เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

เงินบาททยอยอ่อนค่า! จับตาสัปดาห์หน้า ตัวเลขจีดีพีQ2-มาตรการกระตุ้นศก.

18 ส.ค. 2562 | 12:33น.
เงินบาททยอยอ่อนค่า ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยหลุดระดับ 1,600 จุดก่อนฟื้นตัวขึ้นท้ายสัปดาห์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททยอยอ่อนค่าลง โดยเงินบาทอ่อนค่าลงช่วงต้นสัปดาห์เช่นเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ เลื่อนเก็บภาษีจากวงเงินสินค้านำเข้าจากจีน 3 แสนล้านดอลลาร์ฯ เป็นวันที่ 15 ธ.ค. นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับแรงขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นไปตามภาพรวมของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาว ร่วงลงมาอยู่ต่ำกว่าระยะสั้น ซึ่งกระตุ้นความกังวลต่อภาวะถดถอยของสหรัฐฯ เงินบาทยังคงปรับตัวในกรอบอ่อนค่าในช่วงท้ายสัปดาห์ สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด

ในวันศุกร์ (16 ส.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 30.86 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 30.73 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 ส.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (19-23 ส.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.70-31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดในประเทศน่าจะอยู่ที่ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/62 และข้อมูลการส่งออกเดือนก.ค. ของไทย ขณะที่ประเด็นเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ประกอบด้วยสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และ BREXIT ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศระหว่างสัปดาห์ ประกอบด้วย ยอดขายบ้านมือสองและยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค. นอกจากนี้ นักลงทุนอาจรอติดตามบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 30-31 ก.ค. รวมถึงสัญญาณที่อาจสะท้อนทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้าจากถ้อยแถลงของประธานเฟด และสัมมนาประจำปีของเฟดที่ Jackson Hole ระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค. ด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 7 เดือนที่ 1,590.55 จุด ก่อนจะกลับมาปิดปลายสัปดาห์ที่ 1,631.40 จุด ลดลง 1.17% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 75,604.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.22% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ลดลง 2.13% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 350.02 จุด

ตลาดหุ้นไทยร่วงลงเกือบตลอดสัปดาห์ตามแรงเทขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติท่ามกลางความกังวลต่อสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ทิศทางเศรษฐกิจโลก รวมถึงสถานการณ์ในฮ่องกงและอาร์เจนตินา นอกจากนี้ ยังมีแรงฉุดจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มธนาคาร (หลังมีการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพียงขาเดียว) และหุ้นกลุ่มสื่อสารในระหว่างสัปดาห์ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ หลังครม. เศรษฐกิจมีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม. ต่อไป

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (19-23 ส.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,610 และ 1,590 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,640 และ 1,650 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/62 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย พัฒนาการของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงประเด็นความเสี่ยง BREXIT ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ บันทึกการประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสองเดือนก.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนส.ค.ของสหรัฐฯ ยูโรโซนและญี่ปุ่น รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ค. ของญี่ปุ่น

Advertisement