เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
Economic ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
Politics กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
SD ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
Biz Movement ‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
Business AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
ดูทั้งหมด

ธุรกิจเบรกลงทุนถือเงินสด Q2 บจ.กำไรหด-จีดีพีหลุดเป้า 2.5%

12 ส.ค. 2562 | 17:48น.

ธุรกิจหืดขึ้นคอสัญญาณเศรษฐกิจ “ขาลง” เอฟเฟ็กต์ “สงครามการค้า-เงินบาทแข็ง” กระทบเป็นลูกโซ่ไปทุกภาคอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่ส่งออก ภาคธุรกิจเร่งปรับแผนรับมือกำลังซื้อในประเทศทรุด ถือเงินสด-รีวิวแผนลงทุน “เซ็นกรุ๊ป” ยักษ์ร้านอาหารญี่ปุ่นและไทย ปรับกลยุทธ์ลงทุนสาขาไซซ์เล็ก เน้นคืนทุนเร็ว ขณะที่ภาพรวมกำไร บจ.ไตรมาส 2 ร่วงหนัก ฟากรัฐบาลตั้ง “คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง” ประคองเศรษฐกิจ สั่งบีโอไอออกมาตรการพิเศษจูงใจนักลงทุน

เศรษฐกิจไร้ปัจจัยบวก

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี ครั้งแรกลงในรอบ 4 ปี มาอยู่ที่ 1.50% ต่อปี เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ และต่ำกว่าระดับศักยภาพ เรียกว่าทุกดัชนีเศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง ทั้งการส่งออกหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ จากปัญหาสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง และขยายวงกว้างมากขึ้น รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงรวมทั้งการบริโภคภาคเอกชนก็ชะลอลงตามรายได้ของครัวเรือน

นอกภาคเกษตรและการจ้างงานที่ปรับลดลง โดยเฉพาะในภาคการผลิตเพื่อส่งออก ด้านการลงทุนภาคเอกชนก็อยู่ในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ การใช้จ่ายภาครัฐก็ขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเบิกจ่าย และในครึ่งปีหลังยังมีความเสี่ยงจากการประกาศใช้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่ล่าช้าอีก

ครึ่งปีหลังส่งออกอาการหนัก

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า การคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในไตรมาส 2/2562 จะขยายตัวต่ำกว่าทุกไตรมาสที่ผ่านมา ถ้าขยายตัวได้ 2.5% ก็ถือว่าดีแล้ว ทุกอย่างในครึ่งปีหลังขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐเป็นสำคัญ

“ในช่วงครึ่งปีแรก ตัวเลขการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐลดลงหนักมาก ครึ่งปีหลังการส่งออกคงจะโดนหางเลขลดลงมากยิ่งขึ้น การลงทุนเมกะโปรเจ็กต์เป็นแค่เครื่องมือ หัวใจคือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ” แหล่งข่าวกล่าวและว่า

สั่งบีโอไอออกมาตรการพิเศษ

ดังนั้น เพื่อประคองสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน จะต้องเร่งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำมาตรการดึงเม็ดเงินลงทุนทางตรง ด้วยการ tailor made หรือจัดทำมาตรการจูงใจนักลงทุนพิเศษเป็นการเฉพาะ เจาะประเภทธุรกิจ และมาตรการเฉพาะกับนักลงทุนจากบางประเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย

“เพื่อรับมือกับมรสุมเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น ต้องใช้มาตรการการเงินควบคู่มาตรการการคลัง จึงต้องตั้งคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังขึ้น เพื่อเป็นเวทีหารือระดับนโยบาย ให้การเคลื่อนเศรษฐกิจ 2 ขาไปพร้อมกัน โดยมี รมว.คลังเป็นประธาน ร่วมด้วยผู้ว่าการแบงก์ชาติ เลขาฯ ก.ล.ต. ร่วมเป็นกรรมการ” แหล่งข่าวกล่าว

ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบขณะนี้เป็นเพียงระยะเริ่มต้น ซึ่งในอนาคตภาคส่งออกของไทยต้องเผชิญปัญหาความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และเงินบาทแข็งค่า ดังนั้น นโยบายการเงินและการคลังจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อหารือเรื่องนโยบายการเงินและการคลังกันอย่างใกล้ชิด

“ZEN” ลดไซซ์-ลดต้นทุน

นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป หรือ ZEN ผู้บริหารร้านอาหารญี่ปุ่นและอาหารไทยรวม 13 แบรนด์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลให้กำลังซื้อลดลง เป็นผลมาจากสงครามการค้า บวกกับค่าเงินบาทแข็ง ได้รับผลกระทบหลายด้านทั้งการขายและการส่งออก โดยเฉพาะภาคการเกษตรและการท่องเที่ยว จะเห็นว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวในไทยกว่า 10 ล้านต่อปี แต่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ธุรกิจต่าง ๆ ต้องประเมินผลกระทบเพื่อรับมือกับความเสี่ยงนี้ รวมถึงเซ็นกรุ๊ป ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมอาหาร ต้องประเมินความเสี่ยงทั้งการลงทุนและการขยายร้านให้รัดกุม ด้วยการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เน้นขยายสาขาขนาดเล็กลงเพราะใช้งบฯลงทุนไม่สูง และก่อนหน้านี้จะกำหนดจุดคุ้มทุนเกิน 3 ปี แต่วันนี้ปัจจัยเสี่ยงเกิดขึ้นตลอด จึงลดโมเดลธุรกิจให้เหลือระยะคืนทุนไม่เกิน 2 ปี พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการร้าน พร้อมเน้นทำธุรกิจให้เร็ว ให้สามารถอยู่รอดท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

“แมกซ์แวลู” จ่อปรับแผน

นายโนโบรุ วาคายาม่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้บริหารธุรกิจค้าปลีก “แมกซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต” และ “แมกซ์แวลู ทันใจ” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดค้าปลีกไทยในปี 2562 มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวตั้งแต่ต้นปี และในช่วงครึ่งปีหลัง ปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐที่ยืดเยื้อยังกระทบ

ภาคส่งออกมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคระดับกลางชะลอการจับจ่ายลง อย่างไรก็ตาม การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น ต้องรอดูว่าจะสามารถกระตุ้นการจับจ่ายได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับบริษัทขณะนี้อยู่ระหว่างทำแผนระยะ 3 ปี แต่ในระยะสั้นจะรับมือด้วยการอัพเกรดร้านค้า-สินค้า เพื่อสร้างความแตกต่างดึงดูดลูกค้า และชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งเป็นหลัก ซึ่งช่วยให้ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายเติบโตสูงกว่าปีที่แล้ว

ถือเงินสด-ชะลอลงทุน

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการธุรกิจรายหนึ่งกล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าเงินบาท สงครามการค้า กระทบต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคนอย่างเลี่ยงไม่ได้ และส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมแทบทั้งหมด ทั้งผลิตและบริการ ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนให้สอดรับกับเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่ตลอด สถานการณ์แบบนี้มองว่า ต้องถือเงินสดเอาไว้ หากไม่มีปัจจัยบวกก็ควรชะลอการลงทุนไปก่อน ในภาวะเช่นนี้ การมีเงินสดอาจเป็นโอกาสที่จะเข้าไปช้อนซื้อกิจการต่าง ๆ ที่ไปต่อไม่ไหวได้ในราคาดี

ตจว.กำลังจับจ่ายลดลง

นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ผู้บริหารตั้งงี่สุน จังหวัดอุดรธานี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สงครามการค้าจีนสหรัฐไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อและธุรกิจการค้าระดับภูธร แต่มีผลกระทบทางอ้อม เพราะเกิดจากการทำลายเศรษฐกิจระหว่างกัน ซึ่งภาวะเศรษฐกิจเริ่มชะงัก อำนาจในการจับจ่ายตอนนี้ก็ลดลง ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบแน่นอน

“หลังจากที่ตั้งรัฐบาล คนจับจ่ายซื้อของคึกคัก แต่รัฐบาลไม่มีความเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ขาดความเชื่อมั่น และยิ่งมาเจอสงครามการค้าเข้ามาซ้ำอีกยิ่งแย่ สำหรับผมเศรษฐกิจไม่ดี ผมยิ่งได้เปรียบเพราะผมขายของถูก ผู้บริโภคจะมาหาผมมากขึ้น แม้ว่าโปรโมชั่นอาจจะน้อยลง แต่ต้องบอกว่าตัวเลขของซัพพลายเออร์ยังคงอยู่ อย่างตั้งงี่สุ่นต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้ตัวเลข บริหารการทำโปรโมชั่นให้ได้ดีที่สุด และสำหรับกลุ่มคนระดับฐานรากยังไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้คืออะไร แค่รู้ว่ารายรับน้อยกว่าเดิม”

ท่องเที่ยวชี้ปมใหญ่ “บาทแข็ง”

แหล่งข่าวจากธุรกิจโรงแรมกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้หลายฝ่ายในวงการธุรกิจท่องเที่ยวคาดการณ์ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโดยรวมของไทยในช่วงครึ่งปีหลังน่าเป็นห่วงกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากยังมองไม่เห็นปัจจัยบวกแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ปัจจัยต่าง ๆ ที่เคยเป็นปัจจัยลบก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง แม้ว่า กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงแล้วก็ตาม

“ตอนนี้ทุกเซ็กเตอร์ในธุรกิจท่องเที่ยวชะลอและสะดุดทั้งระบบ และเชื่อว่าหากค่าเงินบาทยังทรงตัวอยู่ในระดับ 30-31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ภาคท่องเที่ยวก็ยังคงได้รับผลกระทบหนักขึ้น เพราะตอนนี้ธุรกิจจำนวนมากเริ่มแบกรับต้นทุนกันไม่ไหวแล้ว

ดังนั้น ภาครัฐควรหันมาแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทให้มาอยู่ในระดับสักประมาณ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐโดยเร็ว” แหล่งข่าวกล่าว

หยุดลงทุนทุกเซ็กเตอร์

นายไพศาล ธนสารสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทีเอ็มทีสตีล กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่บริษัทเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเหล็กครบวงจร ตั้งแต่เหล็กโครงสร้างขึ้นรูปเพื่อใช้ในงานก่อสร้าง เหล็กแผ่นสำหรับงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ถือเป็นต้นน้ำการลงทุนของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องยอมรับว่าเห็นภาพเศรษฐกิจชะลอตัวตั้งแต่ต้นปี และสถานการณ์ชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส 2 จากปัญหาสงครามการค้า และเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้ภาคธุรกิจต่าง ๆ ชะลอการลงทุน ซึ่งในส่วนของบริษัทซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมต่าง ๆ พบว่าลูกค้าทุกกลุ่มมีคำสั่งซื้อลดลง ไม่ว่ากลุ่มผู้ผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ โรงงานผลิตชั้นวางสินค้าในห้างค้าปลีก รวมถึงกำลังซื้อจากภาคก่อสร้างต่าง ๆ ก็ลดลง ขณะนี้มีตลาดเดียวที่ยอดขายยังปกติ คือ โครงการภาครัฐ

สำหรับผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 2/62 รายได้ 4,155.80 ล้านบาท ลดลง 2.83% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิ 107.63 ล้านบาท ลดลง 11.16% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

กรุงศรีฯช่วงประคองตัว

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังอยู่ในภาวะที่การลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชนยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จึงเหลือแต่การท่องเที่ยวที่จะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจโลก ประกอบกับเงินบาทที่แข็งค่า ก็ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลังเลในการเข้ามา

ท่องเที่ยวในไทย เพราะรู้สึกว่ามีค่าใช้จ่ายสูง จึงเป็นภาพที่น่ากังวลของภาวะเศรษฐกิจไทย ที่ทุกธุรกิจจะต้องจับตาและเตรียมพร้อมที่จะรับมือ

“เวลานี้คงยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการปรับแผนธุรกิจเตรียมรับมืออย่างไร เพราะเพิ่งเริ่มช่วงของปัจจัยลบที่เข้ามากระทบ ขณะที่ กนง.เพิ่งประกาศลดอัตราดอกเบี้ย ก็คงต้องจับตาใกล้ชิดว่าจะมีผลกระทบอย่างไรบ้างหลังจากนี้ เป็นช่วงที่ทุกธุรกิจต้องประคองตัวให้มาก ส่วนกรุงศรีฯจะมีการปรับแผนธุรกิจเพื่อรับมือหรือไม่นั้น คงยังบอกไม่ได้ อาจต้องรอให้เห็นเอฟเฟ็กต์ที่ชัดกว่านี้ เช่น ตัวเลขการปล่อยสินเชื่อที่ชะงักงัน ช่วงนี้จึงเน้นที่การประคองตัวมากกว่า”

เดลต้าข้ามชอตลงทุนรอ EV บูม

ขณะที่นายแจ็คกี้ ชาง รองประธาน บริษัท เดลต้า อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับเดลต้าไม่เพียงไม่ลดกำลังการผลิต ยังได้ขยายโครงการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 7 ในนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับตลาดที่กำลังขยายตัวจากเทรนด์ที่กำลังมุ่งไปสู่การเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สินค้าส่วนหนึ่งจึงมีการพัฒนาและผลิตป้อนให้เป็นชิ้นส่วนที่ใช้ในรถ EV พร้อมกันนี้ได้เตรียมขยายการผลิตที่ประเทศอินเดีย โดยก่อสร้างโรงงานใหม่ 4 แห่ง เพื่อรองรับความต้องการตลาดในประเทศเอง และเพื่อการส่งออกจำนวนหนึ่ง เป็นการเพิ่มโอกาสในช่วงที่เกิดสงครามการค้า ส่วนเรื่องที่มีโครงการให้พนักงานลาออกนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่อยากได้ชดเชย ซึ่งมีดำเนินการทุกปี

Q2 กำไร บจ.ร่วงหนัก

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการนักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียน

(บจ.) ไตรมาส 2/62 ออกมาไม่ดีแน่นอน จากหลายปัจจัยและไตรมาส 2 ปีนี้ พิเศษกว่าปีอื่น ๆ คือมีประกาศเรื่อง พ.ร.บ.แรงงานฉบับใหม่ ทำให้ บจ.ต้องตั้งสำรองเพิ่มสำหรับการเกษียณอายุพนักงาน ประเด็นสำคัญคือภาพเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจากสงครามการค้าที่ยังคงยืดเยื้อ ทำให้กำไรของกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศโดนแรงกดค่อนข้างมาก ภาพรวมกำไรไตรมาส 2 คงจะปรับตัวลดลงทั้ง QOQ (เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า) และ YOY (เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว)

“หุ้นขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อตลาดมากที่สุด คือ กลุ่มพลังงาน โดยคาดการณ์กำไรไตรมาส 2 จากการคำนวณของหุ้น 8 ตัวหลักมีกำไรอยู่ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท ปรับตัวลดลงประมาณ -9% YOY และปรับลดลง -10% QOQ เนื่องจากสัญญาณของเทรนด์ค่าการกลั่นยังไม่ฟื้น ดีมานด์หดลง ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมีกำไรลดลงประมาณ -30% QOQ และ -60% YOY ผลจากราคาปิโตรเคมีลดลงทั้งกลุ่มโอเลฟินส์และกลุ่มอะโรเมติกส์”

ส่วนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เกือบทุกตัวกำไรลดลง โดยรวมติดลบ -30% QOQ และติดลบ -40% YOY เพราะไตรมาส 2 เป็นช่วงการประกาศมาตรการคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ (LTV) ทำให้ยอดโอนลดลง ภาพรวมก็ดูเหนื่อยพอควร ขณะที่ยังมีปัญหาซัพพลายล้นตลาด โดยเฉพาะในฝั่งคอนโดมิเนียมที่เกาะรถไฟฟ้าเส้นชานเมืองแทบจะขายไม่ออก สำหรับกลุ่มไอซีทีตัวเลขกำไรออกมาก็ถือว่าดีกว่าที่ตลาดคาดเกือบทุกตัว ซึ่งอาจเป็นเซ็กเตอร์เดียวที่แนวโน้มกำไรดีขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน จีดีพี (GDP) ธุรกิจ