เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

กฟภ.ก้าวสู่ Digital Utility พลิกโมเดลธุรกิจใหม่ขยายฐานลูกค้า

25 ต.ค. 2562 | 14:05น.

เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ปลุกให้ภาคธุรกิจต้องตั้งรับปรับตัวเท่านั้น แม้แต่รัฐวิสาหกิจสำคัญที่ดูแลระบบสาธารณูปโภคอย่างระบบไฟฟ้าก็ต้องออกมาจากเซฟโซน ปรับตัวให้สอดรับกับธุรกิจพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ตลาดไฟฟ้าในประเทศไทยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.-PEA) เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ และมีระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่มีการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดูแลพื้นที่ กทม.และปริมณฑล และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดููแล 74 จังหวัดทั่วประเทศ แต่เมื่อมองภาพที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน คือ ผู้ใช้ไฟฟ้าก็สามารถเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เอง หากมีไฟฟ้าส่วนเกินก็ขายเข้าระบบได้อีกด้วย นั่นหมายถึงว่าทั้ง 3 กิจการไฟฟ้าต้องเผชิญกับคู่แข่งในตลาด

เน้น 5 เป้าหมายหลักขับเคลื่อน PEA

การปรับโครงสร้างองค์กร (transform) เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กร “digital utility” หรือการเป็นองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการมากขึ้น ที่ กฟภ. ภายใต้การนำของ “สมพงษ์ ปรีเปรม” ผู้ว่าการ กฟภ. กำลังขยับปรับเปลี่ยนในขณะนี้ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายในอนาคตอันใกล้จึงน่าจับตาอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเน้นหัวใจสำคัญ 5 เรื่องหลัก คือ

1) การให้ความสำคัญกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า พัฒนาให้เป็นสายส่งอัจฉริยะ (smart grid) เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด (disruption) ทำให้พฤติกรรมของผู้ใช้ไฟสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง และส่วนที่เหลือขายเข้าระบบได้ด้วย ฉะนั้นในอนาคตการใช้ประโยชน์จากระบบสายส่งจะพัฒนาให้เป็นระบบ smart grid ที่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงจำหน่ายไฟให้ลูกค้าเท่านั้น ยังให้บริการในการ “บริหารระบบ” ซื้อ-ขายไฟฟ้าได้ และยังเปิดโอกาสให้บุคคลที่ 3 (third par-ty access) เข้ามาใช้ระบบสายส่งได้ด้วย

2) เพิ่มแผนกใหม่ คือ การทำตลาด (marketing) และแผนกการขาย (sales) เพื่อให้การบริการลูกค้าได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ตั้งแต่การยื่นขอติดตั้งมิเตอร์ ไปจนถึงการบริการด้านอื่น ๆ ที่จะเป็นธุรกิจใหม่ในอนาคตและพัฒนาให้เป็น one stop service เพื่อให้บริการเบ็ดเสร็จในจุดเดียว

3) พัฒนาคนทำงาน เมื่อปรับโครงสร้างใหม่จะต้องเปลี่ยนวิธีคิด (mindset) และวิธีทำงานของคนในองค์กรให้มีความเป็น “นักขาย” มากขึ้น ปัจจุบัน กฟภ.มีพนักงาน 30,000 คน ซึ่งจะใช้วิธีการเพิ่มทักษะการทำงานที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลมากขึ้น และรับพนักงานใหม่เพิ่มเติมที่มีความเชี่ยวชาญด้าน data engineer และผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (artificial intelligence) เข้ามารองรับธุรกิจใหม่

4) การบริหารองค์กรภายใน กระจายอำนาจบางเรื่องไปยังสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้ตัดสินใจได้รวดเร็วมากขึ้น

และ 5) ปรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เพื่อรองรับการดำเนินการ 4 เรื่องข้างต้น

ยกตัวอย่าง เช่น การพัฒนา platform ใหม่ อย่างแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูล และการบริการด้านต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยมีการทำแผนปฏิบัติการ

ดิจิทัลเป็นกรอบการดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบาย digital utility อีกด้วย

กฟภ.นำร่อง Transform

ผู้ว่าการสมพงษ์กล่าวว่า “กฟภ.ถือเป็นรัฐวิสาหกิจแรกที่ประกาศ transform ตัวเองเป็นทางการ เพราะต้องการความคล่องตัว และเปลี่ยนวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่จะขายไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว สำหรับแผนการดำเนินการที่วางไว้ทั้งหมดนี้จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างในอีก 5 ปีข้างหน้า รวมถึงบางประเด็นที่ค่อนข้างละเอียดและซับซ้อนนั้น ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ บางอย่างที่เรามองเป็นโอกาส แต่อาจจะเสี่ยงหรืออาจจะไม่คุ้มที่จะทำก็ได้”

ดัน PEA ENCOM หาธุรกิจใหม่

ในปัจจุบัน กฟภ.มีบริษัทในเครือ คือ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ PEA ENCOM ที่วางไว้ให้ไปดำเนินธุรกิจซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าทั้้งในและต่างประเทศ รวมถึงเมื่อนโยบายส่งเสริมให้มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมากขึ้น จึงมอบหมายให้ PEA ENCOM เข้าไปลงทุนด้านพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ รวมไปถึงการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล ฯลฯ

นอกจากนี้ ได้เปิดทางให้ PEA ENCOM เป็นหน่วยงานในการหาโอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ ให้องค์กร โดยสามารถจัดตั้งบริษัทใหม่เพิ่มอีก 2-3 บริษัท เพื่อทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับไฟฟ้า เช่น สถานีชาร์จไฟฟ้า และเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะทำให้ กฟภ.ขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่ฐานลูกค้า คือ ผู้ใช้ไฟฟ้าแบบครัวเรือนใน 74 จังหวัดทั่วประเทศ กลุ่มผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมและ SMEs เท่านั้น

ตั้ง บ.เฮย์กรุ๊ป ทีี่ปรึกษาโอกาสทางธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตนั้น ทางคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ยังได้อนุมัติให้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา คือ บริษัท เฮย์กรุ๊ป จำกัด ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งคาดว่าบริษัทที่ปรึกษาจะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2563 นี้ หลังจากนั้นจะนำผลศึกษามาหารือในระดับผู้บริหาร รวมไปถึงคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) เพื่อพิจารณาต่อไป

“การศึกษาดังกล่าวข้างต้น บางส่วนได้ถูกระบุไว้ในแผนพัฒนายุทธศาสตร์องค์กร 5 ปี (2562-2567) สำหรับไฟฟ้าถือเป็นการให้บริการขั้นพื้นฐานที่ภาครัฐต้องเข้ามากำกับดูแล หากมองสถานะของ กฟภ.ในปัจจุบันก็ถือเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงมหาดไทย ที่ผูกขาดในการขายไฟฟ้าไปให้ประชาชน เมื่อมีคู่แข่งเกิดขึ้นก็ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดในธุรกิจไฟฟ้าด้วยเช่นกัน เพราะเชื่อมั่นว่าหากไม่ทำ กฟภ.จะกลายเป็นองค์กรที่ตกขบวนในที่สุด” ผู้ว่าการสมพงษ์กล่าว

ความต้องการใช้ไฟฟ้าขยายตัวปีละ 3-4%

สำหรับการคาดการณ์ถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ผู้ว่าการ กฟภ.ระบุว่า ถึงแม้ว่าจะมีแหล่งพลังงานของโลกที่ถูกค้นพบเพิ่มเติมนั้น แต่การคาดการณ์โดยองค์กรระดับโลกเฮาส์แมคคินซีย์ และอีกหลายองค์กรว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะขยายตัวอยู่ที่ 3-4% ต่อปี ซึ่งแม้แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศเองก็จะขยายตัวในระดับเดียวกันอีกด้วย นั่นหมายถึงว่าธุรกิจไฟฟ้ายังคงมีโอกาสสำหรับนักลงทุน
ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ รวมถึงการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มเห็นสัญญาณแล้วว่าจำนวนการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตั้งโจทย์หาโอกาสทำธุรกิจ

นายสมพงษ์ยังระบุอีกว่า การเป็นรัฐวิสาหกิจในยุคนี้จะต้อง alert มากขึ้น มองและตั้งคำถามถึงโอกาสที่เป็นไปได้ทางธุรกิจ โดยเฉพาะนโยบายของกระทรวงพลังงานมีทิศทางอย่างไร อย่างเช่น ในอนาคตการผลิตไฟฟ้าจะใช้เชื้อเพลิงประเภทใด ระบบสายส่งที่กระจายอยู่ทั่วประเทศของ กฟภ.นั้นถือว่าได้เปรียบคู่แข่งอยู่แล้ว ฉะนั้น จะสามารถต่อยอดโอกาสอื่น ๆ ทางธุรกิจได้

หรือไม่ การขยายรถไฟฟ้ามีโอกาสให้ กฟภ.เข้าไปทำธุรกิจอะไรได้บ้าง และจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะพัฒนาแอปพลิเคชั่น เพื่อใช้ในการมอนิเตอร์การซื้อ-ขายไฟฟ้าได้หรือไม่ หรือมีความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนวิธีซื้อขายไฟฟ้าได้หรือไม่ และเป็นอย่างไร และหากต้องการลงทุนทำธุรกิจใหม่จะสามารถหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุนได้หรือไม่ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำถามที่อยู่ระหว่างหาคำตอบ

“หากเปรียบเทียบว่า กฟภ.เป็นเรือ ก็คงเป็นเรือเดินสมุทรที่ใหญ่มาก เพราะมีผู้โดยสารกว่า 30,000 คน หากเดินทางพร้อมกันทีเดียวอาจจะประสบความสำเร็จยากหน่อย จึงจำเป็นต้องมีเรือขนาดเล็ก 2-3 ลำ เพื่อช่วยดูแลไม่ให้เกิดความเสียหาย เพื่อให้เรือเดินสมุทรยังคงแล่นต่อไปได้” นายสมพงษ์กล่าวสรุป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กฟภ.