เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
ดูทั้งหมด

“หมูไทย-ไก่ไทย” โอกาสท่ามกลางวิกฤต ASF

28 ก.ย. 2562 | 09:39น.

คอลัมน์ ระดมสมอง

โดย เพ็ญภัสสร์ วิจารณ์ทัศน์

“อยู่เมืองไทยแสนดีหนักหนา ในน้ำมีปลาในนามีข้าว” เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลยมาจนกระทั่งทุกวันนี้ แม้เทคโนโลยีการผลิตอาหารจะก้าวหน้าไปขนาดไหน ประเทศไทยก็ยังคงรักษาความเป็นอู่ข้าว อู่น้ำทั้งของคนไทยและคนทั่วโลก โดยพัฒนาตัวเองขึ้นมาจากภาคเกษตรสู่การเป็น “ครัวของโลก” คำว่าอาหารของไทยไม่ได้หมายถึงเพียงเมนูอาหารพร้อมทาน แต่หมายรวมถึงการผลิตอาหารตั้งแต่ต้นทางที่ประเทศไทยกลายเป็นผู้ผลิตติดอันดับโลก อาทิ ข้าวไทยที่ครองแชมป์เบอร์ 1 ของโลก ทุเรียนไทยก็ครองแชมป์ หรือภาคปศุสัตว์ อย่างไก่เนื้อไทยก็เป็นที่ 4 ของโลก หมูไทยอันดับ 3 ของโลก หรือกุ้งไทยที่เป็นแชมป์อันดับ 1 ของโลก

กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตอาหารชั้นนำที่ทั่วโลกให้การยอมรับแบบนี้ ไทยเราต้องผ่านอุปสรรค ความท้าทายต่าง ๆ มากมาย นำไปสู่พัฒนาการตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหารและสามารถสร้างมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารขั้นสูงที่หลาย ๆ ประเทศคู่ค้าต้องการได้สำเร็จ ในระหว่างทางของการพัฒนาก็มักมีความท้าทายเข้ามาพิสูจน์ความสามารถเสมอ ดังเช่นปัจจุบันที่โรค ASF ในสุกร กำลังระบาดในหลายประเทศ ไล่มาตั้งแต่ทิเบต จีน เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว ขณะที่ไทยยังไม่พบโรคและมีการเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันโรคดังกล่าวอย่างรัดกุม สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในระดับที่เหนือชั้นกว่าหลาย ๆ ประเทศ

ข้อดีของ ASF คือ เป็นโรคที่ไม่ติดต่อสู่คน ผู้บริโภคสามารถรับประทานหมูได้อย่างปลอดภัยตามปกติ

แต่ในกลุ่มเกษตรกรนั้นถือเป็นความเสี่ยงต่ออาชีพ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เลี้ยงหมูหลังบ้าน หรือเลี้ยงอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ และเนื่องจากยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาโรค ทำให้เมื่อเกิดโรคแล้วต้องทำลายหมูที่ป่วยและที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียงทั้งหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการระบาดของโรค จึงนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนหมูในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “จีน” ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่บริโภคเนื้อหมูมากที่สุดในโลกถึง 55 กก./คน/ปี แต่ครั้งนี้จีนได้ทำลายหมูไปแล้วกว่าล้านตัว เป็นเหตุให้หมูไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ความกังวลเกี่ยวกับ ASF ยังทำให้ผู้เลี้ยงหมูในจีนลดลงถึง 34% แม้จีนจะนำเนื้อหมูสำรองแช่แข็งทั้งหมดที่มีราว 1 ล้านตันออกมา ก็ยังไม่เพียงพอที่จะอุดช่องว่างอุปทานเนื้อหมูที่ขาดไปกว่า 10 ล้านตัน กระทบให้ราคาเนื้อหมูมีราคาสูงขึ้นทันทีถึง 50% ขณะเดียวกัน ยังทำให้ชาวจีนต้องหันหาเนื้อสัตว์ชนิดอื่นทดแทน เช่น เนื้อไก่ ทำให้ราคาไก่พุ่งสูงขึ้นตาม และสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 1 เท่าตัว โดยมีการคาดการณ์กันว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นนี้ไปจนกว่าจีนจะสามารถคลี่คลายปัญหา ASF ในหมูได้สำเร็จ ซึ่งน่าจะกินเวลาราว 1-2 ปี

สถานการณ์เช่นนี้เป็นโอกาสของประเทศไทยอย่างมาก เห็นได้จากตลาดฮ่องกงซึ่งนำเข้าหมูจากจีนถึง 90% เมื่อได้รับผลกระทบขาดแคลนหมูไปด้วยก็ได้เริ่มสั่งเนื้อหมูซีกแช่เย็นจากไทยเข้าไปจำหน่ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในราคาสูงลิบ นอกจากนี้ยังแว่วว่า จีนกำลังเล็งหาตลาดเพื่อซัพพลายเนื้อหมูเพิ่มขึ้น โดยหมูไทยก็เป็นหนึ่งในเป้าหมาย ด้วยศักยภาพของการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมหมูที่ยังคงป้องกัน ASF ได้ รวมถึงมาตรฐานการเลี้ยงหมูในประเทศไทยที่เลี้ยงในฟาร์มระบบปิดมากถึง 70-80% ของทั้งประเทศ (ต่างจากจีนที่มีฟาร์มระบบปิดเพียง 30%)

สำหรับเนื้อไก่ของบริษัทไทยที่ส่งออกไปยังประเทศจีนอยู่แล้ว 7 โรงงาน อาทิ ซีพีเอฟ สหฟาร์ม ฯลฯ นับว่าได้อานิสงส์จากสถานการณ์นี้ทันที จากราคาขายไก่ที่สูงขึ้นถึงเท่าตัว อาทิ ตีนไก่จากตันละ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 4,200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือปีกกลางไก่ จากตันละ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 5,200 ดอลลาร์สหรัฐ สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทยถึงกับออกปากว่า “ราคาไก่ระดับนี้ไม่เคยปรากฏที่ไหนในโลก” โดยที่จีนยังส่งคนเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานโรงงานผลิตไก่ของไทยอีกหลายแห่ง เพื่อเล็งหาแหล่งซัพพลายเนื้อไก่เพิ่มขึ้นด้วย นี่จึงนับเป็นโอกาสอันดีอย่างที่สุดของผู้ผลิตไก่ไทย

หมูไทย-ไก่ไทยเนื้อหอมเพราะมีพัฒนาการต่อเนื่องจึงมีความพร้อมรับทุกสถานการณ์ และท่ามกลางวิกฤต ASF ของหลายประเทศในครั้งนี้ จึงกลายเป็น “โอกาสงาม” ของไทยเรา ขอให้ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมอาหารช่วยกันรักษามาตรฐานเช่นนี้ต่อไป ไทยก็จะเป็นครัวของโลกได้อย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ASF