เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุตุฯ เตือน ‘ใต้-ตะวันออก’ ฝนถล่มหนัก! กทม. อ่วมซ้ำรับมือฝนเพิ่ม 21-25 ต.ค.
News อุตุฯ เตือน ‘ใต้-ตะวันออก’ ฝนถล่มหนัก! กทม. อ่วมซ้ำรับมือฝนเพิ่ม 21-25 ต.ค.
ราคาน้ำมันวันนี้ (18 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Uncategorized ราคาน้ำมันวันนี้ (18 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ต.ค. 69) ปรับลง 0.12% อยู่ที่ 81,400 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ต.ค. 69) ปรับลง 0.12% อยู่ที่ 81,400 เหรียญสหรัฐ
วัลลภ ตรีฤกษ์งาม โจทย์ ใหญ่ ‘ซูซูกิ ไทยแลนด์’
Automotive วัลลภ ตรีฤกษ์งาม โจทย์ ใหญ่ ‘ซูซูกิ ไทยแลนด์’
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
ดูทั้งหมด

จับกระแส “คลื่นความเปลี่ยนแปลง” ลูกใหม่ ในตลาด e-Commerce ไทย

25 ก.ย. 2562 | 09:00น.
ecommerce

คอลัมน์ Smart-SMEs
โดย TMB SMEs Insights

ตลาด e-Commerce ของไทยในปีที่ผ่านมาต้องบอกว่าคึกคัก เติบโตทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย รวมทั้งจำนวนแพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้น โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EDTA เผยว่า มูลค่า e-Commerce ของไทยโตต่อเนื่องสูงถึง 3.2 ล้านล้านบาทในปี 2561

ด้วยระบบ e-Commerce ecosystem ที่เอื้ออำนวย ทั้งการชำระเงินที่ปลอดภัย โปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ การจัดส่งของที่รวดเร็ว ร้านค้าออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ อีกทั้งผู้ให้บริการ e-Commerce ยักษ์ใหญ่อย่าง Lazada และ Shopee ก็ขยันทำ flash sale อย่างต่อเนื่อง และยังไม่นับรวมถึงการเชื้อเชิญบรรดาผู้ขายมาลดกระหน่ำในช่วงเทศกาลช็อปปิ้งแห่งปี เช่น 11.11 12.12 ฯลฯ เพื่อกระตุ้นตลาดการซื้อขายออนไลน์ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด จึงเป็นโอกาสทองของ SMEs ไทย หากคิดจะยึดตลาด e-Commerce ในการทำเงินอย่างยั่งยืน

แต่ผู้ประกอบการที่ค้าขายอยู่บนโลกออนไลน์ต่างรู้ดีว่า ผู้เล่นในตลาด e-Commerce ประเทศไทย ไม่ได้มีเฉพาะผู้ประกอบการไทยเท่านั้น ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการจีนรวมอยู่ด้วย โดยใช้สินค้าราคาถูกเป็นกลยุทธ์ในการขายบางชิ้นมีราคาต่ำกว่า 10 บาทด้วยซ้ำ แต่ผู้ซื้ออาจต้องรอสินค้านานกว่าปกติ ประมาณ 7-10 วัน เพราะสินค้าต้องส่งมาจากประเทศจีน โอกาสจึงตกเป็นของเทรดเดอร์ชาวไทยที่มีสินค้าเหมือน ๆ กัน ราคาอาจสูงกว่านิดหน่อย แต่สินค้าพร้อมส่งทันที

อย่างไรก็ดี หากผู้ประกอบการ e-Commerce ไทย มองติดตามข่าวสารเกี่ยวกับตลาดการค้าออนไลน์ในเวลานี้ คุณอาจจะมองเห็น “คลื่นความเปลี่ยนแปลง” สองระลอกที่กำลังจะเกิดในไม่ช้า ถือเป็นความท้าทายของ SMEs ไทยอย่างมากว่าจะปรับตัวอย่างไรให้เป็น “ผู้อยู่รอด” ในท้ายที่สุด

คลื่นความเปลี่ยนแปลงระลอกแรก คือ MOU ระหว่างรัฐบาลไทย กับ นายแจ็ก หม่า ก่อนเกษียณตัวเองจากตำแหน่งประธาน Alibaba เขาได้วางแผนลงทุนสร้าง Smart Digital Hub ที่มีทั้งศูนย์โลจิสติกส์และคลังสินค้าที่ทันสมัย ในพื้นที่เขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ เรียกว่าใช้ประเทศไทยเราเป็นฮับของอาเซียน ในการเป็นศูนย์กระจายสินค้าเพื่อนำเข้าและส่งออกสินค้าจีนไปยังประเทศในแถบ CLMV ในระยะแรก ก่อนจะกระจายสินค้าไปสู่ทั่วโลกต่อไป

มองผิวเผินดูเหมือนประเทศไทยเราจะได้รับประโยขน์ แต่ถ้ามองอีกด้านแล้ว การที่ผู้ประกอบการจีนสามารถขนส่งสินค้าที่ใช้สำหรับค้าขายออนไลน์มาพักเก็บไว้ที่บ้านเราได้แบบสบาย ๆ นั่นเท่ากับว่า “กำแพง” ของการซื้อสินค้าจากจีนที่คนไทยเคยมองว่าล่าช้า รอนาน จะหายไปในพริบตา สินค้าที่จัดส่งตามออร์เดอร์จากเดิม 7-10 วัน จะใช้เวลาเหลือเพียง 1-3 วันเท่านั้น

คนที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากคลื่นระลอกนี้ หนีไม่พ้นกลุ่มเทรดเดอร์ที่นำเข้าสินค้ามาจากจีน ซึ่งดันเป็นสินค้าที่เหมือนกันเสียด้วย เมื่อไม่มีความแตกต่างมาสร้างความได้เปรียบ SMEs กลุ่มนี้จะแข่งขันอย่างไร เมื่อผู้ประกอบการจีนมาเคาะประตูขายถึงหน้าบ้าน ด้วยต้นทุนสินค้าที่ถูกกว่า และการขนส่งที่รวดเร็วไม่ต่างจากผู้ประกอบการไทย

คลื่นความเปลี่ยนแปลงที่ซัดมาซ้ำอีกระลอก คือ ขณะนี้ประเทศจีนกำลังขยาย e-Commerce park ไปทั่วประเทศ ปัจจุบันทราบว่ามีปาร์กลักษณะนี้อยู่ในจีนเกือบ 2,000 แห่ง พื้นที่ที่มีปาร์กมากที่สุด คือ หางโจว ซึ่งเป็นพื้นที่ของ Alibaba โดยในแต่ละปาร์กได้สร้างระบบ e-Commerce ecosystem ไว้รองรับอย่างเพียบพร้อม ปาร์กไหนผลิตอะไร เช่น ผลิตรองเท้า โทรศัพท์มือถือ ก็จะมีไลน์ผลิตสินค้าที่เป็นซัพพลายรองรับไว้พร้อมภายในปาร์ก โดยผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจอยู่ที่นั่นได้เลย หากขาดความรู้ know how ก็มีคอร์สสอนการทำธุรกิจให้ลงเรียน ขาดเงินทุน ก็สามารถเอาใบปริญญาที่เรียนสำเร็จในปาร์กไปเป็นหลักฐานกู้ธนาคารได้สูงสุดถึง 5 แสนหยวน

เหตุผลหลักที่รัฐบาลจีนลงทุนทำ e-Commerce park เห็นว่าต้องการสร้างจุดเด่น และลบจุดด้อยของผลิตภัณฑ์จีน ที่ถูกสบประมาทมาตลอดว่า “สินค้าจีนไม่มีคุณภาพ” จึงได้ลงทุนกับ R&D และซัพพลายวัตถุดิบทุกอย่างไว้ในปาร์ก เพื่อทำให้สินค้ามีคุณภาพดีที่สุด ขณะเดียวกันก็มีต้นทุนต่ำที่สุด จากนั้นก็เน้นผลิตสินค้าออกมาคราวละมาก ๆ

ด้วยเหตุนี้ สินค้าที่ซื้อจากจีนในปัจจุบันจึงมีคุณภาพ และราคาถูกมากอย่างเหลือเชื่อ เมื่อประกอบกับการเตรียมลงทุนศูนย์กระจายสินค้าในประเทศไทย จึงนับเป็นโจทย์ใหญ่ของ SMEs ไทยที่กำลังแข่งขันในตลาด e-Commerce และกลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เตรียมจะกระโดดเข้าสู่โลกออนไลน์อย่างยิ่ง ว่าจะคิดหาวิธีเอาตัวรอด อย่างไรในยุคที่กำไรจากส่วนต่างหายไป การจัดหาสินค้าก็ยากขึ้น ครั้นจะขายสินค้าเหมือน ๆ กัน ก็หนีไม่พ้นสงครามราคาที่มีแต่แพ้กับแพ้เท่านั้น สิ่งเดียวที่จะทำให้ SMEs ไทยรอดได้ คือ การสร้างจุดเด่นและจุดต่างให้กับสินค้าของตนเอง

แต่จะทำอย่างไรได้บ้างนั้น สามารถติดตามได้ในบทความต่อไป