Skip to content

กระแสฟินเทคร้อนฉ่า! อัพเดทฟินเทคใหม่ๆ ของไทย จากโครงการ Fintech Challenge

07 ก.ย. 2560 | 14:25น.
กระแสฟินเทคร้อนฉ่า! อัพเดทฟินเทคใหม่ๆ ของไทย จากโครงการ Fintech Challenge

ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานและมีนวัตกรรมเกิดมาใหม่ๆมากมาย รวมทั้งในภาคของการเงินเองที่กระแส “ฟินเทค” (FinTech หรือ Financial Technology) กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง เหล่าสตาร์ทอัพพากันตื่นตัว รวมถึงสถาบันการเงิน ภาครัฐ และนักลงทุนเชื่อมั่นว่า ฟินเทคจะเข้ามามีบทบาท และอาจจะเข้ามาแทนที่ธุรกรรมการเงินแบบเดิมๆ ได้ในอนาคตอันใกล้นี้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงจัดโครงการแข่งขัน FinTech Challenge ครั้งที่ 2 ขึ้น เพื่อเฟ้นหานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ หรือขจัดอุปสรรคที่เกิดขึ้นจริงในตลาดเงิน ตลาดทุน และประกันภัยของไทย มาปรับใช้กับธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น

“ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” พารู้จัก 5 ใน 10 ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศการแข่งขันโครงกาน Fintech Challenge ครั้งที่ 2 ที่จะมาพลิกโฉมตลาดลงทุนไทยให้ก้าวไกล

UTU : แพลตฟอร์มระบบสะสมคะแนนแบบไร้พรมแดน

“มงคล ธนูธรรม” ตัวแทนทีม UTU (ยูทู) กล่าวว่า UTU เป็นแพลตฟอร์มระบบสะสมคะแนนแบบไร้พรมแดน ผ่านแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถสะสมคะแนนได้แบบไน้พรมแดนจากการช้อปปิ้งกว่า 1,000 ร้านค้าพันธมิตร

“เป็นแอปฯ ที่สามารถสะสมคะแนนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ได้ เช่น ร้านเสื้อผ้าในห้างที่เข้าร่วมกับบริษัท เราก็จะสามารถที่จะสะสมแต้มได้ เราต้องโหลดแอปฯ UTU ก่อน เมื่อเราติดตั้งแอปฯในโทรศัพท์แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการกรอกข้อมูลบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิตลงไปในแอปฯ เพียงเท่านี้ก็สามารถรับพ้อยท์ได้ โดยที่เมื่อซื้อสินค้าจากร้านที่เซ็นสัญญากับบริษัท นำบัตรที่ลงทะเบียนในแอปฯรูดซื้อสินค้า ก็จะได้พ้อยท์หรือแต้มคะแนนสะสมแบบเรียลไทม์ทันที และยังสามารถสะสมแต้มเพื่อแลกเป็นเงินรูดซื้อสินค้าได้อีก” ตัวแทนทีมยูทูกล่าว และว่าปัจจุบันมีร้านค้าทั้งร้านเสื้ผ้า ร้านอาหารที่เข้าร่วมแล้ว 450 ร้านค้า

สำหรับจุดแข็งของแอปพลิเคชั่น UTU คือ ไม่ต้องพกบัตรหลายใบ และไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกของร้านค้าแต่อย่างใด ถือเป็นการก้าวข้ามข้อจำกัดของโปรแกรมลอยัลตี้การสะสมคะแนนแบบเดิมที่จะทำให้การช้อปปิ้งสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

Insbee ประกันรถยนต์ที่จูงใจพฤติกรรมที่ดีผ่านเพียร์คอมมิวนิตี้

“ธนศักดิ์ รุ่นตระกูล” ตัวแทนทีม Insbee เล่าว่า ในสมัยนี้การเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถยนต์มีเป็นจำนวนมาก และรถยนต์ส่วนใหญ่ทำประกันอยู่แล้ว แต่เมื่อประกันใกล้จะหมด ประชาชนส่วนใหญ่ชอบนำรถไปเคลมรอบคันที่เกิดจากอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งในปัจจุบันจะห่วงความสวยงามของรถกันมากกว่า จึงทำให้ยอดการเคลมรถเพิ่มขึ้นสูงมากกว่าการเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงเสียอีก บริษัทจึงคิดทำงานร่วมกับบริษัทประกันออกผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกค้าที่ขับขี่รถปลอดภัย คือ ประกันรถยนต์ชั้น 1 แบบใหม่ ที่จะมีเงินคืนให้ลูกค้า 15 เปอร์เซ็นต์ในกรณีที่ลูกค้าไม่เคลมประกันปีนั้นๆ

“นอกจากจะซื้อประกันยต์แบบนี้แล้ว ลูกค้ายังสามารถเข้าใช้งาน online community จับกลุ่มย่อยกับเพื่อนอีก 4 คน และถ้าทั้งกลุ่มไม่มีการเคลมประกันเลย ลูกค้าก็จะได้รับเงินคืนเพิ่มอีก”

ทั้งนี้ทีม Insbee คาดว่าจะเริ่มใช้ประกันภัยรถยนต์ดังกล่าวได้ตั้งแต่ต้นปีหน้า

VenDingCoin สำหรับตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ เตรียมเข้าสู่สังคมไร้เงินสด

ปัญหาของการพกเงิน หรือเหรียญถือเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ทั้งในเรื่องของความหนัก และต้องคอยหาแลกในเวลาที่จะใช้บริการตู้สินค้า และบริการต่างๆ นี่จึงเกิดเป็นแนวคิดของทีม VenDingCoin ที่ตัวแทนทีมอย่าง “ชนินทร์ สายน้ำเขียว” เล่าให้ฟังว่า ได้ร่วมมือกับผู้ช่วยและผู้ผลิตสินค้าตู้น้ำหยอดเหรียญเพื่อจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค จึงได้คิดค้น VenDingCoin – E-wallet ที่เป็นอุปกรณ์ปลายทางเพื่อรับชำระด้วยช่องทางดิจิทัลสำหรับตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ ส่วนหลักการทำงานนั้นไม่ยาก

ไม่ต้องพกเหรียญ หรือยุ่งยากในการหาที่แลกเหรียญเพื่อจะนำมาหยอดตู้น้ำหรือเครื่องซักผ้า เพียงแค่มีบัตร ทรูมันนี่ หรือบัตรอื่นๆ ที่เข้าร่วมติดตั้งเครื่องกับบริษัท ทางเราก็จะไปติดตั้งให้ที่ตู้ขายสินค้าหรือบริการนั้นๆ การใช้งานก็เพียงแค่นำบัตรที่มีเงินเหลือในบัตร แตะไปที่เครื่องติดตั้งเพียงเท่านั้นระบบจะสั่งงานให้ตู้เหล่านั้นทำงานทันที”ชนินทร์กล่าว

StockRadars Gift บัตรของขวัญเพื่อการลงทุนหุ้นและกองทุน

เพราะต้องการให้การลงทุน เป็นเรื่องง่าย….คอนเซปต์ของกลุ่มสตาร์ทอัพที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่าง StockRadars “ศุภกร เจียรรุ่งสิน” ตัวแทนทีมเล่าถึงเป้าหมายหลักคือ ต้องการให้คนไทยหันมาลงทุนและสนใจในตลาดหุ้น และกองทุนมากขึ้น จึงได้คิดโปรดักส์ขึ้นมาคือ “กิฟท์ การ์ด” หรือ “บัตรของขวัญ” ที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น ส่วนการซื้อบัตรของขวัญนั้นอาจจะได้ทั้งออฟไลน์ตามห้างสรรพสินค้า หรือทางออนไลน์ ส่งเป็นออนไลน์กิฟท์การ์ดหรือส่งไปรษณีย์ให้ก็ได้

ข้อดีอีกอย่าของ กิฟท์ การ์ด คือ จะมอบให้ใครและจำนวนเงินเท่าไหร่ก็ได้ คนที่รับไปก็จะถูกชักจูงให้รู้จักการลงทุนโดยอัตโนมัติ โดยตั้งเป้าให้”บัตรกิฟท์ การ์ด”มีมูลค่าขั้นต่ำที่ 500 บาทขึ้นไป

“คนที่ได้บัตรของขวัญไปก็จะทำไปแปลงเป็นหุ้น หรือกองทุนรวม ซึ่งเป็นการที่จะทำให้เขาก้าวผ่านกำแพงที่คิดว่าการลงทุนเป็นเรื่องยากไปได้” ตัวแทนทีมStockRadars กล่าว และว่าบัตรของขวัญนั้นสามารถนำไปแลกเป็นหุ้นใน SET100 หรือ SET50 ซึ่งเป็นหุ้นที่ทุกคนรู้จักอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ StockRadars Gift นั้นเป็นการต่อยอดจากการทำแอปพลิเคชั่น Stockradars และ FunRadars จะช่วยซัพพอร์ตในด้านของข้อมูลในการลงทุนหุ้น และกองทุน และทำให้อุตสาหกรรมขยายใหญ่มากขึ้นด้วย

Siam RegTech-ระบบช่วยทางการและสถาบันการเงินตรวจจับการฟอกเงิน

การฟอกเงินเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน และตรวจสอบเจอได้น้อยมาก เพราะเงินมีจำนวนมหาศาล “ธนัท ทองอุทัยศรี” ตัวแทนจากทีม Siam RegTech จึงได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตรวจสอบ โดยเป็นระบบ Machine Learning ที่มีประสิทธิภาพสูงในการประมวลฐานข้อมูลขนาดใหญ่ และยังตรวจสอบ วิเคราะห์เบาะแสที่มีการร้องเรียนผ่านทางโซเชียลมีเดียด้วย

“การใช้งานคือหากทางตำรวจหรือผู้เกี่ยวข้องต้องการที่จะตรวจสอบการฟอกเงิน เราจะส่งพนักงานที่มีความรู้ทางด้านนี้โดยเฉพาะ ไปพร้อมเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบได้ แต่ทั้งนี้ก่อนที่จะตรวจสอบก็ต้องพิจารณานำมาเรียบเรียงกันว่า เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ หรือมีการให้ร้ายกันหรือไม่ ก็จะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนที่จะตรวจสอบการ”

ทั้งนี้ทีม Siam RegTech ระบุว่า การนำระบบดังกล่าวมาใช้จะทำให้เกิดความรวดเร็ว และเกิดประสิทธิภาพในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการทดแทนการขาดบุคลากรในสายงานวิทยาศาสตร์ข้อมูลของประเทศไทยได้อีกด้วย

เป็นตัวอย่างเรียกน้ำย่อยของเหล่า สตาร์ตอัพ ฟินเทค ซึ่งในงานยังมีฟินเทคน่าสนใจเข้าร่วมโครงการนี้อีกมาก โดย FinTech Challenge ครั้งที่ 2 รอบชิงชนะเลิศ จะประกาศผลในวันที่ 27 ก.ย. 2560 ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเณศ สยามสแควร์