองสูง ทำให้บางบริษัทอาจจะต้องเพิ่มทุน เพื่อไม่ให้มีปัญหาในแง่ความมั่นคง
“การจะเข้าไปรับประกันผู้ป่วยติดเตียงถ้าจะทำจริง ๆ อาจจะทำได้ เพียงแต่ต้องมาดูสถานพยาบาลหรือค่าเบี้ยประกันที่จะต้องสัมพันธ์กับการที่บริษัทประกันต้องเข้าไปรับความเสี่ยงถึงขั้นที่มีโอกาสจะขาดทุน สุดท้ายคงขึ้นอยู่กับกติกาของ คปภ.ที่จะให้บริษัทประกันนำไปปฏิบัติ” นายสมโพชน์กล่าว
“อังกูร ศรีกัลยาณบุตร” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Marketing Officer บมจ.ไทยประกันชีวิต กล่าวว่าการจะทำโปรดักต์ LTCI ไม่ใช่ง่าย เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายในอนาคต ทำให้ไม่แน่ใจว่าควรจะคิดเบี้ยประกันอย่างไร โดยหากกำหนดเบี้ยแพงก็จะขายไม่ได้ และไม่เกิดประโยชน์
“สมชัย อาภรณ์ศิริพงษ์” รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า โปรดักต์ประกันสุขภาพโอกาสกำไรยากอยู่แล้ว ยิ่งไปผูกติดกับค่ารักษาพยาบาลที่ขึ้นอย่างน้อย 10% ทุกปียิ่งลำบาก ฉะนั้นการจะทำเรื่องประกันสุขภาพหรือ LTCI ทาง คปภ.ต้องทำเรื่อง “health bureau” ซึ่งจะต้องไปออก พ.ร.บ.เหมือนกับเครดิตบูโร เพราะถ้าไม่ผลักดันกฎหมายเฉพาะไม่มีทางทำได้
ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ภาครัฐต้องพยายามหาคำตอบในการทำให้ “ทุกฝ่ายสมประโยชน์” ได้มากที่สุด