เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
Economic เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
“ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic “ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
Real Estate ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
Biz Movement ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
Finance จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
ดูทั้งหมด

อึ้ง! “แบงก์-บลจ.” แห่ตุนบอนด์ สภาพคล่องตลาดรองส่อวูบหลัง 20 ส.ค.

19 ส.ค. 2562 | 15:21น.

“แบงก์-บลจ.” แห่ซื้อบอนด์ตุนหลัง กนง.มีมติลดดอกเบี้ยกดยีลด์ฮวบทันที 0.10% “TMB Analytics” คาดเร่งซื้อบอนด์เข้ากองหวังฟันกำไร-ตุนก่อนเจอภาษี 15% ฟาก “ThaiBMA” ประเมินหลัง 20 ส.ค. สภาพคล่องตลาดรองลดฮวบ คาดคลังอ่วมเจอนักลงทุนเรียกร้องปั้นผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลให้สูงขึ้นชดเชยผลตอบแทนที่ลดลงจากการถูกเก็บภาษีคูปอง

นายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี (TMB Analytics) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาหลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มีผลทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ลดลงทันทีเฉลี่ย 0.10% โดยการที่บอนด์ยีลด์ลดลงค่อนข้างมาก เกิดจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กับตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ซึ่งก็คือธนาคาร เข้าซื้อบอนด์ตุนเข้ากองทุนรวม ก่อนที่มาตรการเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% จากการลงทุนตราสารหนี้ในกองทุนรวม จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ส.ค.นี้

“หลัง กนง.มีมติ บอนด์ยีลด์ลดลงเยอะ ซึ่งคนเข้าซื้อส่วนใหญ่ไม่ใช่ต่างชาติ เพราะต่างชาติชะลอซื้อมาตั้งแต่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณคุมเงินร้อน แต่ประเด็นคือ วันที่ 20 ส.ค.นี้ คูปองพันธบัตรจะถูกเก็บภาษี 15% ทำให้ บลจ.กับดีลเลอร์ซึ่งคือแบงก์ (ธนาคาร) แห่ซื้อบอนด์ตุนเข้ากองทุนรวม
เนื่องจากธุรกรรมซื้อขายที่ทำก่อนวันที่ 20 ส.ค. ดังกล่าว จะไม่ถูกเก็บภาษี ดังนั้นจึงต้องตุน แม้ว่ายีลด์จะไม่ดีก็ตาม โดยการซื้อตุนไว้ก็ทำให้ทำกำไรได้” นายนริศกล่าว

นายนริศกล่าวอีกว่า ขณะที่แนวโน้มหลังวันที่ 20 ส.ค.นั้น กองทุนที่ลงทุนตราสารหนี้ที่ถูกหักภาษี 15% มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (net asset value : NAV) ของกองทุนก็จะลดลง ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนลดลงไปด้วย เนื่องจาก NAV จะขึ้นอยู่กับผลตอบแทนของกอง ซึ่งมาจาก 2 ส่วน คือ รายได้ดอกเบี้ย (คูปอง) กับกำไรจากส่วนต่างเวลาขาย (แคปิตอลเกน)

“เมื่อคูปองโดนหัก 15% ทำให้ไม่ว่าจะได้คูปองมาเท่าไหร่ ก็จะหายไป 15% ซึ่งก็คงมีผลกระทบพอสมควร เพราะบอนด์ ราคาจะไม่ได้เหวี่ยงมากเหมือนหุ้น แคปิตอลเกนก็จะอยู่แค่ 1-2% แต่ว่าคูปองอาจจะกว่า 2% ซึ่งเมื่อคูปองถูกเก็บ 15% ก็ย่อมกระทบ NAV ก็จะลดลง และกระทบผลตอบแทนของกองทุนไปด้วย” นายนริศกล่าว

นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อมีการเก็บภาษีจากการลงทุนตราสารหนี้ในกองทุนรวมที่ 15% คาดว่าจะส่งผลต่อสภาพคล่องในตลาดรอง เนื่องจากตราสารหนี้ที่มีอยู่เดิมอาจไม่มีการเปลี่ยนมือ เพราะหากเปลี่ยนมือไปสู่ผู้ซื้อที่ได้รับตราสารหนี้หลังวันที่ 20 ส.ค. ก็จะมีภาระทางภาษีเช่นเดียวกับการซื้อตราสารหนี้ใหม่

“การเก็บภาษี 15% จะถูกหักโดยผู้ร่วมออก และสำหรับตราสารหนี้ที่ได้มาหลังวันที่ 20 ส.ค. แม้จะเป็นตราสารหนี้เดิม หรือกองทุนรวมตราสารหนี้เดิม หากได้รับตราสารหนี้มาหลังวันที่ 20 ส.ค. 62
ก็จะต้องเสียภาษีอยู่ดี” นายธาดากล่าว

นายธาดากล่าวอีกว่า หากนักลงทุนต้องการผลตอบแทนหลังเสียภาษีใกล้เคียงจากเดิม กองทุนรวมซึ่งเป็นตัวกลางมีแนวโน้มเรียกร้องอัตราผลตอบแทนเพิ่มจากตราสารหนี้ในตลาดแรก (กระทรวงการคลัง) ดังนั้นประเมินว่าอัตราผลตอบแทนในตลาดจะขยับขี้นเล็กน้อย โดยปัจจุบันรัฐบาลเป็นผู้ออกพันธบัตรรัฐบาลในตลาดสูงสุด จึงคาดว่ารัฐบาลจะต้องปรับอัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยระยะยาวและระยะสั้น (yield curve) ปรับเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกองทุนรวมที่เป็นตัวกลางมีสัดส่วนในการถือพันธบัตรรัฐบาลประมาณ 20% เท่านั้น จึงอาจส่งผลกระทบต่อการปรับอัตราผลตอบแทนไม่มาก ขณะที่ตราสารหหนี้ภาคเอกชน (หุ้นกู้) ที่จะออกใหม่ ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะส่งผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนอย่างไร โดยกองทุนรวมมีแนวโน้มที่จะเรียกร้องผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยส่วนที่เสียภาษีเช่นกัน และสัดส่วนการซื้อขายหุ้นกู้ภาคเอกชนในตลาดรองเกินกว่า 50% มาจากกองทุนรวม ดังนั้นหลังจากวันที่ 20 ส.ค. สภาพคล่องในตลาดรองจะหายไปอย่างรวดเร็ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง. ดอกเบี้ย บลจ. บอนด์